ขรก.ยะลา ใช้เวลาว่างจากงานหลัก “เลี้ยงกุ้งฝอย” ลงทุครั้งแรก 3 พัน รายได้หลักหมื่น/เดือน

ข้าราชการจำนวนไม่น้อยใช้เวลาว่างและวันหยุดทำอาชีพเสริมและงานอดิเรกที่ตัวเองชื่นชอบ ซึ่งนอกจากจะมีความสุขแล้วยังมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย อย่างคุณสัญชัย มัดดา วัย 41 ปี หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “บังมัด” เป็นข้าราชการสังกัดสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดยะลา อยู่บ้านเลขที่ 41/13 หมู่ 7 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ใช้บริเวณบ้านเลี้ยงกุ้งฝอยนา ขายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ มีรายได้หลักหมื่นต่อเดือน โดยส่งขายไปทั่วประเทศผ่านทางออนไลน์ ซึ่งเขาได้เปิดเพจชื่อนาวาฟาร์มกุ้งฝอยไว้คอยบริการลูกค้า

คุณสัญชัย มัดดา (บังมัด) เล่าที่มาที่ไปของการเลี้ยงกุ้งฝอยนาให้ฟังว่า ได้แรงจูงใจมาจากคุณพ่อ เพราะตั้งแต่เด็กๆ ตอนอยู่ กทม. เห็นคุณพ่อเลี้ยงปลาสวยงามส่งขายตลาดนัดสวนจตุจักรมีรายได้ ซึ่งตอนนั้นก็ช่วยคุณพ่อเลี้ยงด้วย คุณพ่อจะสอนให้ทำทุกอย่าง จนกระทั่งมีความชอบสัตว์น้ำมาตั้งแต่เด็กๆ พอมาอยู่จังหวัดยะลา การเลี้ยงปลาสวยงามแบบคุณพ่ออาจจะมีปัญหาเรื่องการขนส่ง พี่ชายเลยแนะนำให้เลี้ยงกุ้งฝอย เนื่องจากมองว่ามีความรู้พื้นฐานเรื่องการเลี้ยงสัตว์น้ำอยู่แล้ว และไม่ต้องใช้เวลาดูแลมากนัก จึงเริ่มเลี้ยงเมื่อปีที่แล้ว โดยลงทุนครั้งแรก 3,000 บาท

หลายคนคงสงสัยว่าการเลี้ยงกุ้งฝอยแบบนี้ใช้น้ำอะไร คุณสัญชัยแจกแจงว่า สามารถใช้ได้ทั้งน้ำบาดาลและน้ำประปา เนื่องจากเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ไม่มีปัญหาเหมือนกับกุ้งชนิดอื่น ส่วนพันธุ์กุ้งหาได้ตามแหล่งธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นตามท้องนา บึง คู คลอง ซึ่งเป็นกุ้งนาแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ใช้เวลาเลี้ยง 6 เดือนก็ขายเป็นแม่พันธุ์พ่อพันธุ์ได้ แต่ถ้าเป็นกุ้งที่ใช้เป็นอาหารของคน แค่ 3 เดือนจับขายได้แล้ว

อย่างที่คุณสัญชัยเกริ่นไปแล้วว่ากุ้งฝอยเลี้ยงง่าย ขั้นตอนการเลี้ยงจึงไม่มีอะไรยุ่งยาก เริ่มจากการจัดเตรียมหาสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นรอบบ้าน หรือที่ดินว่างในสวน หลังจากนั้นให้ปรับสภาพที่ดิน แล้วจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้เลี้ยง สามารถใช้ได้หมด ไม่ว่าจะเป็นกะละมัง ลังโฟม วงบ่อปูนซีเมนต์ บ่อพลาสติก หรือบ่อปูนซีเมนต์แบบก่อเอง ซึ่งถ้าเป็นบ่อประเภทปูนซีเมนต์ จะต้องแช่น้ำให้ค่าด่างของปูนซีเมนต์หมดเสียก่อน หลังจากนั้นปล่อยน้ำทิ้ง แล้วใส่น้ำเปล่าอีก 2 วัน ถึงเริ่มที่จะปล่อยแม่พันธุ์กุ้งได้เลย พร้อมกับหาสาหร่าย จอก แหน หรือผักตบชวามาใส่ในบ่อเพื่อให้กุ้งใช้เป็นที่หลบอาศัย

ในแต่ละบ่อนั้นควรเลี้ยงกุ้งประมาณ 100-150 ตัว ต่อ 1 ตารางเมตร ไม่เช่นนั้นกุ้งจะอยู่กันแน่นจนเกินไป

ตอนนี้ที่บ้านของคุณสัญชัยเลี้ยงกุ้งฝอยหลากหลายรูปแบบ มีทั้งบ่อแบบผ้ายาง ขนาด 2.5×3 เมตร สูง 50 เซนติเมตร จำนวน 1 บ่อ บ่อปูนซีเมนต์ ขนาด 3×7 เมตร สูง 80 เซนติเมตร 1 บ่อ บ่อวงปูนซีเมนต์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.20 เมตร จำนวน 2 บ่อ บ่อล้อยาง 4 บ่อ และกำลังก่อบ่อปูนซีเมนต์ 2.5×3 เมตร สูง 80 เซนติเมตร 1 บ่อ ซึ่งแต่ละบ่อมีกุ้งเป็นหมื่นตัว ส่วนบ่อขนาดเล็กอย่างพวกล้อยางมีเป็นพันตัว

สำหรับอาหารกุ้ง คุณสัญชัยบอกว่า จากประสบการณ์ที่เลี้ยงมา 1 ปี อาหารที่ดีที่สุดคือข้าวสุก เพราะอาหารแบบอื่นที่มีอยู่ในอินเตอร์เน็ตแบบต่างๆ ลองมาหมดแล้ว แต่ปัญหาคือน้ำเสียง่าย และจะมีปัญหากับกุ้งที่เลี้ยง ถึงขั้นเคยตายยกฟาร์มมาแล้ว ตอนนี้จึงให้แค่ข้าวสุกอย่างเดียว

ในแต่ละวันจะให้อาหารตอนเย็นหรือตอนกลางคืน ให้วันละ 1 ครั้ง โดยทำเป็นตะกร้าเล็กๆ ลอยอยู่กลางน้ำเป็นจุดๆ ในบ่อ แล้วนำข้าวสุกมาขยี้ที่ฝ่ามือให้แตกละเอียดนิดหน่อย ใส่ลงในตะกร้าที่อยู่ในน้ำเพียงอย่างเดียว ส่วนอาหารอื่นๆ สามารถให้ได้ เช่น อาหารปลาดุกสำเร็จรูป รำข้าว ไข่แดงต้มสุก ไรน้ำ ลูกน้ำ โรติเฟอร์ และปลาป่น

เตือนระวัง! ช่วงฝนตก

กับคำถามที่ว่า จะต้องเปลี่ยนน้ำหรือไม่นั้น เขาอธิบายว่า ต้องเปลี่ยนน้ำเมื่อน้ำเริ่มเปลี่ยนสีหรือเป็นตะกอนมากขึ้น โดยจะถ่ายน้ำออกจากก้นบ่อประมาณ 10% แล้วนำน้ำกลับเข้าไปในรูปแบบน้ำตก เป็นท่อ PVC ที่เจาะรูไว้

ในการเลี้ยง ช่วงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษคือช่วงที่ฝนตก โดยเฉพาะบ่อที่อยู่กลางแจ้ง ต้องดูน้ำไม่ให้ล้นเอ่อ และต้องคอยระวังกบที่จะมาไข่ในบ่อที่เลี้ยง เพราะลูกของกบจะกินกุ้ง

เจ้าของนาวาฟาร์มกุ้งฝอยให้ข้อมูลอีกว่า ในส่วนของการผสมพันธุ์นั้นไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ เน้นการเลี้ยงแบบอ้างอิงธรรมชาติ คือทำให้บ่อที่เลี้ยงเป็นเหมือนธรรมชาติมากที่สุด แล้วเลี้ยงแบบปล่อยรวม ไม่ได้แยกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์

ส่วนวิธีการสังเกตเพศของกุ้งนั้น จะสังเกตว่ากุ้งเป็นตัวเมีย เมื่อมีหัวเป็นสีเขียว คือเริ่มติดไข่ หลังจากนั้น ประมาณ 1 สัปดาห์ ไข่จะลงมาอยู่ที่ท้อง หลังจากนั้นประมาณ 3 สัปดาห์ ไข่ที่ท้องจะฟักเป็นตัวแล้วออกจากท้องแม่ไป

1 ปีของการเลี้ยงกุ้งฝอย คุณสัญชัยให้รายละเอียดว่า ปัญหาที่พบเป็นเรื่องน้ำ ถ้าควบคุมระบบน้ำไม่ดี จะทำให้บ่อน้ำเน่าเสีย ทำให้ลูกกุ้งอาจจะตายได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาการขนส่งไปยังลูกค้า อันเกิดจากอากาศ ความร้อนและระยะเวลาในการขนส่ง ซึ่งเป็นปัญหามาก เนื่องจากยะลามีรถทัวร์แค่ 2 สายคือ ยะลา-กทม. กับ ยะลา-ภูเก็ต

ในกรณีหากมีผู้สั่งซื้อนอกเส้นทางที่ว่า มีวิธีการเดียวที่จะทำได้คือต้องส่งอีเอ็มเอส ทำให้อัตราการรอดของกุ้งมีแค่ 60% เท่านั้น เพราะแม้จะแพคกุ้งใส่กล่องโฟมอย่างดี อัดน้ำ อัดก๊าซไปเต็มที่ หากเจออากาศร้อนก็มีปัญหากุ้งตายได้ ไม่เหมือนการส่งผ่านรถทัวร์ที่ไม่ค่อยมีปัญหา เพราะแจ้งรถทัวร์ได้ว่าอย่าไปตั้งลังโฟมในจุดที่มีความร้อน

ด้วยเหตุนี้เอง ทางคุณสัญชัยจึงคิดหาทางออก ด้วยการเตรียมไปเจรจากับทางบริษัทรถทัวร์ที่หาดใหญ่ เพื่อให้จัดส่งกุ้งฝอยไปทั่วประเทศได้สะดวกและปลอดภัยขึ้น

ลูกค้าสั่งซื้อจากทั่วประเทศ

สำหรับการขายกุ้งพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ขายตัวละ 1 บาท ประมาณ 150 ตัวถึงจะได้ 1 ขีด ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่มักสั่งซื้อเพื่อไปทำเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ บางคนสั่งซื้อไปให้ปลาสวยงามกิน หรือซื้อไปเพื่อใช้ตกปลา จะมีลูกค้าจากทั่วประเทศ อาทิ ภูเก็ต ตรัง สงขลา นราธิวาส สุพรรณบุรี ชุมพร และนครศรีธรรมราช ฯลฯ รวมทั้งจังหวัดทางภาคเหนือและอีสานด้วย โดยสั่งครั้งละ 100-1,000 ตัว แต่มักจะสั่งซื้อซ้ำ ซึ่งทางฟาร์มไม่ได้เน้นขายเพื่อไปใช้ทำอาหารบริโภค เนื่องจากไม่สามารถผลิตได้ทัน

ในส่วนของรายได้ เจ้าของนาวาฟาร์มกุ้งฝอยกล่าวว่า มีรายได้เฉลี่ยประมาณเดือนละหมื่นกว่าบาท ซึ่งจะมีเข้ามาเรื่อยๆ เนื่องจากจับขายตามจำนวนที่ลูกค้าสั่งมา ไม่ใช่เป็นการขายยกบ่อ และเท่าที่ทราบตอนนี้ก็ยังไม่มีคู่แข่งในท้องตลาด

ในฐานะคนที่อยู่ในวงการกุ้งฝอย หนุ่มใหญ่รายนี้มองตลาดกุ้งฝอยในอนาคตว่า ยังคงมีความต้องการอีกมาก เพราะกุ้งฝอยเป็นสัตว์น้ำที่คนชอบบริโภคในทุกภาคของประเทศไทย และยิ่งในปัจจุบันแหล่งน้ำธรรมชาติที่สะอาดเริ่มหายากมากขึ้น ประกอบกับการใช้สารเคมีในการทำเกษตรกรรมก็มากด้วย ทำให้พันธุ์กุ้งฝอยในแหล่งธรรมชาติลดน้อยลงมาก การเลี้ยงกุ้งฝอยจึงน่าจะไปได้ด้วยดี

สำหรับผู้สนใจที่จะเลี้ยงกุ้งฝอย คุณสัญชัยแนะนำว่า ขั้นแรกต้องมีใจรักก่อน และให้รู้ไว้เสมอว่า จะทำอะไรก็แล้วแต่ ไม่มีอะไรที่ไม่มีปัญหา แต่ให้พยายามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น หรือหาคำปรึกษาจากผู้รู้ ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าไปดูข้อมูลได้ที่เฟซบุ๊กนาวาฟิชชิ่ง เพจนาวาฟาร์มกุ้งฝอย หรือจะมาติดต่อที่ฟาร์มเองก็ได้ เบอร์โทร 08-9732-9659 นับว่าเป็นข้าราชการหนุ่มอีกคนที่ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ที่สำคัญ เป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัวได้สบายๆ

บทความก่อนหน้านี้วว./กรมโรงงานอุตสาหกรรม จัด Workshop การประเมินความเสี่ยงตามมาตรฐานสากล เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาเซียน
บทความถัดไปเทคโนโลยีการเกษตร ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต YSF