จากเด็กเกเร! สู่การเป็นเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรบ้านดงบัง สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว อย่างต่ำ เดือนละ 40,000 บาท

คุณสรายุทธ คูณสุข (คุณปุ๊ก) เกษตรกรรุ่นใหม่ สานต่องานปลูกสมุนไพรของพ่อ อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 6 บ้านดงบัง ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี คุณปุ๊ก เล่าว่า ปัจจุบันตนมีอายุ 28 ปี กว่าจะมีทุกวันนี้ได้ก็ต้องผ่านอะไรมาเยอะ สมัยวัยรุ่นตนเป็นเด็กดื้อ พ่อให้เรียนก็ไม่อยากเรียน ติดเพื่อน จึงเรียนจบเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตอนออกจากโรงเรียนก็ยังคิดไม่ได้ ติดเพื่อนเหมือนเดิม ใช้เวลาหมดไปกับสิ่งไร้สาระ มาคิดได้อีกทีก็ตอนที่ต้องไปเป็นทหารเกณฑ์ 2 ปี พอออกมาก็คิดได้ คิดอยากจะเริ่มสร้างครอบครัว เพราะมีแฟนและลูกอีก 2 คน ที่ต้องดูแล นี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตจากเด็กเกเรสู่เกษตรกรสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว

 

คุณสรายุทธ คูณสุข (คุณปุ๊ก)

“ไม่มีอะไร ที่สายเกินแก้”
เริ่มต้นช้า ไม่ได้แปลว่า สำเร็จไม่ได้

คุณปุ๊ก บอกว่า ตนเริ่มคิดได้ช้าไปหน่อย แต่ก็ยังโชคดีที่มีคุณพ่อคอยเป็นแรงสนับสนุนที่ดีมาตลอด โดยคุณพ่อมีอาชีพเป็นเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรบ้านดงบังมานานกว่า 20 ปี ตนจึงพอมีความรู้เรื่องสมุนไพรมาอยู่บ้าง จึงไม่น่าจะใช่เรื่องยากหากจะมาเริ่มต้นชีวิตสร้างครอบครัวด้วยอาชีพเกษตรกรรมตามรอยพ่อ

ซึ่งปัจจุบันกลุ่มสมาชิกผู้ปลูกสมุนไพร มีพื้นที่ปลูกทั้งหมดประมาณ 70 กว่าไร่ มีสมาชิกทั้งหมด 12 คน สมาชิกส่วนใหญ่เป็นญาติพี่น้องของคุณปุ๊กทั้งหมด โดยที่บ้านของคุณปุ๊กมีพื้นที่ปลูกสมุนไพรประมาณ 10 กว่าไร่ ปลูกสมุนไพรมากกว่า 10 ชนิด เช่น หญ้าปักกิ่ง หญ้าหนวดแมว หญ้ารีแพร เพชรสังฆาต เสลดพังพอน รางจืด ไพล ขมิ้น และสมุนไพรอื่นๆ

ลักษณะการแบ่งพื้นที่ปลูกสมุนไพรของคุณปุ๊ก ไม่ได้มีการแบ่งชัดเจนว่าจะปลูกสมุนไพรชนิดใดกี่ไร่ แต่จะปลูกตามออเดอร์ที่ทางโรงพยาบาลอภัยภูเบศรมีออเดอร์สั่งมา โดยทางโรงพยาบาลจะมีออเดอร์การสั่งมาเป็นรายปี แล้วทางคุณปุ๊กและกลุ่มสมาชิกต้องมาวางแผนปลูกกันเอง

คุณปุ๊ก บอกต่อว่า การปลูกสมุนไพรสร้างรายได้เป็นอะไรที่ง่าย สมุนไพรเป็นอะไรที่ไม่ต้องการดูแลมากมาย แต่ค่อนข้างเป็นเรื่องที่จุกจิกมากกว่า เพราะสมุนไพรของตนเป็นสมุนไพรอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า ไม่ใส่ปุ๋ยเคมี ต้องใช้ปุ๋ยคอก และถอนหญ้า รดน้ำ พรวนดินเอง จำเป็นจะต้องใช้แรงคนเยอะสักหน่อย

สร้างรายได้อีกทาง เพาะพันธุ์กิ่งพันธุ์ขาย

วิธีการปลูก

สมุนไพรเป็นอะไรที่ไม่ต้องห่วงเรื่องโรคแมลง เนื่องจากสมุนไพรที่ปลูกส่วนมากมีรสขม ศัตรูพืชจะไม่ชอบอยู่แล้ว อีกทั้งการปลูกแบบหลากหลายทางระบบนิเวศ ธรรมชาติจะจัดการตัวเองอย่างเป็นระบบ การจัดการแปลงปลูกส่วนมากเป็นการกำจัดวัชพืชโดยการใช้แรงงานคนถอนหญ้าเอง รดน้ำ พรวนดินเอง ใส่ปุ๋ยเอง การรดน้ำรดแบบวันเว้นวัน สมุนไพรจะชอบดินร่วนปนทราย ชอบน้ำแต่ไม่ชอบแฉะจนเกินไป จะทำให้รากเน่า แต่ถ้าเป็นขมิ้นจะชอบดินลูกรัง ขมิ้นจะงาม

การปลูก เตรียมดินปกติ เริ่มปลูก 15 วันแรกหญ้าจะเริ่มขึ้น ก็จะมาถอนหญ้า พรวนดิน แล้วเริ่มใส่ปุ๋ยขี้ไก่ 1 ครั้ง ปริมาณการใส่ไม่ต้องใส่เยอะมาก หลังจากนั้น นับไปอีก 15 วัน ก็คือ ครบ 1 เดือนพอดีให้ใส่ปุ๋ยขี้ไก่อีก 1 ครั้ง หลังจากนั้นคอยพรวนดินกับรดน้ำอย่างเดียว

ข้อดีของการปลูกสมุนไพรสร้างรายได้คือ ส่วนใหญ่เป็นพืชอายุสั้น จะมีตั้งแต่ 2-3 เดือนเก็บได้ 4-5 เดือนเก็บได้ หรือบางตัวนานเป็นปี อย่าง เพชรสังฆาต ไพล ขมิ้น 3 อย่างนี้ ใช้เวลาปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวนานเป็นปี

“ปริมาณผลผลิตที่เก็บได้ บอกได้ไม่แน่นอน เพราะทางโรงพยาบาลจะมีออเดอร์มาให้แต่ละเดือน ต้องการไม่เท่ากัน ตัวอย่าง ปีนี้ทางโรงพยาบาลต้องการสั่งหญ้าปักกิ่งเยอะ สั่งมา 1 ตัน แต่จะไม่ได้ให้ส่งทีเดียว 1 ตัน จะแบ่งส่งเป็นเดือน เช่น เดือนมกราคม ต้องการหญ้าปักกิ่ง 100 กิโลกรัม เดือนกุมภาพันธ์ ต้องการ 200 กิโลกรัม เฉลี่ยจนถึงเดือนธันวาคมจนครบ 1 ตัน พอดี ทั้งตนและสมาชิกก็จะวางแผนปลูกแล้วนำมารวมกัน แล้วส่งไปตามออเดอร์”

 

หญ้าปักกิ่ง สมุนไพรราคาดีที่สุดในตอนนี้
ราคา กิโลกรัมละ 850 บาท

ช่วง 2 ปีหลังมานี้ คุณปุ๊ก บอกว่า สมุนไพรที่ทางโรงพยาบาลอภัยภูเบศรต้องการเยอะที่สุด และมีราคาดีที่สุดคือ หญ้าปักกิ่ง ราคาอบแห้ง กิโลกรัมละ 850 บาท เพราะปลูกแบบอินทรีย์ แต่ถ้าไม่มีใบรับรองมาตรฐานอินทรีย์ ราคาจะลดลงเหลือกิโลกรัมละ 650-700 บาท วิธีการปลูกจะคล้ายสมุนไพรทั่วไป คือมีลักษณะคล้ายกอหญ้าทั่วไป ปลูกจนถึง 15 วัน เริ่มใส่ปุ๋ยขี้ไก่แล้วรดน้ำพรวนดินตามปกติ ครบ 1 เดือน ใส่ปุ๋ยอีก 1 รอบ เมื่ออายุครบ 3 เดือน ก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว ส่วนขั้นตอนการเก็บขายคือ ตัดหญ้ามาแล้ว นำมาเด็ดราก คัดใบตายออกให้หมด แล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำมาหั่น และนำไปตากแดด แล้วอบในตู้อบที่ได้มาตรฐาน หลังจากนั้นนำมาบรรจุใส่ถุง ถุงละ 1 กิโลกรัม ราคา 850 บาท หญ้าปักกิ่งสด 18-20 กิโลกรัม จะได้เป็นหญ้าแห้ง 1 กิโลกรัม ถือว่าใช้เยอะพอสมควร ถ้าถามหาความคุ้มก็ยังคุ้มค่าแก่การลงทุน เพราะใช้เวลาปลูกไม่นาน ขายได้ราคาดี และมีตลาดรองรับที่แน่นอน

“อย่างเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่บ้านส่งขายเฉพาะเพชรสังฆาตอย่างเดียว ได้เงินมาสองแสนกว่าบาท ถ้าหักต้นทุนแล้ว เหลือกำไรประมาณแสนต้นๆ หรือถ้าบางเดือนแบบออเดอร์น้อย อย่างต่ำก็มีรายได้ 30,000-40,000 บาท ต่อเดือน ถือเป็นรายได้ที่ดีมาก แต่ไม่ใช่ใครก็ทำได้ ต้องคำนึงถึงตลาดด้วย ที่ผมทำได้เพราะผมมีตลาดรองรับที่แน่นอนมานานกว่า 20 ปีแล้ว”

สมุนไพรหญ้าปักกิ่ง ราคากิโลกรัมละ 850 บาท

สำหรับมือใหม่ เตรียมเงินลงทุนเท่าไร ถึงจะพอ

เจ้าของบอกว่า หากมีที่ทางเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ก็จะลงทุนน้อยหน่อย เสียแค่ค่าต้นพันธุ์ หากอยากปลูกหญ้าปักกิ่งสัก 1 งาน ต้องใช้ต้นพันธุ์ประมาณ 50-60 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 50 บาท แต่จะเสียเงินซื้อต้นพันธุ์แค่ครั้งเดียว เพราะครั้งต่อไปผู้ปลูกสามารถขยายพันธุ์เองได้ ลงทุนครั้งเดียวทำขายได้ตลอด

สมุนไพรเพชรสังฆาต ออเดอร์มีมาไม่น้อย

ทำสมุนไพรให้รุ่ง
ตลาดต้องมีรองรับแน่นอน

ตลาดส่งสมุนไพรของคุณปุ๊ก ปัจจุบันนี้ปลูกส่งให้กับโรงพยาบาลอภัยภูเบศรเป็นหลัก มีส่งให้คนที่อยากได้แล้วเข้ามาขอซื้อถึงสวนบ้างเล็กน้อย เงื่อนไขการรับซื้อสมุนไพรของโรงพยาบาลอภัยภูเบศรคือ ถ้าปลูกเป็นอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ จะได้ราคาดี แต่จะบอกปากเปล่าไม่ได้ว่าของสวนตัวเองเป็นอินทรีย์ เกษตรกรจะต้องมีใบรับรองมาตรฐาน ต้องมีการเตรียมดินทิ้งไว้อย่างต่ำ 2-3 ปี ให้เป็นที่รกร้างไม่ให้มีสารเคมีตกค้าง ที่สวนต้องมีแนวรั้วกัน และปลูกต้นไม้เพื่อดักฝุ่นกันสารเคมีจากสวนข้างๆ หรือจากที่อื่นพัดเข้ามา และตอนที่นำสมุนไพรเข้าไปส่งทางโรงพยาบาลจะมีเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจสารเคมีทุกครั้ง หากตรวจเจอสินค้าที่ส่งไปจะถูกตีกลับคืนมาทั้งหมด

โรงตากสมุนไพร

อนาคตสมุนไพรยังไปได้อีกไกล เพียงต้องหาตลาดรองรับให้ได้

คุณปุ๊ก เล่าทิ้งท้ายถึงสถานการณ์สมุนไพรในปี 63 ให้ฟังว่า ปีหน้าออเดอร์การสั่งสมุนไพรจากทางโรงพยาบาลลดลง ไม่ใช่แค่ที่กลุ่มสมุนไพรบ้านดงบัง แต่เป็นเหมือนกันทั่วประเทศ สาเหตุมาจากอะไรก็ยังไม่แน่ใจ แต่ก็ยังพอมีความโชคดีอยู่บ้าง เพราะช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีลูกค้าจากหลายกลุ่มเข้ามาคุยและขอให้กลุ่มสมุนไพรบ้านดงบังปลูกสมุนไพรส่งออกต่างประเทศ แต่ทางกลุ่มก็ยังไม่สามารถทำได้ ด้วยเหตุผลที่ต้องปลูกเยอะมากๆ และขั้นตอนระบบการขนส่งที่ยังต้องเรียนรู้อีก  แต่อีกต่อไปข้างหน้าได้คุยกับพี่สาวไว้แล้วว่า ตั้งใจจะต้องทำให้ได้ ในเมื่อออเดอร์ที่เคยมีมาตลอดต้องลดลงไปจากเดิม ทางเราก็ต้องหาตลาดเพิ่มเพื่อความอยู่รอด

สำหรับผู้ที่สนใจอยากซื้อต้นพันธุ์สมุนไพรไปปลูกที่บ้าน ติดต่อคุณปุ๊กได้ ที่เบอร์โทร. 087-131-6093 ราคาคิดตามชนิดสมุนไพรที่ซื้อ ซื้อ 100 ต้นขึ้นไป มีส่วนลดให้

สร้างรายได้อีกทาง เพาะพันธุ์กิ่งพันธุ์ขาย
บทความก่อนหน้านี้กยท. เจ้าภาพจัดประชุมผู้เชี่ยวชาญด้านโรคพืชระดับนานาชาติ 13-15 ม.ค. นี้ ผนึกกำลัง ถกประเด็นแลกเปลี่ยนความรู้โรคใบร่วงอย่างเร่งด่วน
บทความถัดไปผู้ใหญ่บ้านหญิงคนเก่ง เลี้ยงวัวเป็นอาชีพเสริม ผลิตทั้งพ่อพันธุ์และน้ำเชื้อขาย สร้างรายได้ 2 ทาง