กรมส่งเสริมการเกษตรลงพื้นที่ติดตามเร่งรัดช่วยเหลือเกษตรกรจังหวัดอุบลราชธานี ภายหลังน้ำในหลายพื้นที่ลด

กรมส่งเสริมการเกษตรสั่งการเจ้าหน้าที่เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย หลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง รวบรวมข้อมูลเสนอขอรับเงินชดเชยตามระเบียบโดยเร็ว ส่งมอบปัจจัยการผลิตสนับสนุนฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลด

จากการที่มีพื้นที่เกษตรและบ้านเรือนราษฎรใน 21 จังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับความเสียหายจากอุทกภัยจากอิทธิพลของพายุโพดุลและคาจิกิ โดยเฉพาะที่จังหวัดอุบลราชธานี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยในสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยเป็นอย่างมาก ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำจังหวัดอุบลราชธานี มอบสิ่งของยังชีพ พร้อมให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัย และมอบหมายส่วนราชการในสังกัดดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังได้จัดทำ “โครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัย” ขึ้น ซึ่งมีพิธีเปิดโครงการเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา เพื่อให้ทุกหน่วยงานในสังกัดได้บูรณาการในการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรและประชาชนที่ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกิจกรรมจิตอาสาที่ดำเนินการ 8 ด้าน ประกอบด้วย 1. การสำรวจความเสียหาย เพื่อเร่งรัดการจ่ายเงินทดรองราชการ และการซ่อมแซม 2. จัดหน่วยเคลื่อนที่ เพื่อให้คำแนะนำการฟื้นฟู ดูแล ด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ 3. การเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่การเกษตรและชุมชน 4. การปรับปรุงบำรุงดิน การบำบัดน้ำเสีย 5. การแจกพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ 6. การปล่อยปลาสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ 7. การซ่อมแซมเครื่องมือเครื่องจักรกลทางการเกษตร และ 8. กิจกรรมจิตอาสา ดูแลช่วยเหลือเกษตรกร ตามคำร้องขอ

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยเร่งลงพื้นที่สำรวจข้อมูลความเสียหายด้านพืชภายหลังน้ำลด เพื่อรวบรวมเสนอให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง และให้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ดำเนินกิจกรรมจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของการช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิต ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช (ศทอ.) ได้จัดส่งเชื้อราไตรโคเดอร์มาไปสนับสนุนจังหวัดที่ประสบภัย จำนวน 12 จังหวัด ภายใต้โครงการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร (พืชสวน) โดยใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา เพื่อให้ต้นพืชสามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้เป็นปกติแล้ว จำนวน 5,656 กิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 40.91 ของเป้าหมาย ในขณะที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืช (ศขพ.) ได้จัดส่งต้นพันธุ์พืชพันธุ์ดี 28 ชนิด ประกอบด้วย พืชผัก 10 ชนิด ไม้ผลไม้ยืนต้น 14 ชนิด สมุนไพร 3 ชนิด และอ้อยคั้นน้ำ จำนวนทั้งสิ้น 85,360 ต้น ให้กับสำนักงานเกษตรจังหวัดในพื้นที่เพื่อมอบให้กับเกษตรกรนำไปปลูกลดรายจ่ายและสร้างรายได้ต่อไป

สำหรับจังหวัดอุบลราชธานี ขณะนี้ได้ดำเนินกิจกรรมตามแผนบูรณาการ “จิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฟื้นฟูครอบครัวเกษตรกร ดูแลช่วยเหลือหลังน้ำลด” ปี 2562 ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว จำนวน 2 ครั้ง เพื่อมอบปัจจัยการผลิตในพื้นที่หมู่ที่ 6 บ้านปากกุดหวาย ตำบลหนองกินเพล อำเภอวารินชำราบ เกษตรกรจำนวน 500 ราย และพื้นที่หมู่ที่ 13 บ้านท่าสนามชัย ตำบลหนองบ่อ อำเภอเมืองอุบลราชธานี เกษตรกรจำนวน 300 ราย โดยในวันที่ 4 ตุลาคม 2562 นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์และเร่งรัดการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติ และลงพื้นที่ตำบลท่าเมือง อำเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และ นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อมอบพันธุ์พืชและเมล็ดพันธุ์พืช จำนวน 7,000 ชุด และเชื้อราไตรโคเดอร์มา จำนวน 250 ชุด ให้การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัย จำนวน 250 รายด้วย

บทความก่อนหน้านี้“สยามคูโบต้า” พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต ในงาน “Agrifuture Conference & Exhibition” ระหว่าง วันที่ 2-3 ธันวาคม ศกนี้
บทความถัดไปวช.ร่วมกับสวนนงนุช ผลักดันงานวิจัยนำอาหารไทยชาววังสู่ตลาดโลก