สง่า ชั้นอินทร์งาม ทำเกษตรทฤษฎีใหม่ แบบปลูกเองขายเอง บนที่ดินพระราชทานที่นครปฐม

การพัฒนาเกษตรกร ให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างมั่นคง สร้างความกินดีอยู่ดีให้แก่เกษตรกรในระยะยาว เป็นเป้าหมายการทำงานที่สำคัญ ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดความสำเร็จแก่เกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมพัฒนาในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

หนึ่งในนั้น คือ  สง่า ชั้นอินทร์งาม อยู่บ้านเลขที่ 68/2  หมู่ 4 ตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โทรศัพท์ 08-6750-6733  เป็นหนึ่งในเกษตรกรผู้อยู่ในที่ดินพระราชทาน  จากพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งทรงพระราชทานที่ดินที่เป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ใน 5 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นครนายก และฉะเชิงเทรา รวมเนื้อที่ 44,369 ไร่ ให้แก่ ส.ป.ก. เพื่อสนับสนุนงานปฏิรูปที่ดินในประเทศไทย

บนก้าวการพัฒนาอย่างทุ่มเทเพื่อสร้างสุขให้กับเกษตรกรในที่ดินพระราชทานของส.ป.ก. ได้ส่งผลให้พี่สง่า ได้กลายเป็นหนึ่งในเกษตรกรต้นแบบผู้ประสบความสำเร็จ สามารถสร้างชีวิตใหม่ให้กับตนเองและครอบครัว มาจนถึงวันนี้

 

“ ที่ดินที่ผมทำกินผืนนี้ เป็นที่ดินที่พ่อได้รับพระราชทานมาจากในหลวง รัชกาลที่ 9 และตกมาถึงรุ่นผม ซึ่งการมีที่ดินนี้ทำให้ครอบครัวเราอยู่กันอย่างมีความสุขตลอดมา สามารถทำกินได้ตลอดไปจนชั่วลูกชั่วหลาน”

ปัจจุบันที่ดินพระราชทานจำนวน 5 ไร่ 3 งาน จากเดิมที่เคยใช้ประโยชน์จากการทำนาปลูกข้าวอย่างเดียว ถูกพัฒนามาสู่การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามหลักเศรษฐกิจ

พอเพียงตามการส่งเสริมของ ส.ป.ก.

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวว่า  ส.ป.ก. ได้เน้นการน้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้กับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ถือเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา และเพิ่มพื้นที่เกษตรกรรมแบบยั่งยืน   โดยได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรในท้องที่ต่างๆได้หันมาใช้แนวทางเกษตรทฤษฏีใหม่ เพื่อสร้างความยั่งยืนในอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร

สำหรับเกษตรทฤษฎีใหม่ที่พี่สง่าทำนั้นจะมีแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วน ๆ มีปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ให้มีความหลากหลายตามแนวทางเกษตรทฤษฏีใหม่ อันจะนำไปสู่การทำให้มีผลผลิตหมุนเวียนสามารถเก็บจำหน่าย สร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้ตลอดทั้งปี

“กิจกรรมหลักทั้งการทำนาปลูกข้าวพันธุ์หอมปทุม เพื่อจำหน่ายให้กับโรงสีในพื้นที่ การปลูกไม้ผลบนคันนา ที่มีทั้งมะม่วง กล้วย  และการเลี้ยงเป็ด” พี่สง่ากล่าว

สำหรับในการบริการจัดการดูแลเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาดนั้น นอกเหนือจากการใช้ภูมิปัญญาของตนเองที่เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ และปฏิบัติจริงแล้ว พี่สง่ายังได้นำองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่ได้รับจากการเข้ามาช่วยแนะนำของเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. มาปรับใช้ จนประสบความสำเร็จ

“ ได้ความรู้จากเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. มาเยอะเลยครับ มีทั้งพาไปเข้าร่วมในหลักสูตรการอบรมต่าง ๆ รวมถึงการเข้ามาแนะนำถึงที่สวน อย่างเรื่องการสร้างผลผลิตปลอดภัย ด้วยการปรับเปลี่ยนมาใช้สารชีวภัณฑ์ทดแทนการใช้สารเคมี มาสอนหมดครับ ตั้งแต่วิธีการทำไปจนถึงการใช้ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังสอนการทำปุ๋ยหมักโดยใช้วัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่ในสวนเป็นวัตถุดิบ และใช้อย่างไรให้ถูกวิธี สิ่งเหล่านี้ผมนำมาปฏิบัติตาม ซึ่งได้ผลดีมากครับ พืชผักเจริญเติบโตดี เป็นผลผลิตที่ปลอดภัย และที่สำคัญทำให้ต้นทุนต่าง ๆ ต่ำลงมากครับ”

“ ตอนนี้ทุกกิจกรรมในสวนผม สามารถสร้างรายได้ให้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น พืชหลักอย่าง ข้าวพันธุ์หอมปทุม ตอนนี้ก็เน้นจำหน่ายให้กับโรงสีในพื้นที่ และที่ว่างบนคันนา  ปลูกไม้ผลหลายชนิด ทั้งมะม่วง มะพร้าวน้ำหอม ขนุน น้อยหน่า รวมถึงการเลี้ยงสัตว์ปีก อย่างเป็ดไข่ ส่วนนี้ถือเป็นการเสริมรายได้ในแต่ละวันครับ ” พี่สง่ากล่าว

ในขณะที่ด้านการตลาดที่รองรับผลผลิต พี่สง่าเน้นตลาดในชุมชนเป็นหลัก ผลผลิตที่เก็บได้ในแต่ละวัน จะถูกนำมาวางจำหน่ายที่บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งตั้งเป็นร้านค้าเล็ก ๆ ที่มีผลผลิตจากความตั้งใจอันยิ่งใหญ่มาวางจำหน่ายให้กับผู้คนในชุมชน และคนที่เดินทางสัญจรผ่านไปมา

“ ผมทำเองขายเองครับ ไม่ต้องไปง้อพ่อค้าคนกลาง ซึ่งตอนนี้ผลผลิตมีเท่าไรก็ขายได้หมดอยู่ได้สบายครับ” พี่สง่ากล่าวในที่สุด

 ทั้งหมดนี้คืออีกหนึ่งความสำเร็จของเกษตรกรตัวเล็ก ๆ ที่ชื่อ สง่า ชั้นอินทร์งาม แต่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ในการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ บนที่ดินพระราชทานของจังหวัดนครปฐมแห่งนี้

พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน, มติชนสุดสัปดาห์ และศิลปวัฒนธรรม ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้“ฟาร์มลุงแดง เมล่อน & ผักสลัด” ต้นแบบความสำเร็จของ ศพก.ในเขตปฏิรูปที่ดิน
บทความถัดไปวว. เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า จากสารสกัดอะโวกาโด เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ผลสำเร็จโครงการ Thai Cosmetopoeia ร่วมกับ 2 ยักษ์ใหญ่วงการอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย