‘โยกหน้า-โยกหลัง’ สูตรปุ๋ยใส่ ‘ไม้ผล’ แบบกูรู ใส่ยังไงให้ถูกเวลา และตรงจุด!

ในกระบวนการเจริญเติบโตของพืช ไม่ว่าจะเป็นกิ่ง ก้าน ใบ ตลอดจนส่วนอื่น ล้วนมีธาตุอาหารหลายธาตุเข้าไปมีบทบาทร่วมกันเกื้อกูลกัน อีกทั้งพืชแต่ละชนิดมีความต้องการธาตุอาหารแตกต่างกัน ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่ผู้ปลูกพืชทุกคนต้องยึดมั่นในหลักที่ว่า “พืชต้องได้รับอาหารครบทุกธาตุอย่างเพียงพอและในปริมาณที่สมดุลเท่านั้น” พืชจึงจะเจริญเติบโตได้ตามปกติ สามารถออกดอก ผล ตามที่ต้องการ

ในกรณีของ “มะนาว” ไม้ผลใกล้ตัวที่ใช้ประโยชน์จาก “น้ำมะนาว” เป็นหลัก แล้วการปลูกมะนาวให้มีน้ำมากนั้นมีเทคนิคการบำรุงอย่างไร?

รศ.ดร.รวี เสรฐภักดี ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน  สิ่งสําคัญคือน้ำและปุ๋ย ปุ๋ยที่ไม่แนะนําให้ใช้คือ ปุ๋ยสูตรเสมอ 8-24-24 เนื่องจากฟอสฟอรัสราคาแพงที่สุดในค่า NPK ของปุ๋ย และปุ๋ยสูตรเสมอ 8-24-24 มีค่าฟอสฟอรัสสูง ไม้ยืนต้นไม่ต้องการฟอสฟอรัสมากอย่างที่เกษตรกรเข้าใจ

เมื่อฟอสฟอรัสเกินความต้องการของต้นไม้ ส่วนที่เหลือจะทําปฏิกิริยากับสังกะสี ทําให้ตกตะกอน จากนั้นส่วนที่ตกตะกอนจะทําปฏิกิริยากับแคลเซียม กลายเป็นแคลเซียมฟอสเฟตตกตะกอนอยู่ในดิน แต่ต้นไม้นําไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ นอกจากนี้ ฟอสฟอรัสจะทําหน้าที่ตรึงสังกะสี ต้นไม้จึงขาดสังกะสี และมีโอกาสขาดแคลเซียมด้วย

ดังนั้น การใส่ปุ๋ยควรพิจารณาที่ความต้องการของต้นไม้ สูตรที่แนะนําและเหมาะสมกับไม้ผลทุกชนิด ไม่เฉพาะมะนาวคือ สูตรโยกหน้าหรือโยกหลัง

N คือ ไนโตรเจน (ตัวหน้า) P คือ ฟอสฟอรัส (ตัวกลาง) K คือ โพแทสเซียม (ตัวหลัง)

ปุ๋ยโยกหน้า หมายถึงปุ๋ยที่ธาตุอาหารไนโตรเจน (N) สูงกว่าฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) ซึ่งปุ๋ยสูตรโยกหน้าจะช่วยด้านการเจริญเติบโตของลำต้นก้านกิ่งใบผล

อัตราส่วนหรือเรโชตัวอย่าง คือ 3:1:2 และ 4:1:3 และ 5:1:4 เช่น ปุ๋ยสูตร 21-7-14 (เรโชคือ 3:1:2) 

ปุ๋ยโยกหลัง หมายถึงปุ๋ยที่ธาตุอาหารโพแทสเซียม (K) สูงกว่าธาตุอาหารไนโตรเจน (N) และฟอสฟอรัส(P) ซึ่งช่วยด้านการสะสมอาหารให้มะนาวออกดอกติดผล

เรโชตัวอย่างคือ 1:1:2 และ 2:1:3 ถ้าเป็นสูตรปุ๋ยก็สูตร 15-5-20 (เรโชคือ 2:1:3) ซึ่งใช้ทางดินแต่ถ้าใช้ฉีดพ่นทางใบก็เช่น สูตร 9-19-34 เป็นต้้น

ความต้องการปุ๋ยของต้นไม้ในแต่ละช่วงการเจริญเติบโตไม่เหมือนกัน เช่น ต้นไม้ผลิใหม่ต้องโยกหน้า ติดลูกใหม่ต้องโยกหน้า แต่ต้องให้ตัวหลังค่อนข้างสูง เพราะหากตัวหลังต่ำจะเกิดปัญหากิ่งย้วย เป็นโรคง่าย เช่น สูตร 25-7-7 หากใช้ต่อเนื่อง จะทําให้กิ่งย้วย โดยเฉพาะมะนาวกิ่งเป็นสามเหลี่ยม แม้จะผลิยอดดี แต่จะทําให้เป็นกระจุก และกิ่งไม่แข็งแรง หากกิ่งอ่อนลักษณะเดียวกับไม้เลื้อย หมายถึง ลําต้นกําลังอ่อนแอ ส่วนโยกหลังควรให้ก่อนออกดอก

สําหรับมะนาว เป็นพืชที่ให้ปุ๋ยสูตรโยกหน้าได้ตลอด แต่ควรให้ตัวหลังค่อน ข้างสูงไว้ด้วย เพื่อป้องกันกิ่งอ่อนแอ เช่น สูตร 4-1-3 หรือ 5-1-4

ส่วนน้ำ มะนาวเป็นพืชที่ต้องการน้ำตลอดตั้งแต่ติดผล กระทั่งเก็บขาย

เรื่องน้ำ พืชที่ต้องการน้ำตลอดตั้งแต่ติดผลกระทั่งเก็บขายอย่างมะนาว “ขนาดผลของมะนาวขึ้นอยู่กับการขยายเซลล์” ซึ่งต่อเนื่องมาจากการได้รับปริมาณน้ำจํานวนมาก เซลล์จะขยายตัวได้เมื่อมีแรงดันของน้ำ หากระหว่างที่ผลมะนาวกําลังเจริญเติบโต ได้รับน้ำไม่พอ ผนังเซลล์จะเริ่มหนา ผลมะนาวจะแกร็น

ปุ๋ยโยกหน้า-โยกหลัง ใส่ในอัตราเท่าไหร่ต่อต้น? 

ปุ๋ยสูตรโยกหน้า (สูตร 21-7-14 สูตร 21-4-16) ใส่ช่วงดอกบาน เพื่อกระตุ้นการแตกใบอ่อนและช่วยขยายผล ส่วนปุ๋ยโยกหลัง (สูตร 15-5-20) ใช้ก่อนต้นมะนาวออกดอก หรือช่วงกำลังฟอร์มดอก

ปริมาณการใช้ปุ๋ยขึ้นอยู่กับขนาดพุ่มต้น สำหรับต้น ขนาด 1-2 เมตร ผมจะใช้ปุ๋ย ประมาณ 1-1.5 ขีด ต่อต้น ต่อเดือน

สิ่งสำคัญที่เน้นคือ ความต่อเนื่องของปุ๋ย หากสามารถแบ่งปริมาณปุ๋ยที่กำหนด และทยอยการให้ปุ๋ยเป็น 2 ครั้ง ต่อเดือน ก็นับเป็นเรื่องที่ดี และหลังจากให้ปุ๋ยทุกครั้ง จะต้องรดน้ำตามทันที 

 

บทความก่อนหน้านี้กรมส่งเสริมสหกรณ์ชูความสำเร็จแก้ปัญหาตกเขียวกาแฟอาราบิก้า หนุนชาวเขามูเซอรวมกลุ่มตั้งสหกรณ์ ผลิตกาแฟคุณภาพภายใต้แบรนด์ “ปางม่วง โค-อ๊อฟ ค๊อฟฟี่” รับรางวัลเลิศรัฐสาขาพัฒนาการบริการจากสำนักงานก.พ.ร.ปี 2562
บทความถัดไป“เฉลิมชัย” นำทัพเกษตรฯ ลุยขับเคลื่อนนโยบายภาคเกษตรไทย เร่งประกันรายได้ พัฒนาระบบโลจิสติกก์เพิ่มศักยภาพดันตลาดส่งออกสินค้าเกษตร พร้อมมุ่งยกระดับกลุ่มเกษตรกร แก้ปัญหาความยากจน