อดีตนักการเมืองท้องถิ่น หันเอาดีด้านการเกษตร แปรรูปผลิตภัณฑ์น้ำทุเรียนเทศ ส่งขายโมเดิร์นเทรด

ช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ถือเป็นยุคเฟื่องฟูของวงการเกษตรของไทย ผู้คนรุ่นใหม่หันมาให้ความสนใจ ยอมที่จะลาออกจากงานประจำเพื่อมาทำเกษตรเป็นจำนวนมากซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่ถ้าคิดในอีกแง่มุมหนึ่ง คือยิ่งมีผู้ผลิตมากขึ้นเท่าไร อัตราสินค้าล้นตลาดก็มีเพิ่มขึ้นเท่านั้น หากเกษตรกรวางแผนกระจายสินค้าได้ไม่ดี จะส่งผลไปถึงรายได้ที่ลดลง ผลผลิตเน่าเสียโดยเปล่าประโยชน์ จะดีกว่าหรือไม่หากเกษตรกรไทยหันมาใส่ใจในด้านของการแปรรูปผลิตภัณฑ์กันมากขึ้น ถือเป็นการสร้างมูลค่าให้กับสินค้า และเพิ่มช่องทางการตลาดได้อีกหนึ่งช่องทาง และนับเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง เพราะในปัจจุบันเทคโนโลยีการแปรรูปก้าวล้ำทันสมัย เกษตรกรจับต้องได้ง่ายกว่าเมื่อก่อน รวมถึงทางหน่วยงานราชการ หรือศูนย์วิจัยของมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็มีบทบาทเข้ามาช่วยในด้านการวิจัย ออกแบบแพ็กเกจจิ้ง รวมถึงช่วยเรื่องการตลาด รอเพียงเกษตรกรเดินเข้าไปหาเท่านั้น

คุณทวี ศรีเกตุ

คุณทวี ศรีเกตุ อดีตนักการเมืองท้องถิ่น ผันตัวเป็นเกษตรกร อยู่บ้านเลขที่ 16/1 หมู่ที่ 5 ตำบลคลองกระบือ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าว่า ก่อนที่จะผันตัวมาเป็นเกษตรกร เคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ของอำเภอปากพนังมาก่อน ซึ่งในระหว่างทำงานเป็นนักการเมืองก็มีอาชีพเสริมเลี้ยงสัตว์ควบคู่กันไป แต่สุดท้ายไปต่อไม่รอดด้วยหลายปัจจัย จึงคิดมองหาวิธีที่จะทำให้พื้นที่มรดกที่คุณพ่อคุณแม่ทิ้งไว้ให้เกิดประโยชน์ ในตอนแรกมีความคิดที่จะปลูกส้มโอทับทิมสยาม แต่ก็ยังมีความรู้ไม่พอ ประกอบกับการปลูกส้มโอต้องใช้เงินทุนมาก จึงมองหาพืชตัวอื่นแทนแล้วฉุกคิดขึ้นได้ว่าทำไมไม่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่มาทำให้เกิดประโยชน์

รู้จักทุเรียนเทศ ผลไม้ประจำถิ่น
ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง

ทุเรียนเทศ เป็นพืชในวงศ์เดียวกับน้อยหน่า โครงสร้างภายในทั้งเนื้อ เมล็ด คล้ายน้อยหน่า แต่ลักษณะภายนอกมีหนามคล้ายทุเรียน รสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของที่ปากพนังคือ หวานอมเปรี้ยว ถ้าปลูกจากแหล่งอื่นจะมีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ทนแล้ง ทนน้ำ โดยในช่วงฤดูน้ำหลากของทุกปีน้ำท่วมจะท่วมนาน 2-3 เดือน ผลไม้ชนิดอื่นจะตายหมด เหลือแค่ทุเรียนเทศที่อยู่รอด แถมยังให้ผลผลิตดก คนภาคใต้จึงเรียกว่าทุเรียนน้ำเป็นภาษาถิ่น

คุณทวี บอกว่า ทุเรียนเทศถือเป็นไม้ผลประจำถิ่นในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง เห็นมาตั้งแต่สมัยเด็ก ปลูกกันมานานตั้งแต่สมัยรุ่นปู่รุ่นย่า สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง รับประทานเป็นผลสดก็ได้ หรือนำมาทำเป็นสมุนไพรพอกหน้า บำรุงผมก็ดี บวกกับวิวัฒนาการด้านราคาดีขึ้นเป็นลำดับ

“เปรียบเทียบกับสมัยก่อนคุณแม่นำผลสดไปขายที่ตลาดราคาลูกละ 25 สตางค์ แต่ปัจจุบันราคาขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 70-80 บาท จึงคิดว่าน่าจะทำให้เป็นไม้เชิงเศรษฐกิจได้”

ทุเรียนเทศลูกใหญ่ ดกเต็มต้น

เริ่มปลูก 3 ไร่ พัฒนาเป็นวิสาหกิจชุมชน
ขยายพื้นที่ปลูก 30 กว่าไร่

เจ้าของบอกว่า เริ่มปลูกทุเรียนเทศจาก 3 ไร่ ต่อมาอีก 2 ปี จึงมีการตั้งชื่อสวนว่า “ไร่ทรัพย์ทวี” จุดประสงค์เพื่อให้ไร่ทรัพย์ทวีเป็นเหมือนตัวแทนของผู้ที่สนใจและอยากศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับทุเรียนเทศมาทำไม้ผลเชิงเศรษฐกิจมารวมตัวกันที่นี่ จากมีพื้นที่ปลูกของตัวเองเพียง 3 ไร่ ใช้ระยะเวลา 5-6 ปี ขยายสู่วิสาหกิจชุมชนมีสมาชิก 16 ราย มีพื้นที่การปลูกรวมทั้งหมด 30 กว่าไร่ ซึ่งพันธุ์ที่นำมาปลูกก็เป็นพันธุ์พื้นถิ่นในลุ่มน้ำปากพนัง เป็นพันธุ์ที่อยู่ตามรอบรั้วบ้านเมื่อรับประทานผลเสร็จจะนำเอาเมล็ดมาเพาะขยายพันธุ์ต่อ

วิธีการปลูก ทุเรียนเทศเป็นไม้ผลขนาดกลาง ปลูกง่าย และสามารถปลูกได้ในทุกพื้นที่ ใช้เมล็ดในการขยายพันธุ์ เมื่อเมล็ดงอกได้ประมาณ 30 เซนติเมตร นำมาลงแปลงปลูกในระยะ 3×3 3×4 3×5 เมตร ตามความเหมาะสมของพื้นที่

การดูแล ตั้งแต่เริ่มปลูกจะไม่ใช้สารเคมีในการดูแล แต่จะใช้ปุ๋ยหมักที่ทำเองจากมูลไส้เดือนแทน ประมาณ 3 ปี ทุเรียนเทศจะเริ่มออกดอก 3 ปีครึ่ง ถึง 4 ปี เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ หลังจากนั้น เก็บได้นานอีกหลายสิบปี ยกตัวอย่างต้นทุเรียนเทศที่บ้านปลูกตั้งแต่สมัยคุณยาย อายุต้นนานถึง 80 ปี ก็ยังให้ผลผลิตอยู่

การรดน้ำ ทุเรียนเทศเป็นพืชที่ชอบน้ำ แต่ในขณะเดียวกันก็ทนแล้ง จึงไม่ต้องกังวลว่าต้องให้น้ำทุกวัน 1 อาทิตย์ รดน้ำเพียง 1-2 ครั้งก็พอ

โรคแมลง ตอนช่วงต้นเล็กๆ จำเป็นต้องดูแลเป็นพิเศษ จะมีหนอนเจาะต้น วิธีกำจัดใช้ธรรมชาติเข้าช่วย คือจะนำเมล็ดของทุเรียนเทศมาตำให้ละเอียดแล้วหมักทิ้งไว้ ใช้ฉีดพ่นป้องกันหนอนกอ

ผลผลิต จะให้เยอะตามขนาดของทรงพุ่ม ต้นอายุเยอะทรงพุ่มใหญ่ผลผลิตก็จะดก อย่างปีที่แล้ว 3 ไร่ ได้ผลผลิตถึง 9 ตันกว่า ให้ผลตั้งแต่โคนต้นไปถึงยอด ฤดูที่ให้ผลผลิตเยอะคือช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์

 

ความคิดริเริ่มปลูกและแปรรูป
เพราะมองเห็นอนาคตที่สดใส

เจ้าของบอกว่า สาเหตุที่เลือกปลูกทุเรียนเทศเป็นพืชสร้างรายได้ เพราะ 1. เป็นพืชประจำท้องถิ่นปลูกง่าย 2. ราคาที่ก้าวกระโดดจากสมัยรุ่นแม่มีราคากิโลกรัมละ 25 สตางค์ ตอนนี้ราคากิโลกรัมละ 70-80 บาท 3. มองเห็นอนาคตที่จะนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มคือการแปรรูป เพราะสรรพคุณของทุเรียนเทศมีมากมาย หากเป็นผลสดอาจจะรับประทานยาก จึงคิดวิธีทำยังไงให้สะดวกกับลูกค้ามากที่สุด ซึ่งตั้งแต่สมัยอดีตจะนำผลอ่อนมาทำแกงส้ม แกงกะทิ เมื่อแก่จัดนำมาทำเป็นทุเรียนเทศเชื่อม หรือทุเรียนบวช ผลสุกนำมารับประทานผลสด สุกคือลูกเริ่มนิ่ม รสชาติคล้ายน้อยหน่า หรือนำมาทำเป็นเวชสำอาง ในสมัยก่อนพี่ๆ น้าๆ เป็นสิวเป็นฝ้า เมื่อเขารับประทานผลสุกไม่หมดเขาก็จะเอามาทาหน้า ช่วยในเรื่องการป้องกันสิวฝ้าได้ จึงเริ่มคิดหาวิธีต่อยอดจากภูมิปัญญาเดิมที่มีอยู่แล้ว นำมาแปรรูปสินค้าให้ทันสมัยมากขึ้นและตรงกับเทรนด์ผู้บริโภคในสมัยนี้

“ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ก็มีการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์มาเรื่อยๆ จนตอนนี้สามารถทำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียนเทศได้หลายผลิตภัณฑ์ มีทั้งน้ำปั่นสมูทตี้ทุเรียนเทศ เครื่องดื่มเข้มข้นจากผลทุเรียนเทศ 100 เปอร์เซ็นต์ ชาใบทุเรียนเทศ สบู่ และแชมพู ตลาดกำลังไปได้สวย ทำขายทั้งที่หน้าสวน และผลิตเครื่องดื่มเข้มข้นจากผลทุเรียนเทศ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่งให้กับให้กับท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช เดือนละ 2,000-3,000 ขวด คาดว่าในปี 63 จะขยายตลาดเพิ่ม โดยเน้นเจาะกลุ่มผู้สูงอายุ และคนรักสุขภาพ” 

ผลิตภัณฑ์แปรรูปสมูทตี้ทุเรียนเทศ แช่เย็น ดื่มแล้วชื่นใจ

ขั้นตอนทำน้ำปั่นสมูทตี้ทุเรียนเทศ

จุดเริ่มต้นที่มีการคิดค้นผลิตภัณฑ์แปรรูป คุณทวีบอกว่า เริ่มจากทุเรียนเทศเมื่อแก่จัด ผลเริ่มสุกจะไม่สามารถเก็บผลไว้รับประทานได้เหมือนผลไม้ชนิดอื่น เมื่อสุกแล้วจะสลายตัวเองเป็นน้ำไปเรื่อยๆ จึงคิดพัฒนาจากจุดด้อยให้กลายเป็นมูลค่า มีวิธีอะไรบ้างที่จะสามารถถนอมให้เก็บไว้ได้นานที่สุด ก็ได้ทดลองแกะเปลือก แกะเนื้อ แกะเมล็ดออก แล้วนำเนื้อมาปั่นแช่ไว้ในตู้เย็น สามารถอยู่ได้นาน 1-2 อาทิตย์ จึงมีการคิดต่อว่าผลสุกมีเยอะลองมาทำเป็นน้ำปั่นสมูทตี้เพื่อสุขภาพดีไหม จึงเริ่มทดลองทำจนได้ผล

สมูทตี้ทุเรียนเทศมีขั้นตอนทำดังนี้

  1. เก็บผลสุก 80 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป นำมาล้างให้สะอาด
  2. เพื่อที่จะให้รสชาติทุเรียนเทศดี ให้นำมาแกะเปลือก แยกเนื้อ เอาเมล็ดและไส้ออก
  3. แยกเนื้อมาปั่น 1 แก้ว ใช้เนื้อทุเรียนเทศ 70 เปอร์เซ็นต์ น้ำ 28 เปอร์เซ็นต์ น้ำผึ้ง 2 เปอร์เซ็นต์ ปั่นจนเป็นสมูทตี้
  4. บรรจุใส่ขวดแช่ตู้เย็นเตรียมขาย

 

ขั้นตอนการแปรรูปเครื่องดื่มเข้มข้นจากผลทุเรียนเทศ

  1. มีกรรมวิธีคล้ายๆ กับสมูทตี้ คือแกะเปลือก แกะเนื้อ แกะเมล็ดออก
  2. นำเนื้อทุเรียนเข้าเครื่องแยกน้ำ แยกกาก (สามารถใช้เครื่องแยกกากขนาดเล็กที่มีขายทั่วไปได้)
  3. นำไปผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์ด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม
  4. ระหว่างที่ทำการพาสเจอไรซ์ ให้นึ่งขวดสำหรับบรรจุไว้รอ
  5. พาสเจอไรซ์เสร็จนำมาบรรจุในขวดแก้วปริมาณ 45 มิลลิลิตร
  6. นำไปน็อกในน้ำแข็งเพื่อไม่ให้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์หายไป

ทุเรียนเทศ 3 กิโลกรัม แกะเปลือก แกะเมล็ดออก จะเหลือเนื้อ 2 กิโลกรัม เมื่อนำมาทำเป็นน้ำแยกกากจะได้น้ำ 60 เปอร์เซ็นต์ กาก 40 เปอร์เซ็นต์ ราคาขายขวดละ 50 บาท ราคาค่อนข้างดี แต่อาจจะมีต้นทุนของค่าบรรจุภัณฑ์เข้ามาเพิ่มเล็กน้อย

สรรพคุณ ทุเรียนเทศ ในทางโภชนาการแล้วถือว่ามีคาร์โบไฮเดรตสูง โดยเฉพาะน้ำตาลฟรักโทส และยังมีวิตามินบีและวิตามินซี ส่วนที่นำมาใช้เป็นยาคือส่วนของใบ ผล และเมล็ด

รายได้ หักจากต้นทุนการผลิต ค่าแรงงานแล้ว เหลือรายได้ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นรายได้เดือนละ 30,000-40,000 บาท

ผลิตภัณฑ์แปรรูปเครื่องดื่มเข้มข้นจากผลทุเรียนเทศ ปริมาณ 45 มิลลิลิตร ขวดละ 50 บาท

เกษตรกรรุ่นเก่า-ใหม่ หมดกังวล
ปัจจุบันมีสถาบันทางการศึกษายื่นมือเข้ามาช่วยมากมาย

คุณทวี บอกว่า การจะแปรรูปสินค้าเกษตรสร้างมูลค่าเพิ่ม ก่อนอื่นเกษตรกรต้องเข้าใจและเชื่อในข้อดีของการแปรรูปสินค้าเสียก่อน ซึ่งข้อดีของการแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่มองเห็นกันทั่วไปคือ ช่วยแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด และช่วยสร้างมูลค่าได้ แต่หากมองไปให้ลึกอีกจะรู้ว่าผลไม้บางอย่างเมื่อเป็นผลสดอาจรับประทานยาก ด้วยลักษณะและรูปลักษณ์ข้างนอกอาจจะเป็นผลไม้เปลือกแข็ง แกะยาก ผู้บริโภคจึงไม่นิยมรับประทาน แต่ถ้านำมาแปรรูปเกษตรกรอาจจะเปลี่ยนใจผู้บริโภคให้หันกลับมานิยมรับประทาน นิยมดื่มก็ได้ การแปรรูปสินค้าเกษตรจึงไม่ใช่แค่การเพิ่มมูลค่า แต่ยังเป็นช่องทางการตลาด ช่องทางสร้างรายได้อีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันการแปรรูปสินค้าเกษตรก็ไม่ได้ยุ่งยากเหมือนในสมัยก่อน เพราะมีสถาบันการศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ พร้อมให้ความรู้ อย่างตนเองก็มีที่ปรึกษา คือศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เข้ามาช่วยวิจัยคิดค้นงานแปรรูปน้ำทุเรียนเทศ ช่วยออกแบบแพ็กเกจจิ้ง และยังช่วยหาการตลาดด้วย จึงอยากแนะนำเกษตรกรว่า พยายามก้าวให้ทันโลก ผลิตสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค การแปรรูปผลิตภัณฑ์ไม่ใช่เรื่องยากและเรื่องไกลตัวอีกต่อไปแล้ว คุณทวี กล่าวทิ้งท้าย

สนใจข้อมูลการปลูกทุเรียนเทศหรือสนใจผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียนเทศ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร. (087) 885-5670

ผลิตภัณฑ์ใบทุเรียนน้ำอบแห้งพร้อมชง
แชมพูสารสกัดใบทุเรียนเทศสด
สบู่ทุเรียนเทศ
กลุ่มสมาชิกวิสาหกิจชุมชนไร่ทรัพย์ทวี
บทความก่อนหน้านี้ภาคตะวันออกวิกฤตขาดน้ำ ผัน 10 ล้าน ลบ.ม. กู้ “ระยอง-ชลบุรี”
บทความถัดไปวช. จับมือ กระทรวงเกษตรฯ ชวนคนเมืองปลูกต้นไม้ในโครงการ “ปลูกเพื่อป(ล)อด ล้านต้น ลด PM2.5”