เกษตรกรตรัง เลิกอาชีพอวนรุน “เลี้ยงปูนิ่ม” รายได้เหยียบแสน/เดือน

เกษตรกรชาวตำบลท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ใช้นากุ้งร้างมาเพาะเลี้ยงปูนิ่มเพื่อขายเป็นรายได้เสริม ตอบโจทย์ของตลาดได้ดีทำยอดขายพุ่งมีไม่พอกับความต้องการของลูกค้า เผยหลังสึนามิและเลิกทำอวนรุนมานานกว่า 10 ปี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมากรายได้เหยียบแสนบาทต่อเดือน

นายจันทร์ รอดเข็ม อายุ 54 ปีอยู่บ้านเลขที่ 229 หมู่ 6 ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เล่าาว่า ซึ่งในอดีตเคยประกอบอาชีพประมงอวนรุนต่อมาทางหน่วยงานราชการให้เงินชดเชยผู้ที่เลิกอาชีพการทำอวนรุน เพื่อปรับเปลี่ยนอาชีพใหม่ที่ไม่ทำลายสัตว์น้ำวัยอ่อน ประกอบกับเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ทำให้ตัดสินใจรับเงินชดเชยและขายอุปกรณ์การทำอวนรุน เพื่อมาลงทุนเลี้ยงปูนิ่มในพื้นที่นากุ้งร้างของตนมานานกว่า 10 ปีแล้ว

ทั้งนี้ ประกอบกับตนเองได้ศึกษาความต้องการของตลาดแล้วพบว่ายังขาดแคลนปูนิ่มอยู่มาก ทำให้ได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 310 บาท โดยส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนเงินกู้จากสหกรณ์การเกษตรปะเหลียน ทำให้มีเงินทุนหมุนเวียนในการขยายกิจการเพาะเลี้ยงปูนิ่มโดยรวมกลุ่มกับเพื่อนบ้าน ส่งปูนิ่มขายให้กับร้านอาหารต่าง ๆ ทั้งใน จ.ตรังและหลายจังหวัดทางภาคใต้ จนปูนิ่มไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า

ซึ่งนายจันทร์ เลี้ยงปูนิ่มไว้ทั้งหมด 5,000 กล่อง แต่ละวันสามารถจับปูนิ่มมาขายได้ไม่ต่ำกว่า 10 กิโลกรัมหรือเดือนละไม่ต่ำกว่า 70,000 บาท ส่วนขนาดที่ลูกค้าต้องการคือขนาด 9-10 ตัวต่อ 1 กิโลกรัม เนื่องจากอ่อนนุ่ม หวานมันและไม่เหนียว

โดยรับซื้อลูกปูดำมาจากชาวบ้านขนาด 2-3 นิ้วแล้วนำมาเลี้ยงต่อ ให้อาหารเนื้อปลาสดวันละ 2 มื้อเช้า-เย็น เลี้ยงไว้ประมาณ 25 วันก็สามารถจับขายได้ ซึ่งในระหว่างที่ปูดำลอกคราบหรือทุก 4 ชั่วโมงจะต้องจับขึ้นมาให้เร็ว ก่อนที่กระดองปูจะแข็งและต้องรอการลอกคราบครั้งต่อไปในอีก 1 สัปดาห์

ส่วนเปลือกปูที่ลอกคราบทิ้งไว้ ยังสามารถนำไปเป็นปุ๋ยใส่โคนต้นยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันหรือนำไปผสมกับอาหารให้เป็ดและไก่กินเพื่อเสริมแคลเซียมได้อีกทางหนึ่งด้วย นอกจากนี้ ข้างกระชังเลี้ยงปูนิ่มซึ่งใช้พื้นที่ไม่มาก ยังสามารถเลี้ยงเปลาเก๋าส่งขายได้อีกกิโลกรัมละ 250 บาท รวมทั้งปลูกแก้วมังกรชนิดสีขาวและสีแดงขายได้ราคาดีอีกด้วย

ซึ่งนายจันทร์ รอดเข็ม เกษตรกรผู้เลี้ยงปูนิ่มกล่าวว่า เก็บได้ประมาณ 10 กว่ากิโลกรัมต่อวัน ลูกค้าในหมู่บ้านส่งในราคา 310 บาท โดยเลี้ยงมานานกว่า 10 ปีแล้วหลังจากสึนามิก็เลี้ยงมาตลอด เมื่อก่อนทำอวนรุนทางอำเภอประกาศจับอวนรุนเลยหันมาเลี้ยงปูนิ่ม โดยขายอุปกรณ์อวนรุนและกู้เงินสหกรณ์ไปลงทุน ทำให้มียอดขายไม่ต่ำกว่า 60,000-70,000 บาทต่อเดือน

บทความก่อนหน้านี้พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ปลื้มคว้ารางวัล “กินรี” ครั้งที่ 12
บทความถัดไปถั่วลายเสือคั่ว หอม กรอบ อร่อย ของดีแม่ฮ่องสอน