“กรมเจรจาฯ” จับมือกรมส่งเสริมสหกรณ์ลงใต้ติดอาวุธชาวสวนยางพาราใช้เอฟทีเอขยายตลาด

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ลงพื้นที่จังหวัดตรัง สำรวจศักยภาพสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก จำกัด ถกประเด็นการใช้ประโยชน์และขยายโอกาสการค้าผ่านเอฟทีเอ พร้อมทั้งจัดเสวนาเข้มติดอาวุธเกษตรกรและสหกรณ์ยางพารา ระหว่างวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2562

นางสาวบุณิกา แจ่มใส ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาความพร้อมทางการค้า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 คณะกรมเจรจาฯ ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่พบปะสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก จำกัด เพื่อสำรวจศักยภาพสหกรณ์กองทุนสวนยาง และหารือเรื่องการใช้ประโยชน์จากความตกลงค้าเสรี (เอฟทีเอ) เจาะตลาดต่างประเทศ โดยพบว่าสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก จำกัด มีสมาชิก 86 ราย พื้นที่ประมาณ 4,600 ไร่ รับซื้อน้ำยางจากสมาชิกเพื่อแปรรูปเป็นหมอนและที่นอนยางพารา.  ผลิตหมอนยางพาราได้เดือนละ 5,000 ใบ จำหน่ายภายในประเทศภายใต้เครื่องหมายการค้า Nong Krok

โดยส่งออกไปจีนซึ่งเป็นตลาดหลักเดือนละ 4,000 ใบ โดยใช้ตราสินค้าตนเอง รวมทั้งยังรับจ้างผลิต (OEM) ส่งออกไปมาเลเซียและเมียนมาร์ด้วย ซึ่งสหกรณ์ฯ สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ยางพาราโดยใช้ประโยชน์จากความตกลงเอฟทีเอ โดยเฉพาะเอฟทีเออาเซียน และอาเซียน-จีน. ซึ่งไม่เก็บภาษีนำเข้ากับสินค้ายางพาราที่ส่งออกจากไทยแล้ว นอกจากนี้ สหกรณ์ฯ ยังมีเป้าหมายที่จะทำตลาดในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป แต่ยังต้องพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ โดยสหกรณ์ฯ อยู่ระหว่างหาแหล่งทุนเพื่อซื้อเครื่องจักร และดำเนินการขออนุญาตต่างๆตามกฎหมายผังเมืองเพื่อขยายกิจการและยกระดับมาตรฐานกำลังการผลิตต่อไป

นางสาวบุณิกา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ ยังได้ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ หอการค้าไทย สหกรณ์จังหวัด และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “พัฒนาความพร้อมทางการค้าของสหกรณ์ไทยสู่การค้าเสรี” ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 เชิญเครือข่ายสหกรณ์ในพื้นที่ มาร่วมวงเสวนากับภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คำแนะนำเรื่องการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ และการยกระดับสหกรณ์ไทยในโลกค้าเสรี เพื่อให้เกษตรกรและสหกรณ์ยางพาราใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอขยายตลาดสู่ต่างประเทศได้มากขึ้น โดยจะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการผลิตสินค้า เพื่อสร้างแต้มต่อให้กับผลิตภัณฑ์ยางพาราไทยและขยายตลาดสู่ต่างประเทศ สร้างความมั่นคงด้านรายได้แก่สหกรณ์และเกษตรกรยางพาราไทยในระยะยาว

ทั้งนี้ ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย โดยในปี 2561 ไทยส่งออกยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง มูลค่า 4,602.1 ล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็นยางแท่ง 2,222 ล้านเหรียญสหรัฐ น้ำยางธรรมชาติ 1,354.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ยางแผ่น 902.8 ล้านเหรียญสหรัฐ และยางพาราอื่นๆ 123.2 ล้านเหรียญสหรัฐ   และในปี 2562 (ม.ค.– มิ.ย. 62) ไทยส่งออกยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางมูลค่า 2,177.2 ล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็นยางแท่ง 1,190.6 ล้านเหรียญสหรัฐ น้ำยางธรรมชาติ 577.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ยางแผ่น 382.4 ล้านเหรียญสหรัฐ และยางพาราอื่นๆ 26.4 ล้านเหรียญสหรัฐ  โดยมีประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เป็นต้น

สำหรับโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “พัฒนาความพร้อมทางการค้าของสหกรณ์ไทยสู่การค้าเสรี” ซึ่งกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจัดร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ ครั้งที่ 1 จัดไปเมื่อวันที่ 3 – 4 กรกฎาคม 2562 ณ สหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด จังหวัดลำพูน สินค้าลำไย ครั้งที่ 2 จัดเมื่อวันที่ 25 – 26 กรกฎาคม 2562 ณ สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก จำกัด จังหวัดตรัง สินค้ายางพาราและผลิตภัณฑ์แปรรูป และมีแผนจะจัดครั้งที่ 3 ที่สหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี สินค้าเงาะและกล้วยหอม และครั้งที่ 4 ที่สหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด จังหวัดมุกดาหาร สินค้าโคเนื้อ ผู้สนใจแจ้งความประสงค์เข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ FTA Center โทรศัพท์ 02-507-7555

บทความก่อนหน้านี้วช.จัดประชุมชี้แจงสร้างความร่วมมือภาคีเครือข่ายการบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ
บทความถัดไปกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกิจการสหกรณ์การเกษตรเมืองอุบลราชธานี