สหกรณ์จังหวัดลำปางเอาใจคอกาแฟรุกจำหน่ายกาแฟ “ปางม่วง โค-อ๊อฟ”เผ่ามูเซอทางออนไลน์

สหกรณ์จังหวัดลำปาง ชู “ตลาดนำการผลิต” ดันแบรนด์ “ปางม่วง โค-อ๊อฟ” ชาวไทยภูเขาสู่มาตรฐาน GAP เร่งปรับโฉมแพ็กเกจ-ยกระดับแปรรูปเป็นกาแฟดริปเอาใจคอกาแฟ เพิ่มมูลค่าผลผลิตเกษตรกรดันยอดขายพุ่ง 2 พันบาท/กก. พร้อมรุกขยายตลาดทางออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศ

​​นายบรรจง ชัยขุนพล  สหกรณ์จังหวัดลำปาง กล่าวว่า จากกระแสการบริโภคกาแฟ ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มความนิยมมากขึ้น จึงเป็นโอกาสดีที่สหกรณ์จังหวัดลำปางเดินหน้าต่อยอดทางการตลาดและพัฒนาคุณภาพกาแฟอาราบิก้าตกเขียว หรือ แบรนด์ “ปางม่วง โค-อ๊อฟ คอฟฟี่” ของสหกรณ์การเกษตรบ้านปางม่วง จำกัด บ้านปางม่วง ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในตลาดอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยการส่งเสริมให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกปลูกกาแฟให้ได้มาตรฐาน GAP ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรที่ได้รับการรับรองแหล่งผลิตพืช : กาแฟปลอดภัย GAP แล้ว จำนวน 46 แปลง  ทั้งนี้ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ให้การสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนประมาณปีละ 5-6 แสนบาท/ปี     เพื่อให้ใช้ในการรวบรวมผลผลิตและเชื่อมโยง ตลาด  พัฒนาและยกระดับการแปรรูปกาแฟจากเดิมผลิตในรูปแบบกะลา จำหน่ายได้ในราคา 8-10 บาท จากนั้นยกระดับเป็นกาแฟคั่ว ขายได้ในราคา 15-26 บาท

​​“อนาคตข้างหน้า สหกรณ์จังหวัดลำปางมีแผนในการทำตลาดกาแฟดริป (Drip) ปางม่วง โค-อ๊อฟ คอฟฟี่ ขายผ่านตลาดออนไลน์ รวมทั้งมีแผนขยายตลาดไปยังต่างประเทศอีกด้วย โดยปัจจุบันเราได้ปรับปรุงแพ็กเกจให้ดูทันสมัยสามารถยกระดับราคา สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสมาชิกได้ถึงกิโลกรัมละ 2,000 บาท ส่งผลพี่น้องชาวไทยภูเขาบนที่สูงมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และนับเป็นความสำเร็จในการนำกลไกของสหกรณ์เข้าไปแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง และเชื่อมโยงตลาดกาแฟให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น” นายบรรจง กล่าว

​​นายบรรจง  กล่าวด้วยว่า  ปัจจุบัน สหกรณ์ยังได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานเข้าไปส่งเสริมและให้การช่วยเหลือ อาทิ โครงการหลวง สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ซึ่งจากการบูรณาการความร่วมมือส่งผลให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2562 สาขาบริการภาครัฐ ประเภทรางวัลพัฒนาการบริการระดับดี จากผลงานอาราบิก้าตกเขียว สู่แบรนด์ “ปางม่วง โค-อ๊อฟ คอฟฟี่” จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ซึ่งรางวัลดังกล่าว ชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จในการนำวิธีการสหกรณ์เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยภูเขาบนที่สูงอย่างถูกต้องและตามหลักวิชาการ ทำให้เกิดการพัฒนาและส่งผลให้ชุมชนอยู่ดีมีสุข และมีความยั่งยืน แก้หนี้สินที่ติดค้างพ่อค้าคนกลางได้สำเร็จ

​​สำหรับสหกรณ์สหกรณ์การเกษตรบ้านปางม่วง จำกัด ปัจจุบันมีสมาชิก 48 ราย มีทุนดำเนินงาน 1.6 ล้านบาท มีปริมาณธุรกิจรวม 2.5 ล้านบาท  ดำเนินธุรกิจ 6 ด้าน คือ ธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ธุรกิจรวบรวมผลผลิตกาแฟสมาชิก ธุรกิจแปรรูปผลผลิตกาแฟ ธุรกิจบริการสีกาแฟและธุรกิจรับฝากเงิน  โดยหมู่บ้านปางม่วง ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เป็นหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่ามูเซอ หรือ “ลาหู่” ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน  โดยชาวบ้านส่วนใหญ่จะยึดอาชีพเกษตรกรรม และจะปลูกกาแฟเป็นหลัก ซึ่งสายพันธุ์ที่ปลูกคือ อาราบิก้า จำนวนพื้นที่ประมาณ 560 ไร่ จำนวน 50 แปลง ให้ผลผลิต 335 ตัน/ปี ส่วนวิธีการปลูกก็จะปลูกแทรกเข้าไปในพื้นที่ป่า ปล่อยให้ธรรมชาติดูแลกันเอง ทำให้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าที่ได้มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น เมื่อนำมาผ่านกระบวนการคั่วแล้วบด นำไปชงดื่ม ก็จะมีรสชาติกลมกล่อม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จนตอนนี้ได้รับการรับรองจากหน่วยงานเกษตรว่าเป็นเมล็ดกาแฟที่ดี มีคุณภาพ กาแฟปางม่วงจะมีกลิ่นหอมผลไม้ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น สหกรณ์การเกษตรบนปางม่วง จำกัด จึงได้รวบรวมกาแฟคุณภาพจากสมาชิกสหกรณ์นำมาแปรรูปเป็นกาแฟชนิดต่างๆ จำหน่าย เป็นการคั่วอ่อน คั่วปานกลาง และคั่วเข้ม ชนิดคั่วเม็ด บดเป็นผง และบรรจุถุงพร้องชง ในรูปแบบกาแฟดริป ในนาม “ปางม่วง โค-อ๊อฟ คอฟฟี่” เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสชิมกาแฟแท้จากบนปางม่วง “วิถีชุมชนคนอยู่กับป่า”

​สำหรับใครที่สนใจอยากลิ้มรสกาแฟ “ปางม่วง โค-อ๊อฟ คอฟฟี่” ที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนใคร สามารถติดต่อได้ที่ สหกรณ์การเกษตรบ้านปางม่วง จำกัด หมู่ที่ 13 ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง โทร. 06-1356-3157, 06-4694-6174

บทความก่อนหน้านี้สหกรณ์ชาวสวนยางภาคใต้ ขานรับนโยบายประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา
บทความถัดไปวิธีทำปุ๋ยอินทรีย์จาก “ฟางข้าว” หมักไม่นาน ลดต้นทุนได้จริง