อ.ส.ค. สืบสาน รักษา ต่อยอดโคนมอาชีพพระราชทาน จากรัชกาลที่ 9 ก้าวสู่ รัชกาลที่ 10

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2563 องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ในฐานะหน่วยงานที่สานต่อภารกิจ สนับสนุนพัฒนาองค์ความรู้แก่เกษตรกร เพื่อให้การเลี้ยงโคนม เป็นอาชีพที่มั่นคง ยั่งยืน และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรโคนมไทยมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 60 ปี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งยังคงทรงพระยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในขณะนั้น ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดงาน “วันโคนมแห่งชาติ” โดยมี มร.นีล กุนา ซันเดอการ์ด ปูชนียบุคคลของวงการโคนมไทยเข้าเฝ้า ณ พลับพลาพิธีเปิดงาน อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทน ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า การเสด็จมาเปิดงาน “วันโคนมแห่งชาติ” ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวในขณะนั้น สร้างความปลาบปลื้มให้พสกนิกรชาวไทยและเกษตรกรชาวโคนมเป็นอย่างมากและจดจำภาพความประทับใจแห่งประวัติศาสตร์วันนั้นได้จนถึงทุกวันนี้

ตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพระองค์ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธานของในหลวงรัชการที่ 9 โดยเฉพาะมิติการให้ความสำคัญกับ “โคนมอาชีพพระราชทาน” ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมแก่เกษตรกรไทยไว้ เพื่อให้เกษตรกรไทยมีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญ ที่จะดูแลประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และบรรเทาความทุกข์ยากเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

นายสุชาติ กล่าวด้วยว่า สำหรับ “อาชีพการเลี้ยงโคนม” เกิดจากพระราชวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” (รัชกาลที่ 9) ที่ทรงเล็งเห็นว่าอาชีพการเลี้ยงโคนมจะช่วยให้ชาวไทยได้บริโภคนมที่มีคุณค่าและประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย ทั้งช่วยให้เกษตรกรไทยได้มีอาชีพที่มั่นคง ดังพระราชดำรัสในตอนหนึ่งว่า

“การเลี้ยงโคนมก็เป็นอาชีพที่ดีสำหรับคนไทย เหมาะกับประเทศ และถ้าใช้หลักวิชาที่เหมาะสม ก็จะทำให้มีความเจริญและมีรายได้ดี” จึงก่อเกิด “อาชีพการเลี้ยงโคนม”

ซึ่งอาชีพนี้ก่อกำเนิดขึ้น เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2503 ครั้งที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จประพาสทวีปยุโรปประทับแรมอยู่ ณ ประเทศเดนมาร์ก ทรงให้ความสนพระทัยในกิจการการเลี้ยงโคนมของชาวเดนมาร์กเป็นอย่างมาก จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ว่าด้วยการร่วมมือด้านวิชาการการเลี้ยงโคนมระหว่างประเทศไทยและประเทศเดนมาร์กขึ้น และลงนามความร่วมมือช่วยเหลือทางวิชาการการเลี้ยงโคนมจากนั้นมา และมีการจัดตั้งโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมในประเทศไทยขึ้น จนกระทั่งเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2505

นับจาก ปี 2505 จนถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2563 การเลี้ยงโคนม อาชีพพระราชทานที่เกษตรกรไทยได้สืบสาน รักษา ต่อยอด ให้คงอยู่จากรุ่นสู่รุ่นอย่างมั่นคงและยั่งยืน จากพระราชปณิธานของ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” (รัชกาลที่ 9) เข้าสู่รัชสมัยปัจจุบัน ใน “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” (รัชกาลที่ 10) ทรงสานต่อพระราชปณิธานให้ “อาชีพการเลี้ยงโคนม” แก่เกษตรกรไทย สืบสานและต่อยอดกิจการโคนมโดย อ.ส.ค.

นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์

นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า อ.ส.ค. มุ่งมั่นเดินหน้าพันธกิจขององค์กรสืบสานพระราชปณิธาน “โคนมอาชีพพระราชทาน” ส่งเสริมสหกรณ์และเกษตรกรโคนมให้ดำเนินกิจการได้อย่างมั่นคง สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังให้การสนับสนุนเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ให้องค์ความรู้ด้านการประกอบกิจการโคนม การบริหารจัดการฟาร์มโคนม การบริหารจัดการด้านอาหารในฟาร์มโคนม ตลอดจนการดูแลสุขภาพโคนม การพัฒนาและปรับปรุงพันธ์โคนมเพื่อยกระดับเกษตรกรให้เป็น Smart Farmer เสริมศักยภาพด้านผลผลิตให้แก่เกษตรกรโคนม รวมถึงการพัฒนาฟาร์มโคนมด้านต่างๆ เพื่อผลักดันให้เกษตรกรมีความสามารถด้านการแข่งขันในตลาดอุตสาหกรรมนมที่มีอัตราการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น ด้วยผลผลิตที่มีคุณภาพ ปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นในทุกปี พร้อมผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางข้อมูลและอุตสาหกรรมนมแบบครบวงจรในระดับสากลและสนับสนุนแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมครอบคลุมอย่างครบวงจรด้านกิจการโคนม ตลอดจนให้การสนับสนุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์นมแปรรูปจากน้ำนมดิบของเกษตรกรไทย ในรูปผลิตภัณฑ์นม ตราไทย-เดนมาร์ค ให้ประชาชนคนไทยได้บริโภคผลิตภัณฑ์นมโคสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์นม คุณภาพดี มีคุณค่า และมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย

 

บทความก่อนหน้านี้เอสซีจี ผนึกกำลัง สถาบันปาสเตอร์ ฝรั่งเศส และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิจัยและพัฒนานวัตกรรมป้องกันการระบาดของโรคไข้เลือดออก เพื่อแก้ปัญหาสาธารณสุขอย่างยั่งยืน นำร่องทดสอบการใช้งานในพี้นที่จังหวัดระยอง
บทความถัดไปเริ่มแล้ววันแรก “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี” ตะลึง!! ผ้าซิ่นผืน 2 ล้านจากเมืองอุทัย