ส่องกิจกรรมน้องๆ โรงเรียนไทยราษฎร์คีรี อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ต่อยอดเลี้ยงไก่ไข่สู่ทักษะอาชีพและการจัดการเชิงธุรกิจ

ห่างจากตัวเมืองจังหวัดตาก ออกไปประมาณ 70 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของ “โรงเรียนไทยราษฎร์คีรี” ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ โรงเรียนขนาดกลางที่มีจำนวนนักเรียน 807 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา 42 คน จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนครึ่งหนึ่งเป็นเด็กชาวเขาชนเผ่าต่างๆ เช่น พม่า กะเหรี่ยง มอญ และม้ง ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ปกครองมีฐานะยากจน

โรงเรียนไทยราษฎร์คีรี ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน เมื่อปี 2560 โครงการภายใต้ความร่วมมือของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และสำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ดำเนินการร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2532 ช่วยบรรเทาปัญหาทุพโภชนาการของเด็กและเยาวชน ด้วยการส่งเสริมให้เข้าถึงการบริโภคไข่ไก่ที่เป็นโปรตีนคุณภาพ จนถึงปัจจุบัน มีพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนโครงการ อาทิ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) และ หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCC) ซึ่งโรงเรียนไทยราษฎร์คีรี เป็นโรงเรียนลำดับที่ 662 จากทั้งหมด 855 โรงเรียนทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการ

จากปี 2560 ปีแรกที่โรงเรียนได้รับการสนับสนุนแม่ไก่ 300 ตัวจากซีพีเอฟ รวมทั้งมีการสร้างโรงเรือนมาตรฐานพร้อมอุปกรณ์ อาหารไก่ วัคซีน ให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมกับส่งผู้เชี่ยวชาญของซีพีเอฟถ่ายทอดความรู้การเลี้ยงไก่ไข่ให้คุณครูและนักเรียนที่รับผิดชอบโครงการ ปัจจุบันโรงเรียนเลี้ยงไก่ไข่เป็นรุ่นที่ 2 อีก 300 ตัว เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้การเลี้ยงสัตว์สู่โรงเรียนและขยายผลสู่ชุมชนต่อไป ทำให้เกิดการเรียนรู้ และนำไปประยุกต์ใช้สู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

นอกจากผลผลิตไข่ไก่ที่สามารถนำส่งเข้าโครงการอาหารกลางวันนักเรียนได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เด็กนักเรียนได้รับประทานไข่ไก่ 3 มื้อต่อสัปดาห์ตามเป้าหมายของโครงการแล้ว โรงเรียนส่งเสริมการจัดกิจกรรมแปรรูปผลผลิตไข่ไก่เป็นอาหารหลากหลายเมนู สอดคล้องไปกับหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนที่เน้นส่งเสริมทักษะอาชีพให้กับเด็กๆ อาทิ กิจกรรมของชุมนุมอาหารนำไข่ไก่มาแปรรูปเป็นคุกกี้ เค้ก เพื่อจำหน่ายในร้าน In Doi schoolshop ร้าน INCA Coffee ซึ่งเป็นร้านขายสินค้าและร้านเบเกอรี่ของโรงเรียน และจำหน่ายในร้านค้าสหกรณ์ ส่งเสริมเด็กๆ มีรายได้ระหว่างเรียน เงินที่ได้รับเด็กๆ นำไปบริหารจัดการในเรื่องที่จำเป็น เช่น การศึกษา เก็บออม และส่งเสริมให้เด็กนักเรียนทุกคนมีสมุดเงินฝากออมทรัพย์

“เมา เมา” เด็กนักเรียนชาวพม่า อายุ 19 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.2 ได้รับมอบหมายจากคุณครูช่วยดูแลโครงการเลี้ยงไก่ไข่ เล่าว่า ได้เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงไก่ไข่มาตั้งแต่โรงเรียนเลี้่ยงไก่รุ่นแรก หลังจากที่พี่ๆ ที่รับผิดชอบโครงการจบชั้น ม.3 ไปแล้ว คุณครูจึงมอบหมายให้ผมมาช่วยดูแลโครงการแทน ดีใจเพราะทำให้ผมมีรายได้ตอบแทนจากการเลี้ยงไก่ไข่เดือนละ 1,000 บาท ผมต้องดูแลแม่ที่ป่วยทำงานไม่ได้ และน้องสาวอีก 2 คน นอกจากนี้ โครงการนี้ทำให้เด็กนักเรียนได้รับประทานไข่ไก่เป็นอาหารกลางวันสัปดาห์ละ 2-3 มื้อ และความรู้เรื่องวิธีการเลี้ยงไก่ไข่ที่ถูกต้องจากพี่ๆ ซีพีเอฟ เช่น สอนให้สังเกตไก่ป่วย ผมสามารถถ่ายทอดและให้คำแนะนำกับเพื่อนๆ ไปใช้ได้จริง

ด.ช.พงศกร กาบแก้ว หรือ เกรซ อายุ 15 ปี เด็กนักเรียนคนไทย กำลังศึกษาชั้น ม.3 เล่าว่า โครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ มีประโยชน์หลายอย่าง ทำให้นักเรียนมีความรู้เรื่องการเลี้ยงไก่ไข่ เช่น ที่บ้านผมเลี้ยงไก่บ้านไว้ และมีไก่ป่วยตาเป็นฝ้าขาว ผมได้รับคำแนะนำจากเมา เมา ซึ่งมีประสบการณ์ในการเลี้ยงไก่ไข่ ให้ผมไปซื้อยามาหยอดให้ไก่ แค่สัปดาห์เดียวตาของไก่ก็กลับมาเป็นปกติ นอกจากนี้ ในอนาคตผมอยากมีร้านเบเกอรี่ของตัวเอง จึงสนใจเรียนรู้การทำอาหาร กิจกรรมในชุมนุมอาหารของโรงเรียน ที่นำผลผลิตไข่ไก่มาแปรรูปเป็นเมนูต่างๆ เช่น คุกกี้ เค้ก เค้กกล้วยหอม ขนมปัง และขนมดอกจอก ซึ่งเป็นสูตรที่นำไข่แดงมาผสมเพื่อเพิ่มความอร่อย ฯลฯ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เราวางจำหน่ายที่่ร้านกาแฟ INCA Coffee ของโรงเรียน เด็กๆ ได้ฝึกทักษะอาชีพที่ตัวเองสนใจ และเรียนรู้เกี่ยวกับการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เป็นความรู้ที่นำไปใช้ได้ต่อไป

นางศิริภัสสร ชุมภูเทพ ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยราษฎร์คีรี กล่าวว่า รู้สึกโชคดีที่โรงเรียนไทยราษฎร์คีรี ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน โดยได้รับมอบโครงการและไก่ไข่ 300 ตัวเมื่อปี 2560 โครงการนี้เกิดผลกับนักเรียนคือ เด็กๆ ได้รับประทานไข่ไก่ที่สะอาด สด จากฟาร์มของเราเอง ได้ฝึกทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ นอกเหนือจากทักษะวิชาการที่ทางโรงเรียนจัดให้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ต่อยอดทำขนมขายมีรายได้ระหว่างเรียน มีโอกาสศึกษาต่อ ชุมชนมีแหล่งเรียนรู้เรื่องการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อประกอบอาชีพ ได้รับประทานไข่ไก่ที่สะอาด สด ในช่วงปิดเทอม และยังนำมาจำหน่ายแก่ชุมชน และโรงเรียนมองเป้าหมายต่อยอดโครงการไว้คือ จะพัฒนาการเลี้ยงไก่ไข่บรรจุในรายสาระเพิ่มเติม ในหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อให้เด็กๆ ทุกคนมีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงไก่ไข่ และสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างอาชีพในอนาคต การเชิญผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานมาให้ความรู้อย่างสม่ำเสมอ อาทิ กรมปศุสัตว์ ที่ให้ความรู้และข้อแนะนำเกี่ยวกับการดูแลโรงเรือน การทำความสะอาด การเก็บมูลไก่ และพัฒนาสูตรขนมในการใช้ไข่ไก่มาเป็นวัตถุดิบ สร้างความมั่นคงและยั่งยืนของการเป็นแหล่งอาหารและอาชีพแก่เด็กๆ

ด้าน คุณครูนิชาภา บุญประเสริฐ คุณครูผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวว่า โครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ ทำให้เด็กๆ มีโอกาสได้เรียนรู้ทักษะการเลี้ยงไก่ การบริหารจัดการ และรู้จักรับผิดชอบ โดยไก่ไข่ที่เลี้ยงรุ่นแรก 300 ตัว ได้รับการสนับสนุนพันธุ์ไก่และอาหารสัตว์จากซีพีเอฟ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยรายได้จากโครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ ในรุ่นแรก มีรายได้มากกว่า 2 แสนบาท ปัจจุบัน โรงเรียนเลี้ยงไก่ไข่เป็นรุ่นที่สอง จำนวน 300 ตัว ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ต้องซื้อพันธุ์ไก่ ซื้ออาหารไก่เอง เด็กๆ จึงต้องเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการ การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายทุกๆ วัน จากการเก็บผลผลิตไข่ไก่วันละ 250 ฟอง จัดสรรเข้าโครงการอาหารกลางวันนักเรียน วางจำหน่ายที่ร้านค้าสหกรณ์ของโรงเรียนราคาต่อแผง (30 ฟอง) 70 บาท และอีกส่วนหนึ่งนักเรียนนำไปแปรรูปเป็นขนมต่างๆ

ซีพีเอฟ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท สพฐ. และพันธมิตร มุ่งมั่นเดินหน้าโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ส่งมอบโครงการที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงให้แก่เยาวชนและชุมชน ไม่ใช่แค่เป้าหมายให้เด็กและเยาวชนได้อิ่มท้องด้วยอาหารโปรตีนคุณภาพสูงอย่างไข่ไก่ แต่ยังเป็นการเติมอาหารสมองจากโอกาสที่เด็กและเยาวชนจะได้เรียนรู้ทักษะอาชีพ และทักษะการบริหารจัดการเชิงธุรกิจอีกด้วย

บทความก่อนหน้านี้ธ.ก.ส. เปิดรับฝาก “สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดเกษตรมั่งคั่ง 5” ลุ้นรางวัลสูงสุด 10 ล้านบาท รวมมูลค่าเงินรางวัลกว่า 91 ล้านบาท ต่อเดือน
บทความถัดไปอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ประกาศผลมอบรางวัลชนะเลิศนักธุรกิจนวัตกรรม NSP INNOVATION AWARDS 2020 ให้กับมาดามแมงโก้ เกษตร 4.0 ผู้ผลิตผลไม้แปรรูปรายใหญ่ในภาคเหนือ