“สวนสละอาทิตย์” ปลูกเป็นที่แรกในจังหวัดสุราษฎร์ธานี พื้นที่ 152 ไร่ สร้างตลาดขายผลผลิตได้เอง ไม่ง้อพ่อค้าคนกลาง

เกษตรกรสุราษฎร์ แหกกฎปลูกสะละที่เมืองเงาะ ตอกย้ำความสำเร็จด้วยการขยายพื้นที่ปลูกขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบัน มีพื้นที่ปลูกสะละมากกว่า 152 ไร่ ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

คุณอาทิตย์ มติธรรม เจ้าพ่อแห่งวงการสะละแดนใต้ อยู่ที่ตำบลคลองปราบ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้แหกกฎธรรมชาติปลูกสะละที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจนสำเร็จ ใช้เวลาศึกษาปรับปรุงพื้นดินให้เหมาะสมจนสำเร็จมานานกว่า 25 ปี ขยายพื้นที่ปลูกมาเรื่อยๆ ปัจจุบันปลูกสะละทั้งหมด 152 ไร่ แบ่งปลูกเป็น 3 สายพันธุ์ เนินวง สุมาลี และ อ้อล้อ ที่เป็นสายพันธุ์ที่ผสมพันธุ์เอง เนินวงเป็นพันธุ์ขายสดที่ตลาดต้องการมากที่สุด แปรรูปคือสุมาลี ส่วนอ้อล้ออยู่ในช่วงขยายพันธุ์ มีเพียง 100 กว่าต้น มีการจัดการสวนอย่างเป็นระบบ ใช้ธรรมชาติกำจัดธรรมชาติ มีการตลาดที่ทันสมัย ปรับกลยุทธ์การตลาดอยู่ตลอดเวลา มีผลผลิตคุณภาพ ออกขายตลอดทั้งปี การตลาดไม่ง้อพ่อค้าคนกลาง

คุณอาทิตย์ มติธรรม เจ้าพ่อแห่งวงการสะละแดนใต้

พลิกผืนดินเมืองเงาะปลูกสะละ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยาก
เพียงเรียนรู้เข้าใจธรรมชาติที่สะละต้องการ

เจ้าของบอกว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นเมืองเงาะไม่ใช่เมืองสะละ อันดับแรกต้องมีคือความกล้า กล้าที่จะเปลี่ยน เขาเคยปลูกทุเรียนมาก่อน ทุเรียนปลูกแล้วให้ผลผลิต 1 ครั้ง ต่อปี แต่ปลูกสะละสามารถทำให้ออกผลผลิตได้ทุกวัน โอกาสที่พลาดมีน้อยกว่าปีละครั้ง จึงตัดสินใจปลูกสะละบนความไม่เห็นด้วยของใครหลายคน ซึ่งความจริงแล้วเมื่อลงมือปลูก จึงรู้ว่า สะละ กลับกลายเป็นพืชที่เหมาะสมกับภาคใต้กว่าที่จันทบุรี ด้วยพื้นดินที่ใต้มีแร่ธาตุเฉพาะที่เหมาะสมกับการปลูกผลไม้ ทั้งดีบุก ยิปซัม กำมะถัน

“ผมรู้จัก สะละ ครั้งแรก จากชมรมผู้ปลูกสะละจันทบุรี สวนแรกที่รู้จักคือ สวนลุงชีพ ทรงธรรม ผู้เชี่ยวชาญในวงการปลูกสะละ ครั้งแรกที่เห็นสะละที่สวนลุงชีพรู้สึกว่าอยากนำมาปลูกที่ใต้บ้าง จึงมีความคิดที่ว่าอยากเก่งเหมือนครู ก็ต้องเรียนรู้จากครู อยากเป็นแชมป์ก็ต้องเรียนรู้จากแชมป์ ซึ่งผมโชคดีได้เรียนวิชาจากแชมป์ แล้วนำมาปรับปรุงให้เข้ากับสวนตัวเอง เพราะการทำเกษตรเราไม่สามารถจะลอกออกมาได้ทั้งหมด แต่เราสามารถปรับแก้ได้”

การปลูกเราใช้ธรรมชาติเข้าช่วยทั้งหมด

  1. การปรับพื้นที่ให้เหมาะสม พยายามปรับพื้นดินให้ลาดเอียงไม่มีน้ำขัง เพราะคุณภาพสะละที่เกิดจากจุดที่มีน้ำขังกับจุดที่ไม่มีน้ำขังคุณภาพต่างกัน ความชื้นต้องเท่ากันทั้งสวน
  2. สวนสะละ จะมีปัญหามากที่สุดคือ หนู กับ กระรอก มาขโมยกินผลผลิต เสียหายเดือนหนึ่งเป็นแสน กินลูกเดียวก็ราคาตก ตอนหลังจึงใช้วิธีนำทั้งแมวจรจัดที่ชาวบ้านนำมาปล่อยและประกาศรับเลี้ยงเอง มาปล่อยในสวนช่วยไล่จับหนูและกระรอก ลดค่าเสียหายจากเดือนละแสนเหลือเดือนละหมื่นใช้จ่ายค่าอาหารแมว
  3. ใช้ธรรมชาติจัดการธรรมชาติ เลี้ยงนกไว้ฆ่าแมลง เดือนหนึ่งที่สวนทั้ง 152 ไร่ จะใช้ยาฆ่าแมลงเพียง 3 ลิตร ต่อเดือน ถือว่าใช้น้อยมาก
  4. ปลูกไม้พี่เลี้ยง ปลูกต้นเหลียงเพื่อเป็นร่มเงาให้สะละ สะละเป็นผลไม้ที่ไม่ต้องการแดดมาก ต้องการเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ และต้นเหลียงเป็นพืชตระกูลถั่วใบตกลงมาก็เป็นปุ๋ยให้ต้นสะละได้
  5. กำจัดหญ้าด้วยการใช้ทางใบสะละมาปูทับพื้นดินให้หนา ช่วยอมความชื้นและทับหญ้าไม่ให้ขึ้น
  6. ปลูกช่วงแรกเจอปัญหาโรคเน่า ภาคใต้ฝนเยอะ ถ้าลูกมันทับกันฝนตกแห้งช้าจะทำให้เกิดเชื้อราแล้วเน่า ให้ใช้เชือกโยงผลดึงให้โปร่ง และใช้เชือกผูกใบรวบต้นเพื่อเดินสะดวก ให้โปร่ง เวลาฝนตกสวนจะแห้งเร็ว ถ่ายเทเร็ว เกิดโรคเน่าได้ยาก
จัดระเบียบภายในสวน

ระยะการปลูก …ระยะห่างระหว่างต้น 4×6 เมตร ขุดหลุมปลูกไม่ลึก แค่พอกลบต้นได้ ใช้ระยะห่างการปลูกเท่ากันทั้ง 3 สายพันธุ์ 1 ไร่ ปลูกได้ 60 ต้น มีการคำนวณมาแล้วว่าระยะนี้ดีที่สุด เพราะภาคใต้เป็นเมืองฝนมีลมแรง ถ้าปลูกห่างเกินไปต้นจะล้มเสียหายง่าย

 

วิธีการจัดการดูแลผลผลิต
ระหว่างรอการเก็บเกี่ยว  

ต้องแบ่งแปลงผสมเกสรทุกวัน เรามีสะละเยอะ 20,000 กว่าต้น ใช้วิธีการแบ่งคนงาน 1 คน รับผิดชอบดูแลสะละ 500 ต้น เพื่อที่ให้คนงานดูแลได้ทั่วถึงและรับผิดชอบแปลงตัวเองให้ดีที่สุด “สวนสละอาทิตย์” ให้ความสำคัญกับคุณภาพและรสชาติ น้ำ ปุ๋ย วันที่เก็บเกี่ยวผลผลิตต้องเป๊ะ เพราะฉะนั้นการดูแลต้องทั่วถึง เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวจะต้องมีหัวหน้าคนชิมเพียงคนเดียว เพื่อให้รสชาติคงที่ ถ้าหลายคนชิมรสชาติจะไม่เหมือนเดิม จะไม่ได้คุณภาพ และต้องตัดตามริบบิ้นที่ติดครบ 9 เดือนพอดี คนงานทุกคนต้องผสมลูกให้ติด ดูแลสวนให้สวยงาม อย่าให้รก ถ้าดูแลดี ผลงานเป็นที่น่าพอใจ ทุกวันที่ 1 มกราคม เราจะขึ้นเงินเดือนให้เป็นขั้น เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน สวัสดิการบ้านพักฟรี ดูแลให้หมดทุกอย่าง

การใส่ปุ๋ย… ใส่ปุ๋ยทุก 30 วัน ให้ทีละน้อยๆ แต่ให้บ่อยๆ และจะไม่ใช้สูตรจำเจ ใช้เคมีกับอินทรีย์ร่วมกัน แล้วแต่จังหวะ เพราะปุ๋ยแต่ละยี่ห้อจะมีธาตุหลักธาตุรองไม่เหมือนกัน ถ้าใช้แบบเดิมตลอดจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง วิธีการใส่ปุ๋ยเราจะรดน้ำกระตุ้นต้นไม้ให้รู้ตัวก่อน แล้วค่อยหว่านปุ๋ย ต้นละ 300 กรัม แล้วรดน้ำอีกครั้ง หากชิมผลแล้วรสชาติไม่เข้มข้นเหมือนเดิม ให้เอาปุ๋ยคอกมาใส่เสริม และต้องมีการวัดค่าดินเพื่อหาอินทรียวัตถุที่หายไป ตัวไหนขาดก็ใส่เสริมเป็นระยะ

สะละ “สวนสละอาทิตย์” รอเก็บผลผลิต

ระบบน้ำ… สะละ เป็นผลไม้ที่ชอบน้ำ ที่ “สวนสละอาทิตย์” จะเปิดน้ำรดเฉลี่ยวันละ 50 ลิตร เป็นระบบสปริงเกลอร์เปิดรดนาน 4 นาที รดแบบวันเว้นวัน หรือถ้าวันไหนอากาศร้อนจัด อุณหภูมิเกิน 35 องศา จะเปิดน้ำรดเข้าไปเพื่อลดอุณหภูมิ ความชื้นก็เพิ่ม

ระยะให้ผลผลิต

เก็บเกี่ยวผลผลิตตามริบบิ้นที่ติดเป็นสัญลักษณ์ครบกำหนด 9 เดือนพอดี ผลผลิตถือว่าดก เฉลี่ย 80 กิโลกรัม ต่อกอ 1 กอ มี 3 ต้น ระยะการปลูกของสุมาลีที่ภาคใต้ให้ผลผลิตเร็วเพียง 2 ปีครึ่ง เนินวง 3 ปีครึ่ง อ้อล้อ 2 ปีครึ่ง หลังจากนั้นทำให้เก็บได้ทุกวัน คือต้องควบคุมระบบน้ำ ในการปลูกพืชเมื่อให้เปียกต้องให้แห้งบ้าง ก็คือการทำหลังเต่าให้น้ำไม่ขังแห้งเร็ว คุมอุณหภูมิ น้ำ ปุ๋ย ให้พอเหมาะ และบังคับให้ออกดอกผสมด้วยคน จะมีผลผลิตออกขายได้ทั้งปี 

ใช้เชือกโยงกันโรคเน่า

กลยุทธ์การตลาด มัดใจลูกค้า
กลายเป็นอีกหนึ่งของดีห้ามพลาดเมืองสุราษฎร์

“คติการทำการตลาดของผม ทุกธุรกิจย่อมมีคู่แข่ง อ่อนแอก็แพ้ไป แต่จะทำอย่างไรให้เป็นผู้ชนะ”

หลักการคิดการวางแผนถือเป็นเรื่องสำคัญ สิ่งที่ต้องมีคือ

  1. มีความเมตตา คนงานถือเป็นผู้มีพระคุณ ถ้าไม่มีเขาเราก็ไม่มีวันนี้ เมื่อเราดูแลเขาดี เขาก็ตอบแทนเราดี ตั้งใจทำงานให้เรา
  2. ระบบจัดการสวนเป็นระบบ น้ำ ปุ๋ย อย่าให้ขาด รสชาติผลผลิตต้องเหมือนเดิม คนชิมที่นี่อยู่มานานกว่า 30 ปี ถ้าไม่ได้ตามมาตรฐานเราจะหยุดตัดทันที
  3. คุณภาพของสินค้าปลอดภัย ได้มาตรฐานเสมอต้นเสมอปลาย “สวนสละอาทิตย์” จะมีจุดเด่นในเรื่องรสชาติเฉพาะของที่สวน เนื้อขาวไม่มีรอยช้ำเหมือนที่อื่น
  4. แพ็กเกจจิ้งต้องสวยงามดึงดูด สะดวกแก่ลูกค้า มีตัวเลือกให้ลูกค้าเลือกหลายรูปแบบ แบบบรรจุกล่องขนย้ายง่ายหยิบจับสะดวก กล่องละ 250 บาท แบบถุงรูปทรงสวยงาม มองเห็นผลผลิตเป็นช่อน่ากิน ถุงละ 100 บาท หรือลูกค้าที่ไม่ยึดติดกับรูปลักษณ์ภายนอก เรามีลูกร่วงขาย แต่คุณภาพยังเท่าเดิม ขายในราคากิโลกรัมละ 60 บาท ส่วนลูกมีตำหนิจะนำเข้าโรงงานแปรรูป ทำเป็นสะละลอยแก้วต่อไป
  5. กระจายสินค้าได้ด้วยตัวเอง พยายามสร้างตลาดเองให้ได้มากที่สุด ทุกสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดจะต้องมีผลผลิตของ “สวนสละอาทิตย์” วางขาย เรามีของดีอยู่ในมือ ไม่ต้องกลัวแค่ขายให้เป็น

ตอนนี้ “สวนสละอาทิตย์” มีแหล่งกระจายสินค้ามากกว่า 8 แห่ง

แห่งที่ 1 เปิดร้านขายหน้าสวนของตัวเอง 1 วัน สามารถกระจายสินค้าได้วันละไม่ต่ำกว่า 300 แพ็ก วันเสาร์-อาทิตย์ ไม่ต่ำกว่า 500-1,000 แพ็ก พร้อมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชิมสะละในสวนฟรี มีแพะมีแกะให้เดินชมกันเพลินๆ มาที่นี่ที่เดียวได้ครบ อิ่มท้อง อิ่มใจ

แห่งที่ 2 มีหน้าร้านอยู่ที่ตลาดเวียงสระ 2 ร้าน

แห่งที่ 3 ร้านน้องสาว ที่สนามบินสุราษฎร์ธานี

แห่งที่ 4 ตลาดบ้านดอน

แห่งที่ 5 ซุ้มโอท็อปในตลาดนาสาร

แห่งที่ 6 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลสุราษฎร์ธานี

แห่งที่ 7 เป็นในรูปแบบของตัวแทนขาย 1 อำเภอ 1 อาทิตย์ เรากำหนดราคาเองทั้งหมด ขายได้เท่าไร เราแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ 15-20 เปอร์เซ็นต์ แต่มีข้อแม้ขอเก็บเงินสด เพราะถ้าไม่เก็บเงินก่อน เขาจะไม่ดูแลสนใจสินค้า เราขายได้ก็ดี ขายไม่ได้ก็คืน จึงเก็บเงินสดกันไว้ก่อน และสะละ “สวนสละอาทิตย์” มีการจดเครื่องหมายการค้าไว้แล้ว หากใครอยากรับสะละไปขาย ต้องทำตามกฎคือ ต้องขายในราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 100 บาท ทุกร้าน ห้ามขายต่ำกว่านี้

แห่งที่ 8 ตลาดการแปรรูป สะละลอยแก้ว สะละแช่อิ่ม เป็นโรงงานของตัวเอง ทำอย่างครบวงจร การตลาดที่ดีคือ การพึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุด

แพ็กเกจจิ้งและผลิตภัณฑ์ของ “สวนสละอาทิตย์” ทั้งหมด

ฝากถึงเกษตรกรรุ่นใหม่ ทำเกษตรให้มีกำไร

คุณอาทิตย์ บอกว่า คนรุ่นใหม่ถ้าอยากทำเกษตรให้อยู่รอด คุณต้องมองเห็นประโยชน์ใกล้ตัวและนำมาใช้ให้ได้มากที่สุด ทิ้งมากกำไรน้อย ทิ้งน้อยกำไรมาก การตลาดต้องนำการผลิต ปลูกแล้วต้องขายเป็น ถ้าขายไม่ได้อย่าไปปลูกเลย ทำอย่างไรก็ไม่รวย แต่ถ้าปลูกไม่เป็น รับของคนอื่นมาขายยังได้ ดังนั้น ต้องเอาการตลาดนำการผลิต “สวนสละอาทิตย์” เวลาจะทำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมา ต้องมีการทดลองตลาดทั้งหมด ทำแจก วันหลังถ้าเขามาถามหา แสดงว่าสิ่งที่เราทำโอเค แต่ถ้าแจกไปแล้ว ไม่มีใครถามหา แสดงว่าเราต้องปรับสูตรใหม่ ยังไม่โดนใจลูกค้า อย่าใช้ตัวเองเป็นตัววัด ลูกค้าต้องการอะไร ทำให้ตรงใจเขา คนทำเกษตรยุคใหม่ต้องใจถึง กล้าได้กล้าเสีย ที่นี่ไม่ได้ทำสะละขายอย่างเดียว ถึงเวลาแจกก็ต้องแจก รู้จักขาดทุนเพื่อกำไร ขาดทุนบ้างอาจในเรื่องของเงิน แต่ในด้านของการประชาสัมพันธ์ มิตรภาพหลายๆ อย่าง เราได้กำไร

สำหรับเกษตรกรที่สนใจอยากเรียนรู้การปลูกสะละอย่างมืออาชีพ หรือท่านใดสนใจเข้าเยี่ยมชม “สวนสละอาทิตย์” ติดต่อ โทร. 086-365-1992

เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร
โรงงานแปรรูปสะละครบวงจร

บทความก่อนหน้านี้เปิดโมเดล ชุมชนจัดการน้ำ รอดภัยแล้ง
บทความถัดไปวิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ สร้างเครื่องตอนจุกสับปะรด ลดแรงงาน ประหยัดเวลา