อินทผลัมกินผลสด ปลูกสร้างรายได้ดี ของ ปรีชา ธรรมชูเชาวรัตน์ ที่นนทบุรี

อินทผลัม เป็นพืชตระกูลปาล์ม มีหลากหลายสายพันธุ์ มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลาง โดยสามารถเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแบบทะเลทราย ลำต้นมีความสูงประมาณ 30 เมตร โดยใบติดอยู่บนต้น 40-60 ก้าน ทางใบยาว 3-4 เมตร มีลักษณะเป็นแบบขนนก ใบย่อยพุ่งออกหลายทิศทาง ช่อดอกของอินทผลัมจะออกจากโคนใบ เมื่อติดผลลักษณะของผลเป็นรูปทรงรี ยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร มีรสหวานฉ่ำ สามารถรับประทานได้ทั้งผลสดและสุก ซึ่งผลจะมีสีเหลืองถึงสีส้มและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลเข้มเมื่อแก่จัด โดยผลสุกจะนิยมนำไปตากแห้ง

คุณปรีชา ธรรมชูเชาวรัตน์

คุณปรีชา ธรรมชูเชาวรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 2 ตำบลบางพลับ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นผู้ที่เห็นถึงลักษณะพิเศษของอินทผลัม จึงได้นำมาทดลองปลูกภายในสวน จนประสบผลสำเร็จ จนทำให้ในเวลานี้ที่สวนของคุณปรีชามีผู้ที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้และหาซื้อต้นพันธุ์กันมากเลยทีเดียว

คุณปรีชา เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนได้ทำการเกษตรหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปศุสัตว์ คือ การเลี้ยงเป็ด ต่อมาจึงได้มาจับอาชีพเกี่ยวกับไม้ดอกไม้ประดับ เช่น เฟื่องฟ้า ลีลาวดี เรียกง่ายๆ ว่า ทำการเกษตรมาอย่างชำนาญในสายงานด้านนี้กันเลยทีเดียว ต่อมาจึงได้มีความสนใจจะปลูกอินทผลัม จึงได้นำมาทดลองปลูกอย่างที่ได้คิดตั้งใจไว้

ต้นกล้าที่ผ่านการอนุบาล

“ตอนนี้ที่สวนไม้ดอกไม้ประดับก็ยังปลูกขายอยู่ เมื่อธุรกิจทางด้านนี้เริ่มอยู่ตัว ประมาณปี 2557 ผมก็เริ่มสนใจเกี่ยวกับอินทผลัมกินผลสด เพราะเราเริ่มรู้สึกว่าไม้ดอกไม้ประดับเราเริ่มอิ่มตัว อยากที่จะทำเกี่ยวกับต้นไม้กินผลได้ ก็เลยเลือกอินทผลัม ซึ่งชอบลักษณะพิเศษตรงที่ผลของอินทผลัมสามารถเก็บไว้รับประทานได้นานเมื่อเราใส่ตู้เย็นไว้ ผลอินทผลัมค่อนข้างมีคุณค่าทางโภชนาการ และที่สำคัญเป็นไม้ที่ปลูกง่าย เรื่องการดูแลง่าย ไม่ยุ่งยาก” คุณปรีชา บอกถึงที่มาของการปลูกอินทผลัม

ต้นอินทผลัมภายในสวน

เนื่องจากการปลูกอินทผลัมสามารถนำต้นพันธุ์มาปลูกได้หลายแบบ คือ ต้นพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเมล็ด และต้นพันธุ์ที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ซึ่งในช่วงแรกที่ทดลองปลูกนั้น คุณปรีชา บอกว่า ใช้ต้นพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเมล็ดมาปลูก ประมาณ 200 ต้น ได้อินทผลัมที่เป็นตัวผู้ 130 ต้น และเป็นตัวเมีย 70 ต้น ต่อมาเพื่อขยายลูกค้าตลาดให้กว้างขึ้น และเพื่อให้ต้นอินทผลัมได้สายพันธุ์ที่แน่นอน จึงได้นำต้นอินทผลัมที่ผ่านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเข้ามาปลูกด้วย โดยสั่งมาจากต่างประเทศ คือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และประเทศอังกฤษ

ผลเหลืองสวน

ก่อนที่อินทผลัมจะเจริญเติบโตให้ผลผลิตได้ คุณปรีชา บอกว่า จะต้องนำต้นที่ผ่านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาอนุบาลเสียก่อน โดยใช้เวลาอนุบาลช่วงนี้ประมาณ 4 เดือน จะมีความสูงประมาณ 1 คืบ พร้อมทั้งมีใบประมาณ 5-6 ใบ ก็สามารถนำมาปลูกลงดินได้

“พอเราได้ต้นที่แข็งแรงดีแล้ว เราก็นำต้นที่อนุบาล มาปลูกลงดินได้เลย โดยให้แต่ละต้นมีระยะห่างกัน ประมาณ 7×7 เมตร ซึ่งดินที่อยู่ตามภาคกลาง ไม่ต้องรองก้นหลุม ใส่ข้างบนเดี๋ยวก็จะซึมลงไปเอง แต่ถ้าเป็นพื้นที่ที่มีสภาพดินไม่ค่อยดี ก็สามารถรองก้นหลุมด้วยขี้ไก่ หรือปุ๋ยหมักก็ได้เหมือนกัน ก็จะทำให้ดินมีความสมบูรณ์” คุณปรีชา บอกถึงวิธีการปลูก

ผลผลิตออกเต็มต้น

เมื่อปลูกต้นอินทผลัมเป็นที่เรียบร้อยจะดูแลไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจริญเติบโตเต็มที่ และที่สำคัญเรื่องการรดน้ำต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยสังเกตจากดินที่โคนต้น ถ้าแห้งมากจำเป็นต้องรดน้ำทุกวัน วันละ 1 ครั้ง

ในเรื่องของการใส่ปุ๋ยนั้น คุณปรีชา บอกว่า จะใส่ปุ๋ย สูตร 20-10-10 เดือนละ 2 ครั้ง เมื่ออายุของต้นเริ่มมีอายุเกิน 1 ปี จะเริ่มให้ผลผลิตได้จะเปลี่ยนปุ๋ยเป็นสูตร 8-24-24 ไปจนถึงต้นอินทผลัมเริ่มออกดอก

ซึ่งก่อนที่ต้นจะติดผลให้ได้ชิมรสชาติหวานฉ่ำได้นั้น อินทผลัมเป็นไม้ที่มีการแยกเพศของต้นอย่างชัดเจน ดังนั้น จะต้องมีการผสมเกสรเข้ามาช่วยเพื่อให้การติดผลสมบูรณ์มากขึ้น โดยการผสมเกสรจะเริ่มผสมได้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เพราะเป็นช่วงที่ต้นอินทผลัมออกดอกใหม่ๆ เมื่อการผสมเกสรสำเร็จแล้วเป็นระยะเวลาประมาณ 2 เดือน ในช่อก็จะเริ่มติดผลจึงตัดแต่งช่อให้มีคุณภาพตามที่ต้องการ คือ ผลเล็กและผลที่ไม่มีคุณภาพก็จะตัดออกทิ้ง เสร็จแล้วจึงนำตาข่ายมาห่อผลเพื่อกันแมลงศัตรูพืช พร้อมทั้งห่อทับด้วยถุงกระดาษอีกครั้งเพื่อป้องกันแสง จากนั้นปล่อยไปอีกประมาณ 120-130 วัน ผลอินทผลัมก็จะสมบูรณ์เต็มที่สามารถเก็บเกี่ยวได้

การห่อผล

“เมื่อต้นเพศเมียเริ่มออกดอก เราก็จะเตรียมเอาเกสรต้นเพศผู้ มาผสมกับเกสรเพศเมีย ซึ่งการผสมก็ไม่ยาก พอผสมเสร็จใช้เวลาประมาณ 5 วัน ผลก็จะเริ่มติดออกมาให้เห็น เสร็จแล้วก็จะฉีดแคลเซียมโบรอนเข้ามาช่วย เพื่อให้เกสรมีความแข็งแรง ซึ่งการผสมเกสรมองดูแล้วไม่ใช่เรื่อยาก สามารถเรียนรู้กันได้ ซึ่งท่านใดที่สนใจก็สามารถมาสอบถามข้อมูลที่สวนได้ยินดีให้คำแนะนำ” คุณปรีชา บอกถึงวิธีการผสมเกสรและดูแลผลอินทผลัม

จากประสบการณ์ที่ได้ทดลองปลูกมาอย่างประสบผลสำเร็จ คุณปรีชา บอกว่า ในเวลานี้ที่สวนจึงมีต้นที่มีผลออกมาให้กับผู้ที่สนใจได้มาเชยชมและเรียนรู้วิธีการปลูกจากประสบการณ์จริงได้ที่สวน พร้อมทั้งมีผลอินทผลัมได้ให้ชิมอีกด้วย

สำหรับการปลูกอินทผลัมที่เหมาะสมภายในสวน คุณปรีชา แนะนำว่า อัตราส่วนที่เหมาะสมโดยประมาณ เช่น ต้นอินทผลัมเพศผู้ 20 ต้น สามารถคุมการผสมเกสรให้กับต้นอินทผลัมเพศเมีย ประมาณ 100 ต้น ซึ่งการผสมเกสรต้องมีการศึกษาเพื่อที่การผสมให้ติดผลจะได้ประสบผลสำเร็จได้เป็นอย่างดี

“สำหรับผู้ที่สนใจ อยากจะปลูก ก็สามารถเข้ามาเรียนรู้ที่สวนเราได้ หรืออยากจะลองชิม หรือเรียนรู้ว่าการปลูกเป็นยังไง ก็เข้ามาเจอกันที่สวนผมได้ หรือเกษตรกรที่สนใจต้นพันธุ์ ก็สามารถเข้ามาหาซื้อได้ ซึ่งต้นที่เรามีขายก็เป็นต้นเนื้อเยื่อ ที่ผ่านการอนุบาลจนแข็งแรงดีแล้ว สามารถนำไปปลูกได้เลย อายุประมาณ 4 เดือน ขายอยู่ที่ต้นละ 1,500 บาท ซึ่งก็มีหลายพันธุ์ให้เลือกไปปลูก เช่น พันธุ์บาฮี เคแอล 1 (KL1) เป็นพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ และบางส่วนก็เป็นพันธุ์เพาะเมล็ดเราก็มีขายอยู่ ที่ต้นละ 300 บาท ซึ่งก็สามารถเข้ามาพูดคุยกัน ทางสวนเรายินดีให้คำแนะนำ” คุณปรีชา บอก

ต้นพันธุ์พร้อมจำหน่าย

ทั้งนี้ คุณปรีชา ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า การปลูกอินทผลัมยังไม่เจอปัญหายุ่งยาก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องน้ำที่ใช้รด เพราะน้ำเป็นสิ่งสำคัญมากต่อการเจริญเติบโต โดยเฉพาะเริ่มเข้าสู่ช่วงที่จะติดผลผลิต น้ำจึงเป็นปัจจัยสำคัญ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณปรีชา ธรรมชูเชาวรัตน์ หมายเลขโทรศัพท์ (081) 309-6086, (087) 320-5009

……………………………………………………………………………………………

พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน, มติชนสุดสัปดาห์ และศิลปวัฒนธรรม ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มเมืองตรัง ปลูกชวนชมเป็นอาชีพเสริม เน้นทำตลาดออนไลน์ มีความจริงใจในการขาย
บทความถัดไปทำผ้าทอเก็บเงิน ตั้ง “กองทุนหมู” ชาวดอยห้วยตองก๊อ รับมือสู้โควิด-19