กล้วยตากบางกระทุ่ม พลังงานแสงอาทิตย์ สินค้าขึ้นทะเบียนจีไอ ผลิตภัณฑ์เด่นของพิษณุโลก

น่าจะมีการเอ่ยถึงมาแล้วหลายสิบราย สำหรับเกษตรกรหรือกลุ่มแม่บ้าน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ในอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ที่ใช้เวลาว่างรวมกลุ่มแปรรูปกล้วย ออกมาในรูปแบบของกล้วยตาก รสชาติดี จนขึ้นชื่อเรียกติดปากกันว่า กล้วยตากบางกระทุ่ม กระทั่งได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือจีไอ ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อปี 2558

คุณบุญศักดิ์ มาขำ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านบึงเรียน

มีรายชื่อ ผู้ขอขึ้นทะเบียนในครั้งนั้น 13 ราย โดยให้คำนิยามถึงกล้วยตากบางกระทุ่ม พิษณุโลก ว่า หมายถึง กล้วยตาก ที่มีเนื้อแห้งเนียนละเอียด เหนียวนุ่ม ไม่มีเม็ด รสชาติหวานเป็นธรรมชาติ ผลิตจากกล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่อง พันธุ์นวลจันทร์ พันธุ์ปากช่อง 50 หรือพันธุ์พื้นเมือง ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และตำบลท่าฬ่อ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร

คุณบุญศักดิ์ มาขำ เป็น 1 ใน 13 ราย ที่ได้รับขึ้นทะเบียนในครั้งนั้นด้วย

คุณบุญศักดิ์ เป็นประธานกลุ่มสตรีสหกรณ์บางกระทุ่ม และประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้างบึงเรียน หมู่ที่ 7 ตำบลบางกระทุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก

นำกล้วยเข้าตู้อบลมร้อน อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส

คุณบุญศักดิ์ เล่าว่า โดยอาชีพเดิมของเกษตรกรที่นี่ทำนา และตามหัวไร่ปลายนา หรือบริเวณบ้านก็มีต้นกล้วยพันธุ์มะลิอ่องปลูกอยู่ เมื่อกล้วยออกมาก กินเหลือก็โยนให้ปลา ให้ไก่กิน แต่เมื่อเหลือมากเกินความจำเป็น ขายก็ไม่ได้ เพราะมีปลูกอยู่ทุกบ้าน จึงอยากใช้เวลาที่ว่างเว้นจากการทำนา แปรรูปกล้วยเพื่อขาย จึงนัดแนะผู้หญิงที่รวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มสตรีสหกรณ์บางกระทุ่มอยู่แล้ว มาช่วยกันแปรรูปกล้วยเพื่อนำไปขาย สร้างรายได้เสริม

“เราก็ทำกล้วยตากธรรมชาติ แล้วนำไปฝากขายกับร้านค้าที่วัดใหญ่ (วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร) แรกๆ ก็ใส่ถุงพลาสติกมัดปากถุงไปปกติ แล้วเจ้าของร้านที่นำไปฝากขาย ก็ติดต่อกลับมาให้ทำกล้วยตากเพิ่มไปให้วางขาย เพราะลูกค้าติดใจ ถามมามาก”

การกองกล้วย ก่อนนำไปปอกและตาก

คุณบุญศักดิ์ บอกว่า เมื่อมีออเดอร์เข้ามา ก็รวมกลุ่มกันทำตามเดิม อย่างน้อยก็เป็นรายได้เสริม ต่อมาสักพักจึงคิดรวมกลุ่มจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนขึ้นในปี 2548 ประกอบกับได้รับเงินส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐมาจำนวน 40,000 บาทในระยะแรก จึงก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้างบึงเรียน มีการลงหุ้น มีการบริหารจัดการภายในกลุ่ม เมื่อครบปีสมาชิกจะได้รับเงินปันผล และสมาชิกใดมาลงแรงด้วยการแปรรูปกล้วย จะมีรายได้ต่อวันต่างหากอีก อย่างน้อยคนละ 200-300 บาท ต่อวัน และเริ่มทำตลาดด้วยการตีแบรนด์ “แสงทอง”

โดมขนาดใหญ่ ตากกล้วยได้ครั้งละ 2 ตัน

เมื่อเริ่มก่อตั้งกลุ่มระยะแรก ใช้โดมขนาดเล็กที่มีอยู่ 6 โดม สำหรับตากกล้วย แต่ละโดมตากได้ครั้งละ 70 กิโลกรัม ก็เริ่มไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค จึงเพิ่มขนาดโดมที่ปัจจุบันสามารถตากกล้วยได้มากถึง 2 ตัน

กล้วยสำหรับทำกล้วยตาก คุณบุญศักดิ์ ย้ำว่า เราต้องการกล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่องเท่านั้น และรับซื้อในจังหวัดพิษณุโลกก่อน แต่ถ้าในฤดูแล้งที่วัตถุดิบขาดแคลน ก็จำเป็นต้องซื้อกล้วยจากจังหวัดใกล้เคียง เพื่อนำมาทำกล้วยตาก ซึ่งปัจจุบันตลาดผู้บริโภคกล้วยตากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะกล้วยตากบางกระทุ่ม มีรสชาติเฉพาะตัว ไม่เหมือนที่อื่น ทำให้การแปรรูปนอกจากเป็นกล้วยตากแล้ว ยังแปรรูปเป็นกล้วยม้วน กล้วยทับ และเพิ่มกล้วยตากรสชาติอื่นเข้าไป เช่น กล้วยตากอบน้ำผึ้ง กล้วยตากหมักไวน์ เป็นต้น

กล้วย เป็นวัตถุดิบที่สำคัญมาก ราคารับซื้อกล้วยโดยปกติอยู่ที่กิโลกรัมละ 3-6 บาท แต่ในช่วงฤดูแล้ง ที่วัตถุดิบขาดตลาด ราคาจะสูงขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 10-12 บาท ซึ่งเป็นต้นทุนที่หนัก กลุ่มวิสาหกิจจะพยายามคงราคาไว้ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์มากที่สุด

การเลือกซื้อกล้วยพันธุ์น้ำว้ามะลิอ่อง จะซื้อแบบกล้วยดิบ แต่ผลกลมแล้ว นำมากอง เอาผ้ายางคลุม 24 ชั่วโมง จากนั้นเปิดผ้ายางออก หากทำเป็นกล้วยตาก หลังเปิดผ้ายางทิ้งไว้ 3 วัน แล้วนำไปปอก หากทำเป็นกล้วยม้วน หลังเปิดผ้ายางต้องทิ้งไว้ 4 วัน เพื่อให้กล้วยงอมจัด แล้วนำไปปอก

หลังปอกกล้วยแล้ว จึงนำไปตากในโดม แผ่ไม่ให้กล้วยติดกัน เอากล้วยตากในโดมตอนเช้า และให้เก็บกล้วยกองในตอนเย็น ทำเช่นนี้ 3-4 วัน การเก็บกล้วยกองในตอนเย็น จะช่วยให้ความฉ่ำและความหวานของกล้วยออกมารวมกันและผิวกล้วยจะสวย เมื่อครบระยะเวลาตาก ให้เก็บใส่ถุงนำมาตัดแต่งจุดด่างดำออก แล้วนำเข้าตู้อบลมร้อน ใช้อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส 45-60 นาที สำหรับกล้วยตาก แต่ถ้าเป็นกล้วยม้วน ใช้เวลาเข้าตู้อบลมร้อนเพียง 30 นาที

การทำกล้วยตาก เมื่อใช้กล้วยดิบ 1 ตัน จะได้กล้วยตากเพียง 300 กิโลกรัม ส่วนกล้วยม้วน ใช้วัตถุดิบมากกว่า กล้วยดิบ 100 กิโลกรัม ผลิตกล้วยม้วนได้เพียง 20-25 กิโลกรัมเท่านั้น

สำหรับเปลือกกล้วย ที่แน่นอนว่าต้องเหลือทิ้งจำนวนมาก อยู่ระหว่างการวิจัยของสถาบันการศึกษา ว่า สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อีกหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรมาขอนำไปเลี้ยงวัวและทำปุ๋ยเป็นประจำ

ด้วยมาตรฐานการผลิตที่ได้รับการยอมรับในเรื่องคุณภาพ ทำให้มีลูกค้าส่งค่อนข้างมาก นำไปติดแบรนด์เอง และขายปลีกในแบรนด์ “แสงทอง” ของกลุ่มวิสาหกิจเองบ้าง นอกจากนี้ ยังทำสัญญากับห้างโมเดิร์นเทรด ส่งขายในท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ทุกเดือน

เมื่อถามถึงความโดดเด่นของกล้วยตากบางกระทุ่ม แบรนด์ “แสงทอง” ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้างบึงเรียน คุณบุญศักดิ์ บอกว่า เป็นเพราะการรักษาคุณภาพเรื่องของความสะอาดและมาตรฐานการผลิต ที่ต้องทำให้กล้วยแห้ง แต่คงรสชาติความหวานจากเนื้อกล้วยแท้ๆ ไม่เจือปนสารให้ความหวานชนิดใด ทั้งยังนุ่มและหนึบเมื่อรับประทาน

คุณบุญศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตลอดการแปรรูปกล้วยตากมาหลายปี ไม่เคยประสบปัญหาใด ยกเว้น ปัญหาภัยธรรมชาติ เช่น ภัยแล้ง ที่ส่งผลให้กล้วย วัตถุดิบหลักขาดแคลน ราคาสูงขึ้น และต้องหาซื้อจากแหล่งอื่น ไม่ใช่ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก

และหากท่านใดสนใจเยี่ยมชมกระบวนการผลิตก็ไม่ขัดข้อง แต่ขอให้แจ้งมาก่อนล่วงหน้าจะเป็นการดี เพราะกลุ่มมีจำนวนไม่มากนัก และมีการผลิตทุกวัน สามารถติดต่อมาได้ที่ คุณบุญศักดิ์ มาขำ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านบึงเรียน หมู่ที่ 7 ตำบลบางกระทุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก โทรศัพท์ (081) 493-1897 หรือ (098) 225-3979

กล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง

บทความก่อนหน้านี้แกะตาชำสักทอง
บทความถัดไปยี่หร่า กะเพราควาย ใบจันทน์ ปริศนาแห่งนามและพันธุ์