กระเจี๊ยบมอญ ผักเด่นเป็นยาดี ใยอาหารสูง

กระเจี๊ยบมอญ เป็นพืชผักที่นิยมกันแพร่หลาย มีทั่วทุกถิ่นในแดนไทยบ้านเรา แต่ก่อนเก่าเป็นแค่พืชผักข้างรั้ว ที่ไม่ค่อยมีใครใส่ใจนัก แต่วันนี้เป็นผักส่งขายข้ามแดนไปแล้ว ยิ่งเข้าสู่ยุคสุขภาพมาเป็นที่หนึ่ง เฝ้าสืบค้นมองหาพืชที่มีคุณค่า ประโยชน์มากมาย และที่สำคัญได้มาจากแหล่งที่เชื่อมั่นว่าปลอดภัยจากสารเคมี จึงพบว่ากระเจี๊ยบมอญเป็นผักที่โดนกับตัว ดีต่อใจ อย่างที่สุด ยิ่งศึกษาค้นคว้ายิ่งรักชอบน้องกระเจี๊ยบมอญมากขึ้นทุกวันๆ

กระเจี๊ยบมอญ ชื่อสามัญ Okra, Lady’finger, Gombo และ Bendee

เป็นพืชในวงศ์ MALVACEAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Abelmoschus esculentus (L) Moench

มีชื่อเรียกแต่ละพื้นถิ่นหลายชื่อ เช่น ภาคเหนือ เรียก มะเขือมอญ มะเขือทราย มะเขือพม่า มะเขือมื่น กระเจี๊ยบ ภาคกลาง เรียก มะเขือละโว้ กระเจี๊ยบเขียว เป็นประเภทไม้ล้มลุก ต้นสูง 1-2 เมตร

ลำต้น ใบ มีขนหยาบ ใบ เป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกัน ใบรูปคล้ายฝ่ามือคนเรา กว้าง 8-25 เซนติเมตร ยาว 10-30 เซนติเมตร

ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีเหลือง โคนกลีบมีสีเขียว ด้านในมีสีม่วงแดง ก้านชูอับเรณูติดกันเป็นหลอด

ผล เป็นผลแห้ง แตกได้รูป 5 เหลี่ยม เป็นไม้ที่ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด เจริญเติบโตเร็ว อายุปีเดียว ส่วนที่ใช้ประโยชน์คือฝักอ่อน หรือผลอ่อน ที่มีน้ำเมือกใสเหนียวอยู่มาก เมื่อต้มจะพบยางลื่นมือ ทางเหนือถึงเรียกว่ามะเขือมื่นนั่นเอง

หลายสายพันธุ์ที่นิยมนำมาปลูกเป็นการค้า ปลูกมากแถบภาคกลางหลายจังหวัด ไปทางตะวันตกถึงสุพรรณบุรี กาญจนบุรี ขึ้นเหนือถึงพิจิตร พิษณุโลก ประเภทพื้นเมืองมีอยู่ทั่วไป นำฝักอ่อนมาใช้เป็นอาหาร เป็นผักต้มจิ้มน้ำพริกต่างๆ แกงส้ม แกงเลียง แกงจืด ยำ ชุบแป้งทอด ต้มกะทิ ผัดเผ็ด กระเจี๊ยบยัดไส้ นำมาทำชากระเจี๊ยบก็ได้ อีกหลากหลายเมนู ที่มีผู้คิดค้นเป็นของกิน ที่ให้ดูดีมีความน่ากิน

ผลดิบกระเจี๊ยบมอญ หรือกระเจี๊ยบเขียว 100 กรัม ให้พลังงาน 33 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 7.45 กรัม น้ำตาล 1.48 กรัม เส้นใยอาหาร 3.2 กรัม ไขมัน 0.19 กรัม น้ำ 89.58 กรัม วิตามินเอ 36 ไมโครกรัม วิตามินบีหนึ่ง 0.2 มิลลิกรัม วิตามินบีสอง 0.06 มิลลิกรัม วิตามินบีสาม หรือ ไนอะซิน 1.0 มิลลิกรัม วิตามินบีหก 0.215 มิลลิกรัม วิตามินซี 0.23 มิลลิกรัม วิตามินอี 0.27 มิลลิกรัม วิตามินเค 31.3 ไมโครกรัม แคลเซียม 82 มิลลิกรัม เหล็ก 0.62 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 57 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 299 มิลลิกรัม สังกะสี 0.58 มิลลิกรัม สารอาหารต่างๆ ที่มีอยู่ในกระเจี๊ยบมอญ มีส่วนเสริมเพิ่มให้กระเจี๊ยบมอญมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น

สรรพคุณทางยา มีมากมายเป็นสุดยอดสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งเลยทีเดียว มีสารพวกกลูตาไธโอน สารต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ในส่วนของผลดิบ มีเมือกคล้ายน้ำยางใส มีเส้นใยอาหาร ที่มีประโยชน์ต่อระบบการย่อยอาหารอย่างมาก ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้ลำไส้ใหญ่ดูดซึมน้ำตาลได้อย่างคงที่ มีผลต่อคนเป็นโรคเบาหวาน และสามารถรักษาโรคความดันโลหิต ควบคุมความดันให้เป็นปกติ รักษาหลอดเลือดตีบตัน ขจัดไขมัน ลดคอเลสเตอรอล เป็นยาระบายอ่อนๆ รักษาโรคกระเพาะ มีสารเพกทิน และ กัม ช่วยเคลือบแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารมีประสิทธิภาพดีมากขึ้น

ผลแก่ ต้มน้ำดื่มแก้โรคบิด ปวดท้องโรคกระเพาะ ต้มน้ำเกลือดื่ม รักษาโรคกรดไหลย้อน ช่วยขับปัสสาวะ มีสารโฟเลตสูง บำรุงเม็ดเลือดแดง แก้หวัดคัดจมูก พยาธิตัวจี๊ด บำรุงพัฒนาทารกในครรภ์ ใบหรือยอดอ่อน ช่วยขับเหงื่อ แก้โรคปากนกกระจอก ราก ใช้รักษากามโรค เช่น หนองใน ซิฟิลิส ใช้ล้างแผลพุพอง ดอก รักษาฝี น้ำเมือก ใช้รักษาแผลสด ไม่ให้เกิดแผลเป็นน่าเกลียด กินรักษาและบำรุงข้อบำรุงกระดูก ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น

นอกเหนือจากนั้นยังใช้ทำประโยชน์อื่นๆ ได้อีกหลายอย่างใบใช้เลี้ยงวัวกากเมล็ดผสมอาหารสัตว์ฝักแห้งบดชงน้ำดื่มแทนน้ำชาได้เมือกของต้นของผลมีนักวิทยาศาสตร์ทดลองสกัดมาใช้ในอุตสาหกรรมเคลือบมันกระดาษเปลือกและลำต้นสามารถนำมาทอกระสอบได้และกำลังคิดค้นหาวิธีใช้ประโยชน์จากองค์ประกอบที่กระเจี๊ยบมอญมีอยู่เชื่อเหลือเกินว่าในขณะนี้คงจะมีผลิตภัณฑ์อีกมากมายหลายชนิดที่ผลิตมาจากกระเจี๊ยบมอญหรือมีส่วนประกอบมาจากกระเจี๊ยบมอญเป็นแน่แท้ยิ่ง

เวลานี้กระเจี๊ยบมอญ หรือ กระเจี๊ยบเขียว กำลังเป็นสินค้าติดลมบน ตลาดทั่วโลกให้ความสนใจ ไทยก็ผลิตส่งออกในรูปฝักสด ประเทศต่างๆ ก็สนใจผลิตภัณฑ์ ที่แตกต่างไปกว่านั้นก็มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ส่วนที่พัฒนาพันธุ์ ขยายพันธุ์ ก็เร่งกันอย่างมาก ที่จะให้ได้พันธุ์ที่มีคุณภาพดี ให้ผลผลิตสูง ให้อยู่ในความสนใจของผู้บริโภค เดินกันมาถูกทางแล้ว วิเคราะห์ด้านการตลาดให้ชัดเจน แล้วนำสิ่งที่ใช่ มาให้เกษตรกรผลิต เป็นของเพื่อนเกษตรกรเราทุกคน

บทความก่อนหน้านี้“หญ้าโปร่งคาย” กับความสัมพันธ์ของเกษตรกรปลูกผักที่ยังหลงเหลืออยู่บ้าง
บทความถัดไปราชมงคลสุวรรณภูมิ พัฒนา ‘ระหัดวิดน้ำพลังงานแสงอาทิตย์’ เพื่อเกษตรกรรม