เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ เที่ยวแบบ New Normal วันเดย์ทริป ที่ตราด

ภาวะหลังวิกฤตไวรัส โควิด-19 หลายๆ คน อาจจะมองหาที่ท่องเที่ยวพักผ่อนสบายๆ บรรยากาศโล่งๆ มีระยะห่าง ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก ชวนไปท่องเที่ยวกันที่ “ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ” อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด อยู่ห่างจากตัวเมืองตราดประมาณ 8 กิโลเมตร การเดินทางสะดวก ถนนลาดยางเข้าถึง

ภูมิทัศน์

ที่นี่เดิมเป็นสถานที่ฝึกอาชีพให้ผู้ต้องขังชั้นดีฝึกอาชีพเกษตรกรรม เพื่อนำไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษ ภายใต้ “โครงการกำลังใจ” ในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีฯ น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 มาปฏิบัติอย่างเห็นผล เป็นต้นแบบของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง แหล่งศึกษาเรียนรู้ทั้งในจังหวัดตราดและต่างจังหวัดทั่วประเทศ และได้รับพระราชทานรางวัลชนะเลิศเรือนจำดีเด่น ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปัจจุบัน ได้พัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรมเชื่อมโยงกับศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ปรับภูมิทัศน์ จัดทำแลนด์มาร์กให้สวยงาม มีจุดเช็กอิน บริการร้านอาหาร สำหรับรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนจำนวนมาก

“เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ”

แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง

คุณอนุวัช สุจินพร้อม หัวหน้าเรือนจำชั่วคราวเขาระกำ เล่าว่า ศูนย์เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ มีพื้นที่เกือบ 2,000 ไร่ ใช้พื้นที่ร่วม 1,000 ไร่ เริ่มจากการพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ “โครงการกำลังใจ” ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีฯ เพื่อให้ผู้ต้องขังชั้นดีที่ใกล้พ้นโทษได้ฝึกการประกอบอาชีพ ปัจจุบัน มีผู้ต้องขังชั้นดี 185 คน แต่ละคนฝึกอาชีพจนมีทักษะ สามารถปลูกผัก เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา หรือทำอาชีพเกษตรกรรมต่างๆ ได้จริง มีผลิตภัณฑ์ส่งไปจำหน่ายตามสถานที่ต่างๆ และวางขายในศูนย์เรือนจำชั่วคราว และผู้ต้องขังสมัครใจเข้าโครงการ 1 ไร่ 1 แสน จะมีแปลงสาธิตแบ่งไว้ 10 แปลง จำลองเป็นหมู่บ้าน เพื่อให้ทำอาชีพจริง มีรายได้จริง ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

ต่อมาเมื่อปี 2561 ระยะเวลาช่วง 3 ปี ถึงปัจจุบัน ได้ขยายพื้นที่ปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรมเชื่อมโยงกับศูนย์เรียนรู้ เนื่องจากได้รับความสนใจจากบุคคลทั่วๆ ไป ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดเข้ามาท่องเที่ยว โดยเพิ่มจุดแหล่งเรียนรู้เพื่อเด็กๆ หรือครอบครัว เช่น การเลี้ยงแพะ แกะ กระต่าย เพื่อการพักผ่อน สวนสวยด้วยพระบารมี ภูมิทัศน์สวยงามด้วยไม้ดอกไม้ประดับสีสันแปลกตา มีจุดแลนด์มาร์กจุดเด่นเฉพาะตัว ให้ผู้มาท่องเที่ยวเช็กอินเก็บภาพ “ครั้งหนึ่งที่เขาระกำ” และบริการร้านอาหาร เครื่องดื่ม “Inspire Coffee” ที่ใช้ผู้ต้องขังเป็นเชฟ บริกร ให้บริการ ทำให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย โดยมีหน่วยงานต่างๆ ให้การสนับสนุน อาทิ องค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด และหน่วยงานกรมราชฑัณฑ์เอง มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวชมเดือนละประมาณ 20,000 คน

ฐานเรียนรู้ ร้าน “Inspire Coffee”

สร้างรายได้ เดือนละ 4-5 แสนบาท

หัวหน้าอนุวัช พาเที่ยวชมศูนย์เรียนรู้ ด้วยรถราง ขนาด 10 ที่นั่ง ตามเส้นทางที่เตรียมไว้ ให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชม เริ่มจากอาคารหน้าสำนักงาน บริเวณลานจอดรถ จุดแรกผ่อนคลายอารมณ์ด้วยการแวะดูและซื้อผักกระถิน กำละ 10 บาท ให้อาหารสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ แพะ แกะ และผักบุ้งให้กระต่าย เด็กๆ จะชอบมุมนี้เป็นพิเศษ จากนั้นจะแวะร้านอาหาร เครื่องดื่ม “Inspire Coffee” เก็บภาพกว้าง 360 องศา มุมไกลที่สวยงาม รับประทานอาหาร เครื่องดื่ม ฝีมือเชฟในศูนย์ที่เทียบได้กับเชฟและบริกรในร้านอาหารชั้นหนึ่ง จากนั้นนั่งวนไปฐานเรียนรู้สัมผัสจุดเช็กอินที่จะเก็บภาพ “ครั้งหนึ่งที่เขาระกำ” รัวๆ ชมฝายชะลอน้ำ 19 ชั้น ตามศาสตร์พระราชา แลนด์สเคปที่มีรูปปั้น “สุนัขหลังอาน” เอกลักษณ์ของดีจังหวัดตราด พื้นสนามกว้างปลูกถั่วบราซิลเขียวขจี ตอนเช้าดอกบานสีเหลืองสดอร่ามตา เข้าศึกษาฐานเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง มีให้เรียนรู้ ตั้งแต่การปลูกผักในโรงเรือน การปลูกผักบนน้ำ การเลี้ยงปลานิล ปลาทับทิม ปลาคาร์พ เม่น การเพาะไส้เดือน การทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยอีเอ็ม การเลี้ยงกบ เป็ดบาบารี ไก่ และหมูหลุม เพื่อใช้มูลไปทำปุ๋ย การทำน้ำส้มควันไม้ การเลี้ยงผึ้งชันโรง และการเลี้ยงหมู ไก่ ผสมผสานในสวนที่ให้ผลดีมาก การแปรรูปน้ำหม่อน ซึ่งผลิตภัณฑ์ทุกอย่างนำมาใช้ในศูนย์และจำหน่าย

น้ำผึ้งชันโรง ขวดละ 1,500 บาท ปุ๋ยหมูหลุม กิโลกรัมละ 120-150 บาท ปุ๋ยมูลไส้เดือน ถุงละ 50 บาท ปลากัด ตัวละ 30 บาท ทุกอย่างจะขายหมดและไม่พอขาย บางอย่างใช้เป็นวัตถุดิบในร้านอาหาร เครื่องดื่ม “Inspire Coffee” โดยเฉพาะน้ำบลูเบอร์รี่จากลูกหม่อนขายดีมาก เดือนหนึ่งศูนย์เรามีรายได้ 400,000-500,000 บาท รายได้นี้ 50% แบ่งเป็นรายได้ผู้ต้องขัง 50% เป็นเงินลงทุนหมุนเวียนและพัฒนาศูนย์ ไม่ต้องใช้งบประมาณในส่วนของภาครัฐมาหลายปีแล้ว จึงเป็นต้นแบบให้กับเรือนจำที่อื่นๆ

“บริเวณพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ เจ้าหน้าที่ไม่มีสถาปนิกมาออกแบบ เจ้าหน้าที่จะช่วยกันคิดว่าจะทำอะไร แล้วออกแบบ วางผัง การทำล้วนแต่เป็นฝีมือผู้ต้องขังทั้งสิ้น เช่น บ้านดิน โรงเรือนปลูกผัก ฝายทดน้ำ มีการเรียนรู้สิ่งใหม่และนำมาใช้ เช่น การนำพลังงานโซลาร์เซลล์มาใช้กับเครื่องทดน้ำ การใช้ถั่วบราซิลปลูกปูพื้นสนามนอกจากจะช่วยยึดหน้าดินแล้วยังมีดอกสวยงาม ถ้ามาศึกษาเรียนรู้จริงๆ จะมีวิทยากรอธิบายให้ความรู้แต่ละฐานใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ละวันรับได้ไม่เกิน 4 คณะ แต่ถ้าต้องการท่องเที่ยวพักผ่อนสบายๆ  ครอบครัวที่พาเด็กๆ มา จะเดินเล่นเอง เที่ยวชมดูการเลี้ยงเม่น ปลากัด แพะ แกะ กระต่าย ถ่ายรูป ทานอาหาร” หัวหน้าอนุวัช กล่าว

รับนักท่องเที่ยว

พักผ่อนที่ “Inspire Coffee”

ร้านอาหาร “Inspire Coffee” เป็นจุดที่ถ่ายภาพ นั่งชิล ชมวิวทิวทัศน์ของเรือนจำในมุมกว้าง พาโนราม่าที่สวยที่สุด รอบๆ โอบล้อมด้วยภูเขา และด้านหน้าเห็นอ่างเก็บน้ำวังปลาหมอขนาดใหญ่ รอบๆ แลนด์สเคปตกแต่งด้วยดอกไม้ ต้นไม้ สัญลักษณ์สุนัขหลังอานของจังหวัดตราด สะพานไม้ข้ามฝายทดน้ำ และสวนสวยด้วยบารมี ในร้านตกแต่งให้โปร่งโล่ง อาหารใช้ผลิตภัณฑ์ผักสด เนื้อสัตว์ ไข่เป็ด ไข่ไก่ ในศูนย์ ฝีมือเชฟและการบริการจากผู้ต้องขังที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี อาหารที่ขึ้นชื่อคือ สเต๊กเนื้อโคขุน ราคา 250 บาท ปลาแซลมอน 150 บาท และก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงพื้นบ้าน ราคาชามละ 30 บาท ส้มตำ ขนมวากาชิ (Wagashi) ขนมดั้งเดิมของญี่ปุ่น เครื่องดื่มยอดนิยมที่สุดคือ ผลิตภัณฑ์หม่อนน้ำสมูทตี้ ซึ่งเรามีแปลงสาธิตการปลูกหม่อนผลสดแบบเกษตรอินทรีย์ ที่ได้รับการส่งเสริมจากกรมหม่อนไหมร่วมกับกรมราชฑัณฑ์

คุณอนุวัช เล่าถึงผู้ต้องขังที่เข้าร่วมกิจกรรม ร้าน “Inspire Coffee” ว่า เขาจะรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียด มีความรู้สึกมีความสุขในการทำงาน ได้พบเจอนักท่องเที่ยว ได้ขายอาหาร ขายผลผลิต ทำให้มีความสุข ได้รับประสบการณ์ ความรู้ เป็นช่องทางประกอบอาชีพสร้างรายได้ภายหลังพ้นโทษ บางวัน บางช่วงเวลา ร้านอาหารมีโชว์การทำชาชัก การเล่นดนตรีโฟล์กซอง ตามความสามารถของผู้ต้องขัง

“ครอบครัวที่พาเด็กๆ มาในวันหยุด ผู้ปกครองพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เด็กๆ จะไม่หมกมุ่นกับโทรศัพท์ เล่นเกม ได้มาวิ่งเล่นในสนามกว้าง ผ่อนคลายอารมณ์ ใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงน่ารัก เชื่อง อย่าง แพะ แกะ กระต่ายและได้ทานอาหารอร่อย ที่นี่สามารถมาอยู่ได้เป็นวันๆ โดยไม่เบื่อ รอบนอกเรายังมีเกาะหมูป่าให้นักท่องเที่ยวได้นั่งรถโฟร์วีลไปให้อาหารอีกด้วย ยิ่งในยุคหลังโควิด เราพร้อมรับนักท่องเที่ยวแบบ New Normal ตามสัดส่วนพื้นที่ ศูนย์สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ถึงเกือบ 1,000 คน ร้านอาหารไม่เกิน 40 คน” คุณอนุวัชกล่าว

คุณอนุวัช สุจินพร้อม

คุณอนุวัช กล่าวทิ้งท้ายว่า แนวทางการพัฒนา ปี 2564 จะสร้างรีสอร์ตที่พัก เพราะสภาพภูมิประเทศโดยรอบโอบล้อมด้วยภูเขาและติดกับอ่างเก็บน้ำวังปลาหมอ ที่เป็นอ่างขนาดใหญ่ ทำให้อากาศยามค่ำคืนและเช้าตรู่ดีมาก เทียบกับเขาใหญ่ทีเดียว…หากสนใจท่องเที่ยว one Day Trip กรุณาติดต่อล่วงหน้า ที่ คุณอนุวัช สุจินพร้อม โทร. 099-325-9322

บทความก่อนหน้านี้สวทช.หนุน แปรรูปสินค้าเกษตรไทย สู่นวัตกรรม มะม่วงน้ำดอกไม้พร้อมปั่นแบบซอง
บทความถัดไปเปิดแล้ว…วันนี้!! งานรักษ์พืช รักษ์น้ำ รักษ์ป่า รักษ์ทรัพยากรไทย 14 – 16 สิงหาคม 2563 ที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ