เพิ่มมูลค่ามะม่วงเบา อายุกว่า 100 ปี ที่สงขลา ด้วยสินค้า “ป้าติ้วแมงโก้” ขายดีเดือนละกว่า 5 หมื่นบาท

มะม่วงเบามีแหล่งปลูกและเจริญเติบโตจำนวนมากทางภาคใต้ เรียกได้ว่าเป็นพืชอัตลักษณ์ เนื่องจากเป็นพืชประจำถิ่นที่มีอายุนานร่วมกว่าร้อยปี มีขนาดผลประมาณไข่ไก่ ผลดิบมีรสเปรี้ยว ชาวบ้านนิยมนำมาประกอบอาหารประเภทยำ หรือกินดิบได้ อีกทั้งยังได้รับความนิยมนำมาสร้างมูลค่าด้วยการแปรรูปได้หลากหลาย ไม่ว่าจะนำมากวน มะม่วงแผ่น แช่อิ่ม หรือปั่นเป็นน้ำดื่มให้ชื่นใจ

ป้าติ้ว (เสื้อเหลือง) ร่วมลงมือกับสมาชิกกลุ่ม

“ป้าติ้วแมงโก้” เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์จากมะม่วงเบาที่เกิดจากชาวบ้านรวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มแม่บ้านสทิงหม้อ จังหวัดสงขลา แล้วเก็บผลมะม่วงเบาที่ปลูกไว้ตามบ้านมาแปรรูปเป็นสินค้าต่างๆ ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ขายดีจนผลิตไม่ทัน ทำให้มีรายได้ถึงเดือนละกว่า 5 หมื่นบาท

คุณอุไรวรรณ หอมจันทร์ หรือ ป้าติ้ว ไม่ได้เป็นเจ้าของ เพียงขอนำชื่อเล่นมาใช้ตั้งชื่อแบรนด์สินค้าให้ง่ายต่อการจดจำ แต่เป็นผู้นำกลุ่มแม่บ้านสทิงหม้อ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่เลขที่ 147/4 หมู่ที่ 5 ตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา

มะม่วงเบาผ่าครึ่งเตรียมเข้ากระบวนการทำแช่อิ่ม

นำมะม่วงเบามาสร้างมูลค่า ดึงรายได้เข้าชุมชน

ป้าติ้ว เล่าว่า กิจกรรมอาชีพที่ทำอยู่ขณะนี้คือการนำมะม่วงเบาพันธุ์ลูกขาวและลูกเขียว รวมถึงพิมเสนมาแปรรูปเป็นสินค้าในรูปแบบต่างๆ ความจริงชาวบ้านปลูกมะม่วงเบาในพื้นที่ปลูกกันมานานกว่า 100 ปี หรือเรียกได้ว่าเป็นพืชที่อยู่คู่กับท้องถิ่นพื้นบ้านอยู่แล้ว อีกทั้งชาวบ้านก็นำมะม่วงเบามาประกอบอาหารคาวหวานเป็นปกติ

“กระทั่งเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมาได้เกิดกิจกรรมส่งเสริมให้ปลูกมะม่วงเบากันขึ้น เพราะมองเห็นตลาดขาย ดังนั้น ชาวบ้านแห่มาปลูกมะม่วงเบากันอย่างแพร่หลาย จึงทำให้มะม่วงเบาปลูกกันจำนวนมากทุกพื้นที่ของชุมชนเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ จึงทำให้จากเดิมมีราคาเพียงกิโลกรัมละ 2 บาท กลับกลายมาเป็นราคาสูงขึ้น แล้วเคยสูงถึง 70-80 บาท ต่อกิโลกรัม โดยทางกลุ่มได้นำมาแปรรูปนานกว่า 5 ปี

ผลสดมะม่วงเบา

กลุ่มแม่บ้านสทิงหม้อก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2530 ซึ่งในสมัยนั้นเริ่มจากการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ และน้ำพริกเครื่องแกง ซึ่งปัจจุบันยังทำอยู่ เพียงแต่เพิ่มกิจกรรมมาแปรรูปมะม่วงเบาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ กลับได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนกลายเป็นสร้างรายได้หลักให้กับสมาชิกกลุ่มไปแล้ว

ป้าติ้วปลูกมะม่วงเบาพันธุ์ลูกขาวและลูกเขียวกับพันธุ์พิมเสนไว้จำนวนเกือบ 200 ต้น ทั้งนี้ มะม่วงเบาจะขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดเท่านั้น เนื่องจากต้องการให้ต้นมีความแข็งแรง มีอายุยาวนาน มะม่วงเบามีผลตลอดทั้งปี แต่ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม จะดกมาก มีผลดกทุกบ้าน จึงทำให้ช่วงนั้นราคามะม่วงลดลง

มะม่วงเบาแช่อิ่มมีสีเหลืองตามธรรมชาติ

การดูแลบำรุงต้นจะใส่ปุ๋ยคอกเป็นหลัก ส่วนปุ๋ยสูตรจะใส่บ้างแต่ไม่มาก เพราะมะม่วงเบาที่สทิงพระเจริญเติบโตได้ดีด้วยสภาพอากาศที่สมบูรณ์จึงไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ย/ยาบำรุงต้นมาก โดยปุ๋ยเม็ดที่ใช้เป็นสูตรเสมอ 15-15-15 ใส่ต้นละ 2 กิโลกรัม แบ่งใส่ปีละ 2 ครั้ง หรือทุก 6 เดือน สำหรับปุ๋ยคอกใช้วิธีวางเป็นกระสอบไว้บริเวณใกล้ต้นเพื่อปล่อยให้ย่อยสลายลงดิน

ผลิตภัณฑ์ “ป้าติ้วแมงโก้” จากมะม่วงเบา ได้แก่ มะม่วงแช่อิ่ม น้ำมะม่วง มะม่วงกวน มะม่วงอบแห้ง และน้ำพริกมะม่วง สินค้าทุกชนิดแปรรูปด้วยคุณภาพ ใส่ใจเรื่องความสะอาด มีมาตรฐานการผลิต จึงได้รับการการันตีจาก อย. และได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายฮาลาล

ได้รับอนุญาตทั้ง อย. และฮาลาล

กลุ่มแม่บ้านสทิงหม้อมีจำนวนสมาชิก 20 ราย แต่ละรายปลูกมะม่วงเบาไว้บ้านละ 1-2 ไร่ แล้วจะเก็บผลมะม่วงทยอยมาส่งที่กลุ่มโดยได้รับเงินค่ามะม่วงเป็นราคาประกันไม่เกินกิโลกรัมละ 15 บาท

การแปรรูป

มะม่วงแช่อิ่มเป็นสินค้าที่ขายดีมาก มีวิธี/ขั้นตอนโดยเริ่มจากเมื่อได้มะม่วงเบาที่ถูกเก็บมาจากแต่ละสวนของสมาชิกถูกนำมาล้างด้วยน้ำเปล่า แล้วปาดหัวมะม่วงเพื่อให้น้ำยางไหลออก แล้วปอกเปลือกให้เกลี้ยง นำไปล้างน้ำเปล่าอีกครั้ง แล้วผ่าครึ่งผล จึงมีคำถามว่าทำไมไม่หั่นเป็นชิ้น เพราะมะม่วงเบามีขนาดผลเทียบขนาดเท่าไข่ไก่ เมื่อผ่าครึ่งจะมีขนาดพอดีคำ แต่มะม่วงแช่อิ่มที่อื่นมีผลใหญ่จึงต้องหั่นเป็นชิ้นเพราะสะดวกต่อการรับประทาน

ในพื้นที่สวนมะม่วงต้องสะอาด โล่ง เพื่อป้องกันศัตรูมาทำลายต้น

หลังจากผ่าแล้วให้นำมาแช่น้ำเกลือ 1 คืน แล้วนำออกไปแช่น้ำปูนแดง 1 คืน (การใช้ปูนแดงจะช่วยให้ผลมะม่วงเป็นสีเหลืองตามธรรมชาติ) จากนั้นนำมาแช่ในน้ำเชื่อมอีก 1 คืน รวมทั้งสิ้น 3 คืนก็จะได้มะม่วงแช่อิ่มที่มีรสอร่อย สะอาด ปลอดภัย แล้วจึงนำไปแพ็กใส่ถุงที่ได้มาตรฐาน ติดแบรนด์ “ป้าติ้วแมงโก้”

จากนั้นนำไปแช่ไว้ในตู้เย็นเพื่อควบคุมคุณภาพ รอลูกค้ามารับต่อไป ทั้งนี้ จำนวนผลมะม่วงเบาที่นำมาแช่อิ่มแต่ละครั้งเฉลี่ย 20-30 กิโลกรัม หรือขึ้นอยู่กับยอดการสั่งล่วงหน้า มะม่วงแช่อิ่ม ป้าติ้วแมงโก้ บรรจุใส่ถุง 2 ขนาด คือขนาดครึ่งกิโลกรัม และ 1 กิโลกรัม จำหน่ายราคา 130 กับ 250 บาท ตามลำดับ

สมาชิกช่วยกันแปรรูปอย่างพิถีพิถันให้ทันตามยอดออเดอร์

สำหรับน้ำมะม่วงซึ่งเป็นสินค้าที่ขายดีรองจากมะม่วงแช่อิ่มมีวิธี/ขั้นตอนผลิตด้วยการนำมะม่วงสดมาปั่น แยกกากและน้ำออก นำน้ำมะม่วงที่แยกไปน็อกด้วยน้ำเย็น จะได้น้ำมะม่วงที่มีรสเปรี้ยว+หวานเล็กน้อย น้ำมะม่วงขายโหลละ 100 บาท ส่วนกากมะม่วงยังนำไปผลิตเป็นน้ำพริกด้วยการผสมปลาและ/หรือกุ้ง ขายกระปุกละ 25 บาท ช่วยเพิ่มมูลค่าได้มาก นอกจากนั้น มะม่วงสุกนำมาผลิตเป็นแยมขายขวดละ 60 บาท และมะม่วงกวนกล่องละ 25 บาท

การได้รับรองมาตรฐานทำให้สินค้าแปรรูปมะม่วงเบา ป้าติ้วแมงโก้ มีตลาดรองรับทุกกลุ่ม ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคทุกเพศ/วัย ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และมีลูกค้ามารับที่กลุ่มโดยไม่จำเป็นต้องออกไปขาย มีเพียงแค่งานออกบู๊ธเท่านั้น การที่ไม่ต้องออกไปวางขายด้านนอกช่วยลดต้นทุนค่าแรง ค่าน้ำมันและอื่นๆ ได้อย่างมาก อีกช่องทางคือการขายผ่านออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมาก เพราะได้รับประทานอย่างรวดเร็ว ดังนั้น จากเคยขายได้เดือนละ 1-2 หมื่นบาท ตอนนี้ขายได้เดือนละกว่า 5 หมื่นบาท

ทั้งผลอ่อนและช่อดอก มีผลผลิตให้ได้ทั้งปี

“กิจกรรมของกลุ่มถือเป็นเจตนาที่ต้องการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ชาวบ้าน จะเป็นรายได้หลักหรือเสริมขึ้นอยู่กับความตั้งใจของแต่ละราย เพียงแต่กลุ่มพยายามหากิจกรรมต่างๆ เข้ามาเพื่อให้ทุกคนทั้งอายุน้อย-อายุมากมีโอกาสทำ เนื่องจากในชุมชนมีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สามารถนำมาสร้างมูลค่าได้โดยแทบจะไม่ต้องลงทุน” ป้าติ้ว กล่าว

สอบถามรายละเอียด สั่งซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปมะม่วงเบาแบรนด์ “ป้าติ้วแมงโก้” ได้ที่โทรศัพท์ (089) 976-1262 หรือ fb : ป้าติ้วแมงโก้

มะม่วงเบาที่ปลูกไว้ทุกบ้าน
แยมมะม่วงเบา
มะม่วงเบาแช่อิ่มแบบบรรจุแพ็ก
น้ำมะม่วงเบา
บทความก่อนหน้านี้วิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ สร้างเครื่องตอนจุกสับปะรด ลดแรงงาน ประหยัดเวลา
บทความถัดไปตากฟ้า 6 ฝ้ายเส้นใยสีน้ำตาลธรรมชาติ พันธุ์แรกของไทย