วิสาหกิจชุมชนผ้าไหมมัดหมี่ บ้านหัวฝาย รวมกลุ่มปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ทอผ้า สร้างรายได้ครบวงจร

วิสาหกิจชุมชน อําเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น

วิสาหกิจชุมชนผ้าไหมมัดหมี่ บ้านหัวฝาย

จัดตั้งเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2554 สมาชิกแรกตั้ง 40 คน สมาชิกปัจจุบัน 55 คน และสมาชิกสมทบ 85 คน

ประธานกลุ่ม คุณสุภาณี ภูแล่นที่ ที่ทําการกลุ่ม เลขที่ 46 หมู่ที่ 3 ตําบลปอแดง อําเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น

 

ผลงานดีเด่น ความคิดริเริ่ม

เดิมเกษตรกรมีอาชีพทําการเกษตรหลากหลาย เช่น ทํานา ทําไร่ ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและการทอผ้า มีรายได้น้อยและเจอวิกฤตภัยแล้ง เกษตรกรบางส่วนอพยพแรงงานย้ายออกจากบ้านเพื่อไปทํางานรับจ้างก่อสร้างที่กรุงเทพมหานคร และเกษตรกรต่างคนต่างทํา ยังไม่มีการรวมกลุ่มทํากิจกรรม ส่วนมากจะทําไว้ใช้ในครัวเรือนเท่านั้น ต่อมาได้มีการรวมตัวกันและจัดตั้งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรในปี 2527 เพื่อร่วมคิด ร่วมกันทํา ร่วมกันจําหน่าย และร่วมรับผลประโยชน์ และเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องการอพยพแรงงานจากชนบทสู่เมือง ทําให้ครอบครัวอบอุ่นขึ้น สามารถแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจของครอบครัว และเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีในชุมชนได้ โดยได้รับคําแนะนําจากเจ้าพนักงานเคหกิจเกษตร สํานักงานเกษตรอําเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น ในปี 2527 ได้มีการรวมกลุ่มกันอย่างเป็นรูปธรรมจริงจัง เพื่อผลิตเส้นไหมดิบและทอผ้าไหมเป็นผืนส่งพระราชวังสวนจิตรลดา ทําให้กลุ่มมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในภายหลังมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 รับเป็นสมาชิก ต่อมาได้เข้าเป็นสมาชิกศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ในปี 2558 กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรขอจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนผ้าไหมมัดหมี่ บ้านหัวฝาย ได้ดําเนินกิจกรรมกลุ่มเกี่ยวกับการทอผ้าไหม ปลูกหม่อน เลี้ยงไหมครบวงจร กิจกรรมปลูกผักปลอดภัย และกิจกรรมแบบผสมผสานตามแนวพระราชดําริ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การดําเนินกิจกรรมมีการจัดแบ่งหน้าที่กัน มีการรวมหุ้นเพื่อนําทุนมาใช้ประกอบกิจการกลุ่ม และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงาน ทั้งราชการ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ เป็นอย่างดี นอกจากนี้ กลุ่มมีการสร้างเครือข่ายกับกลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในชุมชน ระดับตําบล ระดับอําเภอ ระดับจังหวัด และทางออนไลน์ สามารถเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์โดยการทอผ้าไหมมัดหมี่ลายต่างๆ ด้วยความประณีตวิจิตรบรรจง มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะลายแคนแก่นคุณที่เป็นลายผ้าไหมประจําจังหวัดขอนแก่น อีกทั้งมีลายผ้าไหมมัดหมี่ที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านหัวฝาย ตั้งชื่อว่า “ลายหมี่น้ำฟองเครือ”

ความสามารถในการบริหาร
และการจัดการของสถาบัน

– กลุ่มมีโครงสร้างการบริหารงานของกลุ่มชัดเจน มีคณะกรรมการบริหารกลุ่ม จํานวน 16 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของสมาชิก มีวาระ 2 ปี

– ประธานกลุ่มมีความเสียสละ อดทน มีทัศนคติที่ดี มีความเข้าใจในด้านการบริหาร มีแนวคิดในการพัฒนา

– คณะกรรมการและสมาชิก มีการแบ่งงานเป็นฝ่ายต่างๆ ดังนี้ ฝ่ายการผลิต ฝ่ายการตลาด ฝ่ายตรวจสอบคุณภาพ ฝ่ายช่าง นอกจากนี้ ยังมีคณะทํางาน กิจกรรมย่อยต่างๆ เช่น กิจกรรมทอผ้าไหม กิจกรรมออมทรัพย์ กิจกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์ เป็นต้น ซึ่งแต่ละฝ่ายมีความเชี่ยวชาญของบุคลากรที่แตกต่างกัน และมีคณะกรรมการที่ปรึกษากลุ่ม

– มีระเบียบข้อบังคับกลุ่มที่ยึดถือร่วมกัน มีวัตถุประสงค์การทํางานที่ชัดเจน และสามารถดําเนิน บทบาทและการมีส่วนร่วมของสมาชิก กิจกรรมบรรลุวัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้ได้

– ระบบเอกสารมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบบัญชีได้

– เป็นแหล่งศึกษา เรียนรู้ เผยแพร่ผลงานของกลุ่มแม่บ้านหัวฝาย พร้อมสร้างตํานานการปลูกหม่อน เลี้ยงไหมเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวไทยและชาวต่างชาติไปทั่วโลก

บทบาทและการมีส่วนร่วมของสมาชิก ต่อสถาบัน

– มีการประชุมประจําเดือนคณะกรรมการ ทุกวันที่ 5 ของเดือน

– สมาชิกร่วมกันคัดเลือกคณะกรรมการกลุ่ม เมื่อครบวาระ ทุก 2 ปี

– สมาชิกทุกคนร่วมกันทํากิจกรรมการทอผ้าไหม และกิจกรรมทางการเกษตร และเข้าร่วมอบรมเพื่อ พัฒนาศักยภาพของสมาชิกตามที่ทางกลุ่มหรือหน่วยงานต่างๆ ให้การสนับสนุน

– สมาชิกกลุ่มร่วมกันจัดทําแผนพัฒนากลุ่ม ร่วมกันเป็นประจําทุกปีและมีการปรับแผนตามความต้องการของตลาดและสมาชิก

– สมาชิกมีความพร้อมในการส่งเสริมและการพัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ เช่น การฝึกอบรม เรียนรู้ เพื่อให้เกิดทักษะ มีบทบาทในชุมชน เช่น เป็นคณะกรรมการแม่บ้านเกษตรกร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อสม. กรรมการกองทุนหมู่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน กองทุนแม่ของแผ่นดิน ผู้นําหัตถกรรมดีเด่นระดับประเทศ ศิลปิน โอท็อป ปี 2561 คณะกรรมการกองทุนบทบาทสตรี กรรมการกองทุนขยะ กรรมการร้านค้า คณะกรรมการ หมู่บ้าน OTOP นวัติวิถี

– คณะกรรมการและสมาชิกมีการร่วมตัดสินใจ และการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยการใช้วิธีแบบเยี่ยมเยือนสมาชิกรายบุคคล ใช้แบบกระบวนการกลุ่ม การประชุมทําให้สามารถแก้ไขปัญหาได้และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

ความมั่นคงและฐานะทางเศรษฐกิจของสถาบัน

– มีการรับสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นทุกปีจากปี 2554 จํานวน 40 คน ปัจจุบัน มีสมาชิกทั้งหมด 170 คน สมาชิกเครือข่าย 70 คน รวมเป็น 240 คน ระยะเวลาจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน 13 ปี

– ความมั่นคงต่อเนื่องสม่ำเสมอของการดําเนินการ กิจกรรมกลุ่มมีการประกอบกิจกรรมหลากหลาย เช่น การผลิตและจําหน่ายเส้นไหมดิบ การทอและจําหน่ายผ้าไหม กิจกรรมออมทรัพย์ การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากไหม และการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ มีการดําเนินการอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

– มีการระดมหุ้นเพื่อสร้างความมั่นคงของกลุ่ม มีการรายงานชี้แจงบัญชีรายรับ-รายจ่าย เพื่อความ โปร่งใสและถูกต้อง

– สินทรัพย์ ได้แก่ อาคารทอผ้า ห้องแสดงผ้าไหม อาคารเรียนรู้ 2 หลัง ห้องประชุม ชุดบําบัดน้ำเสีย เครื่องต่างๆ ในการทอผ้าไหม โฮมสเตย์ อุปกรณ์ฟอกย้อม ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยต่างๆ เช่น ชนิด Royal Thai Silk ตรานกยูงสีทอง ปี 2551 และชนิด Thai Silk ตรานกยูงสีน้ำเงิน ปี 2559 เป็นต้น

– รางวัลที่กลุ่มได้รับประกาศนียบัตรผู้มีส่วนร่วม และสถานที่ประเมินการรับรองจังหวัดขอนแก่นให้เป็น นครแห่งผ้ามัดหมี่โลก World Craft City for Ikat (Mudmee) จาก World Craft Council AISBL 2561 และรางวัลต่างๆ มากมาย

– มีการสร้างเครือข่ายกับกลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในชุมชนไหม และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ/เอกชน

– มีการสืบทอดภูมิปัญญาชาวบ้านจากรุ่นสู่รุ่นทายาทเกษตรกร และเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียนในช่วงวิชาลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ของโรงเรียนต่างๆ ในชุมชน

– มีการพัฒนาอย่างเป็นระบบ โดยการบริหารจัดการกลุ่มของคณะกรรมการและสมาชิก ภายใต้การสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ นอกจากนี้ มีกิจกรรมย่อย เช่น การเป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ การจัดสวัสดิการเพื่อการสงเคราะห์แก่สมาชิกและครอบครัวและชุมชน ห้องแสดงและจําหน่ายผ้าไหม ผลิตแหล่งอาหารโปรตีนสูงจากหนอนไหม (ดักแด้) ส่งเสริมการปลูกหม่อนกินผลและแปรรูปน้ำสมุนไพรมัลเบอร์รี่ ส่งเสริมการทําสารชีวภัณฑ์ใช้ในผัก นาข้าว พืชไร่ พืชสวน และอื่นๆ

การทํากิจกรรมด้านสาธารณประโยชน์
และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

– เป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาดูงาน การพัฒนาศักยภาพของผู้นํากลุ่มและสมาชิกอย่างต่อเนื่อง จนสามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้มาศึกษาดูงานและโรงเรียนในชุมชน นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน โรงเรียนหัวฝายโนนสะอาด นักศึกษาจากประเทศญี่ปุ่น อาจารย์จากประเทศจีน และอื่นๆ เช่น ขั้นตอนการผลิตผ้าไหมครบวงจร การทําเชื้อราไตรโคเดอร์มา การทําน้ำพริกปลาร้า การผลิตสินค้าอุปโภค เช่น สบู่จากรังไหม แชมพูโปรตีนไหม โลชั่น โปรตีนไหม น้ำยาล้างจาน และอื่นๆ

– การสนับสนุนกิจกรรมด้านชุมชนมีส่วนร่วมมีกิจกรรม อยู่บนพื้นฐานการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและเน้นการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การผลิตและทอผ้าไหมจากสีธรรมชาติ การลดการใช้สีเคมีในการฟอกย้อม โดยส่งเสริมการใช้เปลือกไม้จากธรรมชาติที่หาได้ในท้องถิ่น จนได้รับมาตรฐาน มผช. นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้มีการผลิตและขยายสารชีวภัณฑ์ เพื่อใช้ในแปลงผักปลอดภัยและนาข้าว

– จัดสวัสดิการแก่สมาชิกและครอบครัว การช่วยเหลือชุมชน เช่น การมอบทุนการศึกษา การช่วยเหลืองานวัด งานบุญประเพณีต่างๆ ในชุมชน สมาชิกกลุ่มแม่บ้านจะช่วยเรื่องการจัดตกแต่งสถานที่ บริจาคผัก และช่วยในการประกอบอาหารในงานบุญต่างๆ การร่วมกิจกรรมต่างๆ ของหมู่บ้านและชุมชน จัดตั้งเป็นหมู่บ้านปลอดขยะ

– การใช้สถานที่ตั้งและดําเนินกิจกรรมกลุ่มเป็นแหล่งฝึกอบรม/ดูงาน และเป็นศูนย์กลางประสานงานให้ความช่วยเหลือในชุมชน เช่น สถานที่ทํากิจกรรม หัตถกรรมผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคและการแปรรูปเป็นที่ทําการออมทรัพย์ ศูนย์จําหน่ายสินค้า เป็นสถานที่ศึกษาดูงาน เป็นวิสาหกิจชุมชนต้นแบบ เตรียมเข้าสู่ Smart Group เป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียนในช่วงวิชาลดเวลาเพิ่มเวลา เรียนรู้ของโรงเรียนต่างๆ เป็นต้น

บทความก่อนหน้านี้เปิดแนวคิด บัญญัติ 7 ประการ ฝ่าวิกฤตเกษตรไทยสู้โควิด 19 จาก “โชค บูลกุล” ซูเปอร์โค้ชรอปั้นไอดอล SME-เกษตรกรไทย ขึ้นชั้นไอดอลเกษตรวิถีใหม่
บทความถัดไปน้ำอ้อย ไร่ไม่จน เกษตรแปรรูป SME ชีวิตเปลี่ยนเพราะพลังแห่งการสร้างสรรค์ออกแบบ เปิดตลาดส่งออก พร้อมดังไกลในเวทีโลก คว้ารางวัลออกแบบบรรจุภัณฑ์ 11 รางวัลระดับโลก