หนุ่มปทุมธานี ปลูก “ข้าวโพดหวาน” สลับกับ “กล้วยหอม” 70 วัน เก็บผลผลิตขายได้เงิน

ส้มเขียวหวาน ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี นครนายก และสระบุรี เคยปลูกมากถึง 2 แสนไร่ หลังจากพืชนี้ล่มสลาย เกษตรกรหันมาทำนา ปลูกกล้วยหอมทอง ซึ่งก็สร้างชื่อให้กับจังหวัดปทุมธานีมาจนถึงปัจจุบัน

คุณธนิสร ชีพประกิต หรือ คุณต่าย อยู่บ้านเลขที่ 10/3 หมู่ที่ 8 ตำบลศาลาครุ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เคยปลูกส้มเขียวหวานมาก่อน เมื่อโรครุมเร้าต้นส้ม ได้หันมาปลูกกล้วยหอมแทน

คุณต่าย บอกว่า ทำกิจกรรมการเกษตรในพื้นที่ราว 200 ไร่ มีส้มเขียวหวาน 20 ไร่ มะนาว 30 ไร่ กล้วยหอมทอง 40 ไร่ และอื่นๆ

คุณธนิสร ชีพประกิต หรือคุณต่าย

ปลูกสลับ…ลดโรคแมลง
ผลผลิตดี

พื้นที่ปลูกพืชของที่นี่เป็นร่องสวนส้มเดิม งานปลูกพืชต่างๆ จึงปลูกตามสันร่อง

คุณต่าย เล่าว่า กล้วยหอม เป็นพืชหลักที่ปลูกแล้วสร้างงานทำเงิน เมื่อเก็บผลผลิตกล้วยหอมหมด ตนเองจะปลูกข้าวโพดหวานสลับ ซึ่งประโยชน์นั้น ช่วยลดการระบาดของโรคแมลง ข้อดีของการสลับด้วยข้าวโพด พืชชนิดนี้อายุการเก็บเกี่ยวสั้น อยู่ที่ 65-70 วัน ก็จำหน่ายได้เงินแล้ว

“นำข้าวโพดหวานมาปลูกสลับ 10 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้ เกษตรกรจะเดินไปร้านค้า ซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดมาปลูก ช่วงใดราคาดีก็ดีไป แต่ช่วงใดราคาตกต่ำลำบากมาก ทุกวันนี้มีพ่อค้าอยู่ที่ตลาดไท คอยกำกับปริมาณการปลูกของเกษตรกร ของผมนี้มีเฮียตือและเจ๊เพ็ญ เจ้าของแผงที่ตลาดไท ปล่อยเมล็ดพันธุ์ เขาปล่อยเมล็ดให้ปลูกวันหนึ่งราว 40 กิโลกรัม ทุกวัน

แปลงปลูกกล้วยหอม

เมื่อคนนำเมล็ดไปปลูก…เมื่อมีผลผลิตก็นำไปขายให้กับเฮียตือ ซึ่งปริมาณจะพอเหมาะตลาดไปได้ เฮียจะรู้ว่า ควรเพิ่มหรือลดปริมาณ เมื่อเข้าสู่ระบบนี้ งานปลูกและจำหน่ายจึงไม่มีปัญหา คนปลูกและผู้รับซื้อต่างพึงพอใจในราคา

คนอย่างเฮียตือและเจ๊เพ็ญมีอยู่หลายราย ต่างก็ดูแลเกษตรกรในเครือข่ายของตนเอง ไม่ให้ผลผลิตมากไป น้อยไป…ราคาก็เป็นไปตามกลไกตลาด แถวนี้ หากไม่รู้จักเจ้าของแผงขาย เขาไม่ปลูกกันแล้ว เพราะราคาตกก็แย่” คุณต่าย อธิบายรูปแบบการผลิต

คุณต่าย บอกว่า การปลูกสลับของตนเอง เริ่มจากตัดกล้วยหอมขาย จะปลูกข้าวโพด 1 รอบ ใช้เวลาราว 90 วัน รวมเวลาเตรียมแปลงด้วย หากข้าวโพดมีแนวโน้มว่าราคาดี ก็ปลูกต่อ อีก 1 รอบ แต่ต้องเพิ่มปัจจัยการผลิตพิเศษนิดหนึ่ง จึงจะได้ผลผลิตใกล้เคียงกับครั้งแรก แต่ส่วนใหญ่แล้วจะปลูกข้าวโพดหวานสลับเพียงครั้งเดียว แล้วปลูกกล้วยหอมทองตาม

หากปลูกข้าวโพดอย่างเดียวในรอบปีหนึ่ง จะปลูกได้ราว 3 ครั้ง

ต้นข้าวโพด อายุ 15 วัน

ที่นี่ ไม่ได้ไถพรวน

คุณต่าย อธิบายการเตรียมดินว่า เริ่มจากใช้สารกำจัดวัชพืชในแปลง ไม่ต้องไถพรวน ก่อนปลูกใช้สารควบคุมวัชพืชไม่ให้งอก แล้วปลูกข้าวโพดหวานลงไปได้เลย การป้องกันกำจัดวัชพืชมีอยู่เพียงเท่านี้ ไม่ต้องทำอะไรอีก ตลอดระยะการปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว

พันธุ์ข้าวโพดหวานที่ปลูก เป็นพันธุ์ “ไฮ-บริกซ์ 33” ท้องถิ่นแถบนี้นิยมปลูกกัน เพราะให้ผลผลิตสูง ต้านทานโรค เกษตรกรผู้ปลูกได้เงินดี ผู้บริโภคติดใจ

พื้นที่ 25 ไร่ คุณต่าย ใช้เมล็ดพันธุ์ 14.5 กิโลกรัม

ระยะปลูก ระหว่างต้น 65 เซนติเมตร ระหว่างแถว 30-40 เซนติเมตร

การเตรียมแปลงเป็นหน้าที่ของเจ้าของ จากนั้นมีทีมรับจ้างปลูกมาปลูกให้ เขาคิดค่าปลูก เส้นละ 80-100 บาท เส้นหนึ่งมีความยาวของแปลง 20 วา จำนวนแถวเฉลี่ย 6-8 แถว ขณะเดียวกันช่วงเก็บก็มีทีมมาเก็บ ไปส่งตลาด คิดค่าเก็บ กิโลกรัมละ 30 สตางค์

 

สภาพแปลงปลูก

น้ำ ปุ๋ย ต้องดี
ศัตรูมี..ต้องระวัง

ถามคุณต่ายบอกว่า …ให้น้ำมากน้อยแค่ไหน

เขาบอกว่า ไม่สามารถระบุว่า ให้น้ำกี่วันเว้นกี่วัน แต่อาศัยการสังเกตและความชำนาญ ดูดิน อย่าให้แฉะ แต่ไม่ให้แห้งจนเกินไป…หากพบว่าดินแห้งก็ใช้เรือรดน้ำรดให้ ช่วงไหนฝนชุกก็ไม่ต้องให้น้ำ

สำหรับปุ๋ย ใส่ให้ 3 ครั้ง เป็นปุ๋ยยูเรีย สูตร 46-0-0

ใส่ครั้งแรก…เมื่อต้นข้าวโพดอายุได้ 15 วัน ใส่ที่โคนต้น จำนวน 1 ช้อนแกง ต่อต้น

ใส่ครั้งที่สอง…เมื่อต้นอายุได้ 30 วัน ใส่ให้ จำนวน 2 ช้อนแกง ต่อต้น

ใส่ครั้งที่สาม…เมื่อต้นอายุได้ 45 วัน จำนวนเท่าครั้งที่ 2

จากนั้นเรื่องปุ๋ย ไม่ต้องใส่อีกเลย

คุณต่าย บอกว่า มีศัตรูข้าวโพดที่ต้องระวัง โดยเฉพาะหนอนเจาะลำต้น เจ้าของใช้ทั้งวิธีป้องกันก่อนที่จะพบศัตรู และรีบกำจัด เมื่อพบเห็นจำนวนเล็กน้อย

ส่วนโรค พบโรคกาบใบแห้ง หากเป็นหน้าฝนพบโรคต้นเน่า

เนื่องจากว่า คุณต่ายปลูกข้าวโพดหวานมานาน มีแปลงข้าวโพดทุกระยะ จึงเกิดความชำนาญ สามารถทราบสถานการณ์การระบาดของศัตรูพืชได้ ทำให้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

 

พื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นร่องน้ำ

อายุ 65-70 วัน เก็บผลผลิตได้

คุณต่าย บอกว่า หลังปลูกไป 65-70 วัน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดหวานได้

ถามว่า มีวิธีดูว่าข้าวโพดหวานเก็บเกี่ยวได้แล้วอย่างไร

คุณต่าย บอกว่า

หนึ่ง. นับวัน คือหลังปลูก 65 วัน ไปแล้ว

สอง. ดูไหมข้าวโพดเริ่มเหี่ยว และ

สาม. สุ่มแกะดูที่ฝักหลายๆ จุด ซึ่งวิธีนี้จะเห็นเมล็ดเหลืองสวย

ระยะที่เหมาะต่อการเก็บเกี่ยว

“ตั้งแต่ปลูกข้าวโพดหวานมา เคยขายราคาต่ำสุด 5 บาท ต่อกิโลกรัม แต่โดยทั่วไปแล้ว อยู่ที่ 8-9 บาท…ช่วงปลายปี คือเดือนตุลาคมถึงปีใหม่ ราคาข้าวโพดหวานดีมาก จึงมีการปลูกเสริมปลูกสลับถือว่าโอเค อยู่ได้ ต้นทุน ไร่ละ 3,500-4,000 บาท…ผลผลิต 1 ตัน ต่อไร่ขึ้นไป…เกษตรกรเขตอื่น อาจจะมีอาชีพปลูกข้าวโพดหวานเดี่ยวๆ แต่แถวปทุมธานี ปลูกสลับกับกล้วยหอมทอง…”

คุณต่าย บอกว่า ลักษณะประจำพันธุ์ข้าวโพดหวานที่ปลูกอยู่ ผลผลิตต่อไร่ค่อนข้างสูง แต่ที่จังหวัดปทุมธานีและบริเวณใกล้เคียง แปลงปลูกส่วนใหญ่เสียไปกับร่องน้ำ จำนวนต้นต่อไร่และผลผลิตที่ได้จึงไม่มาก เหมือนอย่างข้าวโพดปลูกในสภาพไร่ แต่ที่ลุ่มอย่างปทุมธานีได้เปรียบสภาพไร่ คือปลูกได้หมุนเวียนตลอดปี เพราะน้ำอุดมสมบูรณ์

ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องการปลูก สอบถามคุณต่ายได้ตามที่อยู่ หรือโทรศัพท์ 061-497-5651

อยากทราบการจัดการเมล็ดพันธุ์ ปัจจัยการผลิต และระบบปลูก สอบถามได้ที่ ร้านทองการเกษตรคลองสิบเอ็ด โทรศัพท์ 084-103-3454

วันเก็บผลผลิต

ลักษณะประจำพันธุ์ข้าวโพดหวาน ไฮ-บริกซ์ 33

ผลผลิตทั้งเปลือก   3,347 กิโลกรัม ต่อไร่
ผลผลิตปอกเปลือก 2,190 กิโลกรัม ต่อไร่
จำนวนแถวเมล็ด    16-18 แถว ต่อฝัก
ความยาวฝัก          19-21 เซนติเมตร
ความกว้างฝัก      5.0-5.5 เซนติเมตร
ความต้นทานโรค ปานกลาง

เจ้าของ บริษัท แปซิฟิค เมล็ดพันธุ์ จำกัด
1 หมู่ที่ 13 ถนนพหลโยธิน ตำบลพระพุทธบาท อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี 18120
โทรศัพท์ 036-266-316-9, 036-267-877-8
เฟซบุ๊ก Fanpage: Pacific Seeds Thailand
www.advantaseedth.com

บทความก่อนหน้านี้วิธีการปลูกชะอมให้แตกยอดดี และเทคนิคการปลูกชะอม 1 ต้น ร้อยยอด!
บทความถัดไปสวนหลังบ้านงานเศรษฐกิจพอเพียง กินอิ่ม นอนอุ่น ทุนมี หนี้หมด