ปลูกกะหล่ำปลีให้ประสบผลสำเร็จในแบบฉบับของผู้ใหญ่ใจ

กรุงเทพฯ 27 พฤษภาคม 2563 – ใกล้เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวอย่างภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ ก็พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ด้วยบรรยากาศของไร่กะหล่ำปลีสวยๆ ที่คุ้นเคยกันดี

ด้วยช่วงนี้เข้าใกล้ฤดูกาลปลูกหลักของกะหล่ำปลี ซึ่งระยะเพาะกล้าจะเริ่มในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดแก่การเพาะปลูกกะหล่ำปลี เจียไต๋ จึงขอเผยความสำเร็จในการปลูกกะหล่ำปลีในแบบฉบับของผู้ใหญ่ใจ เกษตรกรแห่งภูทับเบิก ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการปลูกกะหล่ำปลี ด้วยการให้ความสำคัญในการคัดเลือกสายพันธุ์และเมล็ดพันธุ์ที่ดี และยังส่งต่อภูมิปัญญาแก่กลุ่มเพื่อนเกษตรกร เพื่อเสริมสร้างแรงบันดาลใจในการเพาะปลูก และให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้สำหรับระยะเพาะกล้าที่กำลังจะมาถึงนี้

นายใจ แซ่เถา หรือ ผู้ใหญ่ใจ เกษตรกรผู้มีความเชี่ยวชาญในการปลูกกะหล่ำปลีที่มีประสบการณ์มากว่า 30 ปี กล่าวว่า “เมื่อก่อนกะหล่ำปลีปลูกได้ดีเฉพาะฤดูหนาว แต่ไม่ค่อยทนโรค ทนฝน เริ่มแรกปลูกด้วยสายพันธุ์เดิมๆ แต่เมื่อรู้จักเจียไต๋ จึงได้ทดลองใช้เมล็ดพันธุ์ และพบว่ามีการพัฒนาสายพันธุ์จนสามารถทนร้อน ปลูกได้ในทุกฤดูกาล และเกือบทุกภูมิประเทศ จึงเลือกใช้เมล็ดพันธุ์กะหล่ำปลีเจียไต๋มาโดยตลอด ด้วยความประทับใจที่เจียไต๋ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและปรับปรุงสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้มั่นใจกับคุณภาพเมล็ดพันธุ์จากเจียไต๋ที่การันตีว่าดีทั้งในแง่การเพาะปลูกและคุณภาพของผลิตผลที่ได้กะหล่ำปลีสวย รสชาติหวาน กรอบ อร่อย และที่สำคัญตลาดให้การยอมรับด้วยยอดสั่งซื้อ 100%”

นายใจ แซ่เถา หรือ ผู้ใหญ่ใจ

สายพันธุ์กะหล่ำปลีเจียไต๋ ที่เกษตรกรนิยมปลูก

  1. T523 – แข็งแรงทนโรค ปลูกได้ทุกพื้นที่ เก็บแขนงได้

กะหล่ำปลี T-523 ทนโรค ทนฝน สามารถปรับตัวได้ดีในทุกสภาพการเพาะปลูก ปลูกแล้วได้ผลิตผลแน่นอน จุดเด่นคือ เป็นสายพันธุ์ที่สามารถเก็บแขนงได้ และยังเป็นที่ต้องการของตลาดโดยทั่วไป มีอายุเก็บเกี่ยว 60-65 วันหลังย้ายกล้า

  1. T530 – ห่อหัวแน่น น้ำหนักดี ทนขนส่ง ปลูกได้ทุกฤดู

กะหล่ำปลี T-530 สามารถเก็บเกี่ยวผลิตผลได้เร็ว ห่อหัวแน่น น้ำหนักดี ผลิตผลต่อไรสูง ทนโรคและทนฝน อีกทั้งยังทนต่อการขนส่ง เป็นที่ต้องการของตลาด มีอายุเก็บเกี่ยว 60-65 วันหลังย้ายกล้า

  1. Passion – ปลูกง่าย ทนโรค หัวใหญ่

กะหล่ำปลี Passion สายพันธุ์ใหม่ล่าสุด โดดเด่นด้วยรสชาติหวาน กรอบ อร่อย ประกอบอาหารได้หลากหลายโดยให้รสชาติดี หรือรับประทานสดเป็นผักเคียง สายพันธุ์นี้ตอบโจทย์ได้หมด จึงเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะร้านอาหาร ภัตตาคาร ทนโรค มีอายุเก็บเกี่ยว 60-65 วันหลังย้ายกล้า

สายพันธุ์ทั้งหมดข้างต้นเป็นสายพันธุ์ที่เจียไต๋ได้พัฒนาร่วมกับบริษัท TAKII Seed Co., Ltd. ผู้นำธุรกิจเมล็ดพันธุ์ระดับโลกของประเทศญี่ปุ่น เพื่อปรับปรุงพันธุ์และทดสอบจนได้สายพันธุ์ที่เหมาะสมต่อการปลูกในแต่ละพื้นที่

ฤดูกาลที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก

– ช่วงฤดูฝน (พฤษภาคม ถึงกันยายน) เป็นฤดูกาลหลักของกะหล่ำปลี เพราะเกษตรกรที่ปลูกบนดอยอาศัยน้ำฝนเป็นหลักในการเจริญเติบโตของกะหล่ำปลี ซึ่งเกษตรกรจะเริ่มเพาะกล้าในช่วงพฤษภาคม

– ช่วงปลายฝนต้นหนาว (สิงหาคม ถึงพฤศจิกายน) จากแปลงที่ปลูกในฤดูฝน เกษตรกรจะลงปลูกรอบต่อไปเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวต่อ

– ช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน ถึงกุมภาพันธ์) พอหมดช่วงฤดูฝนและเข้าฤดูหนาว เกษตรกรก็จะเริ่มย้ายลงมาปลูกบนพื้นราบที่อยู่บนดอย เพื่อหาพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำ เนื่องจากบนเขาสูงไม่สามารถปลูกได้เพราะน้ำไม่เพียงพอ

ปริมาณการใช้เมล็ดพันธุ์

– 1 ไร่ ใช้ 1 กระป๋อง (50 กรัม) สามารถปลูกได้ประมาณ 10,000-12,000 ต้น

ผลิตผลต่อไร่ (ปริมาณผลิตผลขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เพาะปลูก)

– ฤดูฝน โรคแมลงจะเยอะ ได้ผลิตผลประมาณ 6-7 ตัน

– ฤดูหนาว โรคแมลงไม่ค่อยมี ได้ผลิตผลประมาณ 8-10 ตัน

“ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง ควบคู่กับการสนับสนุนที่ดีจากเจียไต๋ ทำให้ผมก้าวมาถึงจุดที่ประสบความสำเร็จในทุกวันนี้” ผู้ใหญ่ใจ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ใหญ่ใจไม่เก็บความสำเร็จไว้เพียงผู้เดียว หากส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชนด้วยการขยายการปลูกกะหล่ำปลีสู่เครือข่ายเพื่อนเกษตรกร ทั้งยังเป็นแกนนำในการเจรจาธุรกิจเพื่อกระจายผลิตผลสู่ตลาดรายใหญ่ทั่วประเทศอย่างเป็นธรรม และด้วยความคิดที่ไม่หยุดพัฒนาและเรียนรู้ ในอนาคตผู้ใหญ่ใจมีเป้าหมายในการพัฒนาวิธีการเพาะปลูกโดยปรับเปลี่ยนจากการเพาะในดินกลางแจ้ง ตอนนี้ได้เริ่มหันมาเพาะในโรงเรือนมากขึ้น ควบคู่ไปกับการใช้เมล็ดพันธุ์เจียไต๋ เพื่อให้ได้ผลิตผลที่ดียิ่งขึ้น มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของตลาด และเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับทุกๆ ฝ่ายทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค

ผู้ใหญ่ใจ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมเลือกเจียไต๋ เพราะมั่นใจในคุณภาพ โดยเฉพาะการพัฒนาและปรับปรุงสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงประทับใจการดูแลเอาใจใส่ที่มีให้ผมและพี่น้องเกษตรกรด้วยดีมาตลอด”

สำหรับผู้ที่สนใจเคล็ดลับในการทำการเกษตร สามารถติดตามข่าวสารอื่นๆ เพิ่มเติมได้ทาง Facebook CHIA TAI SEED เมล็ดพันธุ์เจียไต๋: https://bit.ly/CabbageSeedFB หรือรับชมคลิปสัมภาษณ์ผู้ใหญ่ใจ ทาง YouTube Channel Chia Tai Group Official: https://bit.ly/CabbageCTYouTube

บทความก่อนหน้านี้เปิดดาวน์โหลดอีบุ๊ก “งานวิจัย สวทช. สู่นวัตกรรมรับมือ COVID-19”
บทความถัดไปปลาช่อนเผาอบชานอ้อย เนื้อปลาหอมหวาน ของดีเมืองสุพรรณบุรี