“รจนา สีวันทา” ชาวนาดีเด่นแห่งชาติ 2563 เผยเคล็ดลับ “ปลูกข้าวให้ผลผลิตสูง-ได้กำไรดี”

กรมการข้าว มีนโยบายที่จะสนองพระราชดำริด้านการสร้างและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านข้าวและชาวนา ที่เกี่ยวข้องกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการหลวงและโครงการพัฒนาพื้นที่เฉพาะ โดยมอบหมายให้โรงเรียนข้าวและชาวนาเป็นศูนย์กลาง เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านการผลิตข้าว การดูงานด้านข้าว รวมทั้งมีการจัดทำหลักสูตร ให้มีความเหมาะสม ทันสมัยเพื่อจะพัฒนาชาวนาไทยเป็นชาวนายุค 4.0 ที่มีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน.

“นางรจนา สีวันทา” หนึ่งในเกษตรกรคนเก่งที่กรมการข้าวยกย่องให้เป็น “ชาวนาต้นแบบด้านเกษตรอินทรีย์” ด้วยความภาคภูมิใจ เนื่องจากคุณรจนาเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทำนาแบบเกษตรธรรมชาติ คุณรจนาเป็นผู้ใฝ่รู้ ศึกษาลงมือทำด้วยตนเองจนประสบความสำเร็จ ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภาครัฐและเชิญให้เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ เป็นผู้ทรงภูมิปัญญาด้านการเกษตรกรรม (ข้าว) โดยใช้ภูมิปัญญาไทยเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยการทำนาแบบอินทรีย์

นางรจนา สีวันทา

คุณรจนาคิดค้นวิธีการทำนาแบบอินทรีย์ที่ได้ผลผลิตมากขึ้นและใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสมในพื้นที่ มีการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์เพื่อใช้เอง และผลิตสารชีวภัณฑ์ต่างๆ เพื่อใช้ในการทำนา ในด้านการคัดและผสมพันธุ์ข้าวได้ใช้วิธีคัดพันธุ์ข้าวโดยการตัดข้าวพันธุ์ปน คัดเอาเมล็ดที่สมบูรณ์ไปเพาะขยายพันธุ์เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์สำหรับนำไปเพาะปลูกต่อไป ซึ่งเป็นความคิดริเริ่มในการทำเกษตรแบบอินทรีย์ที่ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลงานที่โดดเด่นดังกล่าว ทำให้กรมการข้าวยกย่องให้คุณรจนาเป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ อาชีพทำนา ประจำปี พ.ศ. 2563

เผยเคล็ดลับ “ปลูกข้าวมีกำไร”

คุณรจนา สีวันทา วัย 44 ปี ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ที่ 4 ตำบลหนองสนิท อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ โทร. 087-074-5255 คุณรจนามีพื้นที่ทำกิน 23 ไร่ โดยแบ่งทำนา 20 ไร่ และทำไร่นาสวนผสม 3 ไร่

เมื่อเปรียบเทียบทุนและรายได้จากอาชีพทำนาของคุณรจนาในช่วง 3 ปีย้อนหลัง ถือว่าคุณรจนาประสบความสำเร็จด้านการบริหารจัดการอย่างดีทีเดียว ปี 2559 แปลงนาของคุณรจนามีต้นทุนผลิตเฉลี่ย 2,380 บาท ต่อไร่ รายได้เฉลี่ย 8,460 บาท ต่อไร่ ผลกำไรเฉลี่ย 6,080 บาท ต่อไร่ แต่ 2 ปีย้อนหลังคุณรจนามีต้นทุนการผลิตที่ลดลงต่อเนื่อง สวนทางกับตัวเลขรายได้และผลกำไรต่อไร่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น

โดยปี 2560 ต้นทุนผลิตเฉลี่ย 2,100 บาท ต่อไร่ รายได้เฉลี่ย 9,918 บาท ต่อไร่ ผลกำไรเฉลี่ย 7,818 บาท ต่อไร่ ปี 2561 ต้นทุนผลิตเฉลี่ย 2,010 บาท ต่อไร่ รายได้เฉลี่ย 18,100 บาท ต่อไร่ ผลกำไรเฉลี่ย 16,090 บาท ต่อไร่

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณรจนาประสบความสำเร็จในอาชีพการทำนา ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพจนเกิดความยั่งยืนในอาชีพ เกิดจากการวางแผนการผลิตข้าวและการทำนาอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ คือ

1. ปลูกข้าวโดยใช้เครื่องหยอดข้าวแห้ง เพื่อประหยัดเมล็ดพันธุ์ และช่วยลดการระบาดของศัตรูข้าว

2. ใช้เครื่องพรวนดินในร่องนาหยอด เพื่อกำจัดวัชพืช

3. ผลิตปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี

4. ผลิตน้ำหมักชีวภาพ ทดแทนการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูข้าว

5. ไถกลบตอซังหลังการเก็บเกี่ยว

6. ปลูกพืชหลังนา ได้แก่ มันเทศญี่ปุ่น แตงโม และผักอินทรีย์ เพื่อจำหน่ายหารายได้เพิ่ม และช่วยลดการระบาดของศัตรูข้าว

7. ปลูกพืชตระกูลถั่ว ได้แก่ ปอเทือง ถั่วพร้า และถั่วเขียว เพื่อปรับปรุงบำรุงดินและจำหน่ายหารายได้เพิ่ม

8. ปลูกหญ้าแฝก เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน

9. ขุดบ่อน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำเอาไว้ใช้เลี้ยงปลาและกบ เพื่อเป็นรายได้เสริม

10. ทำการเกษตรแบบผสมผสานเพื่อเพิ่มรายได้

11. ใช้เครื่องคัดทำความสะอาดเมล็ดพันธุ์ข้าว

12. มีโรงสีข้าวสำหรับแปรรูปเป็นข้าวสาร

13. ใช้เครื่องซีลสุญญากาศช่วยยืดอายุการเก็บรักษาและเพิ่มมูลค่า
ส่วนเคล็ดลับด้านการตลาดของคุณรจนา ที่ทำให้มีรายได้ดี ผลกำไรงามนั้น เพราะคุณรจนาเน้นผลิตเมล็ดพันธุ์จำหน่าย แปรรูปสีเป็นข้าวสารไว้บริโภคและจำหน่าย พัฒนาผลผลิตมีคุณภาพ ปลอดภัยต่อตนเองและผู้บริโภค

การดูแลจัดการนาอย่างเป็นระบบ ทำให้แปลงนาของคุณรจนามีผลผลิตเฉลี่ย 620 กิโลกรัม ต่อไร่ (ความชื้น 15%) พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ผลผลิตเฉลี่ยชุมชน ประมาณ 489 กิโลกรัม ต่อไร่ ขณะที่ผลผลิตข้าวโดยเฉลี่ยของจังหวัดสุรินทร์ 376 กิโลกรัม ต่อไร่ ขณะเดียวกันคุณรจนาเน้นแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตข้าว ได้แก่ ข้าวบรรจุถุงแบบสุญญากาศ นอกจากนี้ ยังเพิ่มรายได้และมูลค่าด้วยการค้าออนไลน์

เปิดบ้านเป็นศูนย์เรียนรู้

คุณรจนา มีจิตสาธารณะ เปิดบ้านเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอจอมพระ (ศูนย์เครือข่าย) ถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ ขณะเดียวกันคุณรจนาไม่หวงวิชา คุณรจนารับหน้าที่เป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องการผลิตข้าวอินทรีย์ และเกษตรทฤษฎีใหม่ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และช่วยประสานงานในการถ่ายทอดความรู้เพื่อยกระดับชาวนา และช่วยต่อยอดความรู้แก่ลูกหลานชาวนา

นอกจากนี้ คุณรจนายังมีบทบาทความเป็นผู้นำสูง ทำงานเพื่อสังคมในด้านต่างๆ เช่น ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอจอมพระ (ศูนย์เครือข่าย) ประธานนาแปลงใหญ่อำเภอจอมพระ เป็นรองประธานนาแปลงใหญ่จังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านโนนงิ้ว เป็นประธานกลุ่มโรงสีข้าวชุมชนบ้านโนนงิ้ว เป็นประธานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตกลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านโนนงิ้ว เป็นหมอดินอาสา ฯล

สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ (ด้านทำนา) 2563

ในปีนี้ กรมการข้าว ได้ยกย่องประกาศเกียรติคุณ สถาบันเกษตรกรแห่งชาติ 2563 ที่มีผลงานดีเด่นให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน และเป็นแบบอย่างด้านการทำนาอีก 3 รางวัล ประกอบด้วย

1. กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านไร่สุขขุม จังหวัดกำแพงเพชร ที่มีผลงานเด่นในการแก้ปัญหาของกลุ่มในด้านพื้นที่ ด้านวิชาการ เศรษฐกิจและสังคม มีความคิดริเริ่มในการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมกับพื้นที่และสภาพแวดล้อม เช่น นำเครื่องจักรกลการเกษตรมาใช้ในกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ เพื่อลดต้นทุนการผลิตเมล็ดพันธุ์ โดยเฉพาะค่าแรงที่เพิ่มขึ้น และแก้ไขปัญหาแรงงานขาดแคลน ใช้รถไถเดินตาม เพื่อปรับระดับพื้นที่ในแปลงนาให้มีความสม่ำเสมอ ใช้เครื่องหยอดข้าวแห้งและเครื่องหยอดน้ำตมในการทำแปลงขยายพันธุ์ เพื่อลดอัตราการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าว ใช้รถเกี่ยวนวดข้าวในการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อลดต้นทุนการผลิต ประหยัดเวลาและแรงงานในการเก็บเกี่ยว ซึ่งก่อนเก็บเกี่ยวจะทำความสะอาดรถเกี่ยวนวดทุกครั้ง เพื่อป้องกันพันธุ์ปน ข้าววัชพืชและสิ่งอื่นๆ ติดมากับรถและใช้เครื่องอัดฟางก้อน เพื่อลดการเผาฟาง และมีรายได้เพิ่มจากการจำหน่ายฟางก้อน ฯลฯ

2. ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวหอมมะลิ ได้แก่ วิสาหกิจชุมชน ศูนย์ข้าวชุมชน บ้านโนนกระสัง จังหวัดนครราชสีมา มีความคิดริเริ่มด้านเพิ่มมูลค่าผลผลิตข้าวทั้งพันธุ์ข้าวคุณภาพดีและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ภายใต้รูปแบบต่างๆ ในชื่อ “ข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์” ซึ่งอยู่ระหว่างการขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ขณะเดียวกันมีการออกบู๊ธจำหน่ายในงานต่างๆ ทั้งตลาดนัด งานระดับจังหวัด และระดับประเทศ

ทางศูนย์เน้นสร้างเครือข่ายในการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง โดยสนับสนุนคนรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ให้เข้ามาร่วมบริหารจัดการกลุ่ม รวมทั้งนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยวางแผนการตลาด มีการพัฒนาและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เช่น การแปรรูปข้าวกล้อง ข้าวสาร และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้แก่ ข้าวพอง สบู่ สบู่เหลวจากข้าว แชมพูสระผม ครีมทาผิว ฯลฯ

ขณะเดียวกันทางศูนย์มีการเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดต่างๆ เช่น กลุ่มนาแปลงใหญ่โนนโชงโลง กลุ่มนาแปลงใหญ่กระชอน กลุ่มนาแปลงใหญ่ชีวาน กลุ่มนาแปลงใหญ่ในเมือง กลุ่มนาแปลงใหญ่รังกาใหญ่ กลุ่มนาแปลงใหญ่ท่าหลวง กลุ่มนาแปลงใหญ่ท่าละหลอด กลุ่มนาแปลงใหญ่ท่าโบสถ์ และกลุ่มนาแปลงใหญ่สัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย รวมทั้งกลุ่มนาแปลงใหญ่ในจังหวัดขอนแก่น และกลุ่มนาแปลงใหญ่ในจังหวัดอุดรธานี

นอกจากนี้ ทางศูนย์ยังเน้นประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ผ่านช่องทางเพจประจำกลุ่มบนสื่อโซเชียลเฟซบุ๊กให้เป็นที่รู้จักของบุคคลภายนอก ชื่อ “ขายข้าวนาแปลงใหญ่บ้านโนนกระสัง พิมาย โคราช” Line ชื่อ “ข้าวโนนกระสัง” Website ชื่อ “D farm Shop” และได้มีการใช้ระบบขนส่งที่ทันสมัยช่วยกระจายสินค้าให้รวดเร็ว

3. ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภท ข้าวอื่นๆ ได้แก่ วิสาหกิจชุมชน ศูนย์ข้าวชุมชน บ้านโนนกระสังมีความคิดริเริ่มด้านการเพิ่มมูลค่าสินค้าข้าวให้แก่ชุมชน เช่น ยื่นขอรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรที่ดีสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าว (GAP Seed) เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับเกษตรกรที่ใช้เมล็ดพันธุ์จากกลุ่ม มีการสร้างโกดังเก็บสินค้าขนาดใหญ่ขึ้นมาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและน่าเชื่อถือของแหล่งเก็บรวบรวมเมล็ดพันธุ์ มีการดัดแปลงอุปกรณ์ที่มีอยู่เพื่อให้เหมาะสมกับปริมาณเมล็ดพันธุ์ของกลุ่ม โดยที่กลุ่มไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่และใช้อุปกรณ์ชิ้นเดิมที่มีอยู่ให้คุ้มค่ามากที่สุด

ทางศูนย์ได้สร้างเครือข่ายเชื่อมโยงการตลาด และประชาสัมพันธ์กิจกรรมของศูนย์ มีการพัฒนาตัวเองให้เป็นผู้ตรวจแปลงมืออาชีพ จนถึงปัจจุบันผู้ตรวจแปลงของกลุ่มได้มีการพัฒนาความรู้ความสามารถจนเป็นที่ยอมรับและรับจ้างตรวจแปลงให้กับสหกรณ์การเกษตรพิมาย จำกัด และเกษตรกรอื่นๆ ที่ติดต่อประสานงานเข้ามา มีการสร้างเครือข่ายผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ของทางกลุ่ม ซึ่งในแต่ละศูนย์ข้าวชุมชนมีการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่แตกต่างสายพันธุ์กัน เพื่อกระจายเมล็ดพันธุ์คุณภาพให้ครอบคลุมและทั่วถึงตามความต้องการของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่

……………………………..

พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน, มติชนสุดสัปดาห์ และศิลปวัฒนธรรม ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้มะเร็งป้องกันได้ แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
บทความถัดไปกรมประมง เร่งขยายพันธุ์“เขียดแลว” เป็นอาหารชุมชน (FOOD BANK) ตามพระราชดำริ ที่ “แม่ฮ่องสอน”