กรมวิชาการเกษตร เปิดตัวผลงานวิจัย “มะพร้าวสายพันธุ์ใหม่” หวังแก้ปัญหามะพร้าวในประเทศขาดแคลน-ราคาตก

กรมวิชาการเกษตร สบช่องราคามะพร้าวในประเทศวิกฤติหนัก โชว์ผลงานวิจัย “มะพร้าว 2 สายพันธุ์ใหม่” ที่ใช้เวลาทุ่มเทในการวิจัยกว่า 30 ปี จนเป็นผลสำเร็จเป็นรายแรกของโลก มุ่งแก้ปัญหามะพร้าวขาดแคลน-ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ รองรับการขยายตัวอุตสาหกรรมมะพร้าวของไทย ให้สามารถแข่งขันตลาดการค้าเสรีในอนาคต พร้อมผลิตต้นกล้าจำหน่ายให้เกษตรกรได้ปลายปี 63

นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมมะพร้าวของประเทศและลดการนำเข้ามะพร้าวผลและผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากต่างประเทศ กรมวิชาการเกษตร ได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยพืชสวนศึกษาวิจัยและพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์มะพร้าวเพื่อให้ได้มะพร้าวสายพันธุ์ดี ให้มีผลผลิตเพิ่มมากขึ้นจนเป็นผลสำเร็จ มีชื่อว่ามะพร้าวลูกผสมสามทางพันธุ์ชุมพร 1 และลูกผสมสามทางพันธุ์ชุมพร 2

มะพร้าวลูกผสมสามทางพันธุ์ชุมพร 1 ได้จากการผสมข้ามระหว่างลูกผสมเดี่ยวพันธุ์เรนเนลล์ต้นสูง x เวสท์อัฟริกันต้นสูง (แม่พันธุ์) กับพันธุ์ไทย ต้นสูง (พ่อพันธุ์) โดยแม่พันธุ์เรนเนลล์ต้นสูง x เวสท์อัฟริกันต้นสูง ได้จากการนำเข้าจากประเทศไอวอรีโคสต์ และ พ่อพันธุ์ไทยต้นสูง จากการคัดเลือกต้นในแปลงรวบรวมเชื้อพันธุกรรมด้วยวิธีการควบคุมการผสมพันธุ์แบบใกล้ชิด เมื่อปี พ.ศ. 2517 และปลูกลูกผสมเดี่ยวพันธุ์เรนเนลล์ต้นสูง x เวสท์อัฟริกันต้นสูง เมื่อปี พ.ศ. 2518 ดูแล รักษาแปลงแม่พันธุ์ลูกผสมเดี่ยว ระหว่างปี พ.ศ. 2519-2531 และผสมพันธุ์เพื่อสร้างลูกผสม ปี พ.ศ. 2532-2533 ปลูกทดสอบลูกผสม ร่วมกับลูกผสมสายพันธุ์อื่นๆ จนได้สายพันธุ์ดีมาเสนอรับรองพันธุ์กรมวิชาการเกษตร เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2562

มะพร้าวลูกผสมสามทางพันธุ์ชุมพร 2 ได้จากการผสมข้ามระหว่างลูกผสมเดี่ยวพันธุ์มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย x เวสท์อัฟริกันต้นสูง (แม่พันธุ์) กับพันธุ์ไทยต้นสูง (พ่อพันธุ์) โดยแม่พันธุ์มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย x พันธุ์เวสท์อัฟริกันต้นสูง ได้จากการคัดเลือกต้นแม่พันธุ์ในแปลงรวบรวมเชื้อพันธุกรรมภายในศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพรกับพันธุ์ไทยต้นสูง (พ่อพันธุ์) จากการคัดเลือกต้นในแปลง รวบรวมเชื้อพันธุกรรมด้วยวิธีการควบคุมการผสมพันธุ์แบบใกล้ชิด เมื่อปี 2517

และปลูกลูกผสมเดี่ยวพันธุ์มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย x เวสท์อัฟริกันต้นสูง เมื่อปี 2518 ดูแลรักษาแปลงแม่พันธุ์ลูกผสมเดี่ยว ระหว่างปี 2519-2531 และผสมพันธุ์เพื่อสร้างลูกผสม เมื่อปี 2532-2533 ปลูกทดสอบลูกผสมร่วมกับลูกผสมสายพันธุ์อื่นๆ และปรับปรุงพันธุ์จนได้สายพันธุ์ดี และผ่านการรับรองตามขั้นตอนการรับรองพันธุ์พืช ประเภทพันธุ์รับรอง จากกรมวิชาการเกษตร เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2562

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวต่อว่า ความสำเร็จในการวิจัยมะพร้าวลูกผสมสามทาง พันธุ์ชุมพร 1 และ ลูกผสมสามทาง พันธุ์ชุมพร 2 ของกรมวิชาการเกษตรในครั้งนี้ นับเป็นเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ในการเพิ่มผลผลิตมะพร้าวของกรมวิชาการเกษตร ที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดการค้าเสรีในอนาคต ซึ่งมีแนวโน้มการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสายพันธุ์ใหม่ที่ค้นพบมีความเหมาะสมกับพื้นที่ปลูกของประเทศไทยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ประมาณ 1.5-2 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับพันธุ์ไทยต้นสูง เป็นทางเลือกให้กับเกษตรกร

ทั้งนี้ หลายสิบปีที่ผ่านมาประเทศไทยต้องนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศเพื่อทดแทนสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยส่วนใหญ่ ร้อยละ 99.65 นำเข้าจากอินโดนีเซีย ซึ่งราคาถูกกว่าไทยและส่วนหนึ่งนำเข้าเพื่อผลิตเป็นกะทิกระป๋องส่งออกไปสหรัฐ อังกฤษ ออสเตรเลีย ฯลฯ นอกจากนั้นส่งออกเป็นมะพร้าวฝอยไปตุรกี ส่งออกเป็นน้ำมะพร้าวไปประเทศเมียนมา ฮ่องกง เป็นต้น

 

สำหรับแหล่งผลิตมะพร้าวสำคัญๆ ของไทย ได้แก่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ 4.2 แสนไร่ ชุมพร 2.1 แสนไร่ สุราษฎร์ธานี 2.1 แสนไร่ ชลบุรี 6.4 หมื่นไร่ นครศรีธรรมราช 9.9 หมื่นไร่ และอื่นๆ 2.6 แสนไร่ รวมทั้งประเทศ 1.3 ล้านไร่ และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจากการเปลี่ยนไปปลูกพืชเศรษฐกิจอื่น ไม่ว่าจะเป็นปาล์มน้ำมัน ยางพารา ไม้ผล และส่วนหนึ่งมีปัญหาการระบาดของแมลงศัตรูมะพร้าว

“ปัจจุบัน กรมวิชาการเกษตร สามารถแนะนำและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตพันธุ์มะพร้าวลูกผสมด้วยวิธีการผสมสามทางไปสู่บริษัทเอกชนที่มีแปลงแม่พันธุ์ดังกล่าวแล้ว ในอนาคตสามารถกระจายพันธุ์ไปสู่เกษตรกรที่มีความต้องการพันธุ์มะพร้าวเพิ่มขึ้น สามารถขยายพื้นที่ไปยังแหล่งปลูกใหม่ที่มีศักยภาพ ผลผลิตมะพร้าวเพียงพอต่อความต้องการ ตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมมะพร้าว ตลอดจนช่วยรักษาเสถียรภาพของราคามะพร้าว สามารถลดการนำเข้ามะพร้าวผลและผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากต่างประเทศ” นางสาวเสริมสุข กล่าว

ด้าน นายสมบัติ ตงเต๊า ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 (สวพ.2) กล่าวเพิ่มเติมถึงลักษณะเด่นของมะพร้าวลูกผสมสามทางชุมพร 1 และมะพร้าวลูกผสมสามทางชุมพร 2 ว่า มะพร้าวลูกผสมสามทาง ชุมพร 1 สามารถให้ผลผลิตสูง เฉลี่ย 102 ผล ต่อต้น ต่อปี หรือ 2,252 ผล ต่อไร่ ต่อปี ผลขนาดกลางถึงใหญ่ โดยมีน้ำหนักเฉลี่ย 1,882 กรัม ต่อผล น้ำหนักเนื้อมะพร้าวแห้งสูง เฉลี่ย 337 กรัมต่อผล ต่อปี หรือ 766 กิโลกรัม ต่อไร่ ต่อปี ให้น้ำมันต่อเนื้อมะพร้าวแห้ง เฉลี่ย 61 เปอร์เซ็นต์ และคิดเป็นผลผลิตน้ำมัน เฉลี่ย 21 กิโลกรัม ต่อต้น ต่อปี

ส่วนมะพร้าวลูกผสมสามทางชุมพร 2 ให้ผลผลิตสูง เฉลี่ย 108 ผล ต่อต้น ต่อปี หรือ 2,372 ผล ต่อไร่ ต่อปี ผลขนาดกลาง โดยมีน้ำหนัก เฉลี่ย 1,509 กรัม ต่อผล น้ำหนักเนื้อมะพร้าวแห้งสูง เฉลี่ย 250 กรัม ต่อผล ต่อปี หรือ 584 กิโลกรัม ต่อไร่ ต่อปี และให้น้ำมันต่อเนื้อมะพร้าวแห้งเฉลี่ย 62 เปอร์เซ็นต์ และคิดเป็นผลผลิตน้ำมันเฉลี่ย 17 กิโลกรัม ต่อต้น

ซึ่งขณะนี้ กรมวิชาการเกษตร ได้วางแผนผลิตหน่อพันธุ์มะพร้าวลูกผสมสามทางชุมพร 1 และมะพร้าวลูกผสมสามทาง ชุมพร 2 โดยเฉพาะพันธุ์ลูกผสมสามทางชุมพร 2 สามารถผลิตต้นกล้าจำหน่ายให้เกษตรกรได้ปลายปี 2563 และเกษตรกรสามารถนำผลงานวิจัยไปต่อยอดเชิงการค้ารองรับการขยายตัวและการเติบโตของอุตสาหกรรมมะพร้าวของไทยแบบยั่งยืนในอนาคตต่อไป และผลการวิจัยดังกล่าวถือเป็นความสำเร็จรายแรกของโลก โดยกรมวิชาการเกษตรใช้เวลาในการวิจัยยาวนานกว่า 30 ปี

ทั้งนี้ ผลงานวิจัยดังกล่าว ถือว่าเปิดตัวได้ถูกจังหวะ เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนมะพร้าวเพื่อบริโภคและใช้ในอุตสาหกรรมมะพร้าวมาต่อเนื่องตั้งแต่ ปี 2559 เนื่องจากพื้นที่ปลูกมะพร้าวในประเทศไทยมีเพียง 1 ล้านไร่ ผลผลิตจึงไม่เพียงพอกับความต้องการ

ส่วนหนึ่งเพราะพื้นที่ปลูกมะพร้าวลดลง ในขณะที่ปริมาณการใช้มะพร้าวสูงขึ้น จึงมีการนำเข้าจากต่างประเทศเข้ามาจำนวนมากจนเข้ามาแข่งขันกับเกษตรกรในประเทศ จึงมีการเรียกร้องให้มีการส่งเสริมเกษตรกรปลูกมะพร้าวพันธุ์ดีเพื่อลดการนำเข้า โดยการกำหนดโซนนิ่งเพื่อให้ผลผลิตออกมาเพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศ นอกจากนี้ ควรส่งเสริมการแปรรูปเพื่อส่งออกกะทิ อาหารและขนมหวานไทยไปทั่วโลก เนื่องจากคุณภาพกะทิของประเทศไทยเป็นที่ 1 ของโลก ในขณะที่ผลผลิตมีมากเป็น อันดับ 7 ของโลก

บทความก่อนหน้านี้สารคดีเสียงจากแผ่นดิน#5 – EP.15 : “กลุ่มออมทรัพย์เพชรเกษม 81” รวมกลุ่มสร้างอาชีพ ดึงคนในชุมชนพัฒนาตนเอง
บทความถัดไปซีพีเอฟ ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิก FTSE4 Good ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3