อาวุธ หรือ อาหาร ชีวิตเศร้าเกษตรกรเกาหลีเหนือ

เกาหลีเหนือ เพิ่งเป็นข่าวเขย่าโลกอีกครั้งว่า กำลังดำเนินการทดลองอะไรสักอย่าง ที่ “สำคัญมาก”

พูดออกมาสั้นๆ แค่นี้ คนก็ตบอกผางว่า ต้องเป็นการทดลองอาวุธนิวเคลียร์แหง็มๆ เพราะประวัติมันมีอยู่แล้วหลายครั้งครา ว่าแล้วก็พากันประณามว่า ไหนรับปากว่าจะหยุดพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ไง ฝ่ายเกาหลีเหนือก็บอก ฉันไม่ได้บอกว่าฉันทดลองนิวเคลียร์นี่หว่า ฉันมีเรื่องสำคัญมากของฉัน ฉันต้องบอกแกทุกเรื่องหรือไง?

เป็นวิวาทะกันไป ประสาใครๆ ก็ไม่รักนั่นแหละคุณ

เอาจริงนะ ฉันพยายามทำความเข้าใจประเทศที่ถูกบีบ ถูกปิดประตูใส่หน้า ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ร้ายโดยพวกมหาอำนาจ เข้าใจความไม่มั่นคงในหัวใจ ความกดดันที่ต้องป้องกันตนเอง โดยเฉพาะจากอเมริกาที่เป็นนักเลงโตคับโลกมาหลายสิบปี ไม่ว่า อิรัก อิหร่าน เม็กซิโก เกาหลีเหนือ พวกเขามีประเด็นที่เราต้องเข้าใจและเห็นใจ

การมีเรื่องกับนักเลงใหญ่อย่างอเมริกา หรือมหาอำนาจรายไหน ไม่ใช่เรื่องสนุก ไม่มีใครอยากมี ทั้งหมดที่ต้องเผชิญอยู่ก็เพราะมันไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้

ผู้นำของประเทศที่ต้องเผชิญหน้ากับมหาอำนาจ จึงต้องเข้มแข็ง ต้องเป็นเหล็กไหลทั้งร่างกายและหัวใจ อย่างที่เราเห็นๆ กัน

คิม จอง อึน หนุ่มวัยสามสิบกลางๆ ประธานาธิบดีเกาหลีเหนือก็เช่นกัน เขาสืบอำนาจต่อจากปู่และพ่อ และปกครองประเทศด้วยกำปั้นเหล็กเรื่อยมา

เวลาเห็นเขาแสดงบทบาทผู้นำกำปั้นเหล็ก ฉันเข้าใจ เพราะถ้าทำตัวอิ่งอ้อยสุภาพเรียบร้อย บรรดาขาใหญ่ที่มองเขม่นอยู่ก็จะกดเอาโดยง่าย อันนี้เข้าใจ

แต่ที่เขาเผชิญหน้ากับมหาอำนาจแล้วกดขี่คนภายในประเทศตนเอง หรือเรียกร้องให้ประชาชนเสียสละชีวิตตามมาตรฐานปกติของมนุษย์ เพื่อรับใช้อุดมการณ์หรือแผนการของตัวเอง อันนี้รับไม่ได้ และไม่มีทางรับ

เกาหลีเป็นคาบสมุทร ดินดี น้ำดี อากาศดี คนที่เคยไปเกาหลีใต้มาแล้วคงเข้าใจดี เราได้ไปเห็นผักกาดเกาหลีใต้ต้นยาวเกือบเท่าแขน ขาวกรอบ สมบูรณ์ เกาหลีเหนือก็มีดินแดนติดกัน เรียกว่าติดกับกรุงโซลของเกาหลีใต้เลยทีเดียว ดังนั้นโอกาสทางเกษตรกรรมเริ่มต้นเท่ากัน

แต่ที่ต่างคือ เกษตรกรเกาหลีเหนือทำนาเพื่อรับใช้รัฐในนามของสหกรณ์ ผลผลิตต้องส่งให้รัฐ เพื่อให้รัฐปันส่วนกลับมาอีกครั้ง จะปลูกผัก จะทำฟาร์มอะไร ต้องขออนุญาตรัฐ กระทั่งเมื่ออาหารขาดแคลน จะกระเสือกกระสนข้ามไปซื้อจากเมืองตานตงของจีนที่อยู่แค่แม่น้ำกั้นก็ไม่ได้ การซื้อหาอาหารเป็นเรื่องที่รัฐจะจัดการเอง

ทุกวันรัฐบาลเกาหลีเหนือจะส่งคนข้ามไปหาซื้ออาหาร รวมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ แล้วนำมาจัดสรรปันส่วน หรือขายต่อแก่ประชาชน

เกาหลีเหนือ มีสหกรณ์การเกษตรอยู่ 3,500 แห่ง ทั่วประเทศ ทำหน้าที่ควบคุมการผลิตภาคเกษตรทั้งหมด ผลผลิตหลักคือ ข้าว ผัก ผลไม้ ข้าวโพด ถั่วเหลือง และมันเทศ และที่จริงเคยมีผลงานทำผลผลิตได้สูงระดับโลก ในช่วง 30 ปีก่อน แต่ปัญหาการขาดแคลนการปรับปรุงดิน ไม่มีเงินซื้อปุ๋ย ไม่มีเทคโนโลยีและเครื่องทุ่นแรงที่เหมาะสม ตลอดจนภัยแล้งที่กระหน่ำหนักในช่วงทศวรรษก่อน ทำให้ภาคเกษตรกรของเกาหลีเหนืออ่อนล้าหนัก ตอนนี้ผลผลิตภาคเกษตรที่ยังประคองภาพรวมไว้ได้คือ การประมง ทั้งที่ออกหาในทะเลและฟาร์มเลี้ยงปูปลา

ผลผลิตของเกาหลีเหนือ ซึ่งปลูกข้าวปลูกผักไม่ต่างจากเกาหลีใต้ กะปริบกะปรอยคาดเดาไม่ได้ ไม่ว่าคุณภาพและปริมาณ และไม่เคยเพียงพอที่จะเลี้ยงประชากรของประเทศที่มีอยู่ 25 ล้านคน รายได้เฉลี่ยต่อหัว ต่อคน เดือนละ 4,000 บาท ขณะที่เกาหลีใต้เดือนละแสน

ที่ธุรกิจทุกอย่างอยู่ในมือรัฐนั้นพอเข้าใจได้ประสาประเทศสังคมนิยม แต่ถึงขั้นไปคุมกระทั่งจะปลูกพริกปลูกเกลือก็ต้องได้รับอนุญาตก่อน นี่มันเกินไป

เขาบอกว่า การที่ต้องควบคุมการผลิตของประชาชนในทุกภาค รวมทั้งภาคเกษตร เพราะกลัวว่าหากประชาชนสะสมเงินทองขึ้นมาได้ ก็จะพากันหลบหนีไปจากประเทศนี้

แต่ข้อเท็จจริงคือ พวกที่หนีออกมาในระยะเกินสิบปีนี้ ล้วนเป็นคนระดับสูง มีการศึกษา มีลู่ทาง มีเงินทองพอสำหรับเป็นทุนในการหลบหนี

แต่เกษตรกร คนหาเช้ากินค่ำ ครั้นแต่จะเงยหน้าอ้าปากให้พ้นจากความยากไร้ก็เกินฝัน การปกครองแบบกำปั้นเหล็กยังทำให้พวกเขาหวาดกลัวเกินกว่าจะกล้าทำอะไรที่รัฐจะขัดเคือง ดังนั้น จึงใช้ชีวิตอย่างไร้หวังต่อไปในไร่นาที่พวกเขาไม่ใช่เจ้าของ

เช่นเดียวกับประเทศที่ตกอยู่ในความไม่มั่นคงทั้งหลาย เกาหลีเหนือ มีกองทัพขนาดใหญ่หลายแสนคน และกองทัพจะต้องอิ่มท้อง ข้าวปลาอาหารเท่าที่หาได้จึงต้องส่งเข้ากองทัพก่อน เรื่องราวเศร้าของชาวนาไทย เทียบไม่ได้กับความมหาเศร้าของชาวนาเกาหลีเหนือ

เมืองของเกาหลีเหนือที่อยู่แค่แม่น้ำกั้นจากเมืองตานตงของจีน คือ ซินุยจู เรียกว่าเมืองก็ไม่ได้ เพราะเป็นชนบท มีทุ่งนาเป็นหลัก

ทุกวันคนเกาหลีเหนือที่ยากไร้จะเสี่ยงชีวิตลักลอบเอาผลผลิตของตนข้ามสะพานมาขาย เจ้าหน้าที่ชายแดนเอาหูเอาตาไปไร่แลกกับเบี้ยใบ้สินบน ชีวิตของคนชายแดนจึงดำเนินไปอย่างคลี่คลายกว่าพวกที่อยู่ข้างใน

ขณะที่ เมืองตานตงของจีนก็จะมีบริการส่องคนจนแลกเงิน มีบริการเรือท่องเที่ยวพร้อมกล้องส่องทางไกล ให้คนลงเรือไปกลางแม่น้ำแล้วส่องดูคนเกาหลีเหนือที่ทำไร่ไถนาอยู่แถวนั้น นักท่องเที่ยวที่มาส่วนใหญ่ก็คนเกาหลีใต้ บรรดาร้านรวง จนตลาด ล้วนมีป้ายภาษาเกาหลีไว้อำนวยความสะดวกเต็มที่ เมืองตานตงยามค่ำคืนคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว เดินหาซื้อของกินตามตลาดกันคึกคัก

ขณะที่ฝั่งตรงข้ามมืดสนิท

มืดสนิทกว่านั้นคือ อนาคตของประชาชน ของประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์และยุทโธปกรณ์มูลค่ามหาศาล