สาววัยเกษียณ ปลูกกระบองเพชรสร้างรายได้ เน้นขายราคาหลักสิบ-ร้อย ช่วยเข้าถึงลูกค้าหลายกลุ่ม

ปัจจุบัน ระบบขนส่งสิ่งของต่างๆ ในบ้านเรา เมื่อเทียบกับยุคสมัยก่อนแล้ว ถือว่ามีความทันสมัยและรวดเร็วเป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากยุคนี้ที่ผู้บริโภคเองก็มีการซื้อขายที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คือมีการเลือกซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น โดยที่ผู้ซื้อไม่ต้องออกไปนอกบ้าน หรือเสียเวลาขับรถไปยังสถานที่ไกลๆ เพื่อซื้อสินค้าที่ตัวเองชอบเพียงไม่กี่ชิ้น ยิ่งสถานการณ์โควิด-19 ด้วยแล้ว การซื้อขายออนไลน์จึงค่อนข้างเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ในเหตุการณ์เช่นนี้ ที่ทุกคนไม่ต้องออกจากบ้านเพื่อไปสัมผัสเชื้อ เพียงสั่งซื้อสินค้าออนไลน์คอยอยู่ที่บ้านไม่เกิน 1-2 วัน ก็ได้รับของถึงมือมาเชยชมได้อย่างที่ใจหมาย

ตลาดไม้ดอกไม้ประดับในช่วงนี้ต้องบอกเลยว่า ค่อนข้างคึกคักในเรื่องของการซื้อขายผ่านออนไลน์ เพราะบางสวนได้เน้นการทำตลาดออนไลน์มากขึ้น โดยโพสต์ภาพสินค้าที่มีอยู่และให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ ประหนึ่งเหมือนเดินเข้าไปอยู่ภายในสวนก็ว่าได้ จึงทำให้การค้าขายในยุคนี้ตลาดออนไลน์กำลังมาแรง แม้กระทั่งการซื้อขายต้นไม้ และที่เห็นๆ กันอยู่ในช่วงนี้คือ ไม้อย่างกระบองเพชร ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ตลาดหรือผู้ที่สนใจก็ยังมีอยู่เรื่อยๆ จึงทำให้ตลาดกระบองเพชรถือเป็นอีกหนึ่งพรรณไม้ที่อยู่ในความสนใจของผู้คนทุกเพศทุกวัย

คุณพัชรา มากทองมณี

คุณพัชรา มากทองมณี เป็นอีกหนึ่งผู้ที่เข้ามาอยู่ในวงการกระบองเพชรเมื่อประมาณ ปี 2558 โดยปลูกเลี้ยงมาเรื่อยๆ ในระหว่างที่กำลังทำงานรับราชการเป็นงานประจำอยู่นั้น ต่อมาเมื่อเกษียณจากงานประจำ กระบองเพชรที่จากเคยปลูกเลี้ยงเพื่อความสวยงาม กลับกลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดี โดยใช้เวลาว่างในแต่ละวันกับสามีขยายพันธุ์และผลิตกระบองเพชรคุณภาพ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำให้มีความสุขในวัยเกษียณของเธอ

เมล็ดที่เพาะอยู่ในกล่องพลาสติกใส

คุณพัชรา เล่าว่า สาเหตุที่ได้มาปลูกกระบองเพชรสร้างรายได้หลังเกษียณทุกวันนี้ เกิดจากลูกชายเธอ สมัยที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยมีความชื่นชอบในการปลูกกระบองเพชร จึงได้ซื้อหลากหลายสายพันธุ์เก็บสะสมไว้ เมื่อลูกชายเรียนจบและไปทำงาน จึงได้นำที่เก็บสะสมกลับมาไว้ที่บ้าน ซึ่งเธอเองเป็นคนที่ชื่นชอบการปลูกต้นไม้อยู่แล้วเป็นทุนเดิม ทำให้ได้เรียนรู้และทดลองปลูกเลี้ยงเอง พร้อมกับศึกษาการขยายพันธุ์จากสื่อต่างๆ ทำให้เกิดความชำนาญและผลิตไม้ออกมาได้จำนวนมาก ในช่วงแรกเน้นแจกเพื่อเป็นของขวัญให้กัน เมื่อคนที่ชื่นชอบได้บอกกันไปปากต่อปาก ทำให้เธอสามารถทำการตลาดและจำหน่ายเกิดเป็นรายได้มาจนถึงทุกวันนี้

วัสดุสำหรับปลูกกระบองเพชร

“ช่วงแรกเราก็ยังไม่ได้รู้อะไรมากเกี่ยวกับการปลูกกระบองเพชร เพราะงานประจำเรารับราชการ แต่เคยนึกว่าถ้าเกษียณออกมา ก็อยากที่จะปลูกต้นไม้ขาย พอดีลูกชายชอบกระบองเพชร ก็เลยขนกลับมาไว้ที่บ้าน มันก็เลยเป็นหน้าที่เราต้องดูแลต่อ ช่วงแรกยังไม่ได้เกิดผลมากนัก เพราะเราไม่ได้มีความรู้เลย ก็เน้นลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ เรียนรู้การผสมพันธุ์ ต่อมาเมื่อมีความชำนาญ และผลิตไม้ได้มากขึ้น ก็สามารถขายได้ และพอเรามาเกษียณเต็มตัว กระบองเพชรจึงเป็นงานที่แก้เหงาให้กับเราได้เป็นอย่างดี” คุณพัชรา เล่าถึงที่มา

พื้นที่ภายในสวน

การผสมพันธุ์กระบองเพชรภายในสวน คุณพัชรา เล่าว่า ใช้ต้นเดิมที่ลูกชายซื้อเก็บสะสมไว้มาผสมพันธุ์ โดยการผสมพันธุ์ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัวเรื่องอายุพ่อแม่พันธุ์ เมื่อเห็นต้นไหนที่ออกดอกได้แล้ว ก็จะช่วยผสมเกสร เมื่อดอกแก่จนสมบูรณ์จะนำเมล็ดมาเพาะในวัสดุเพาะจำพวกพีทมอส ภาชนะที่ใช้เพาะเมล็ดจะเป็นกล่องพลาสติกใสที่มีฝาปิดในช่วง 7-14 วัน จะไม่เปิดฝากล่อง ให้เมล็ดอยู่ในนั้นจนกว่าจะงอก จากนั้นดูแลต้นกล้าที่งอกออกมาต่อไป 6-7 เดือน แล้วจึงแยกต้นกระบองเพชรออกมาปลูกลงในถาดเพาะอีกประมาณ 10-12 เดือน เพื่อเป็นการอนุบาลต้นอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อต้นกระบองเพชรเริ่มโต และมีระบบรากที่สมบูรณ์ จึงย้ายลงมาปลูกในกระถางขนาดต่างๆ เพื่อเตรียมให้มีความพร้อมสำหรับจำหน่ายต่อไป โดยวัสดุปลูกกระบองเพชรจะเน้นให้มีความโปร่ง มีส่วนผสมของทรายหยาบ ถ่านป่น ขุยมะพร้าว แกลบ หินภูเขาไฟ และหินปะการัง ซึ่งวัสดุปลูกเหล่านี้เป็นส่วนผสมใช้ปลูกกระบองเพชรทั้งหมดภายในสวนของเธอ

“หลังจากอนุบาลในกระบะเพาะเสร็จแล้ว เราก็จะย้ายปลูกลงในกระถางขนาดที่เราต้องการอีกครั้งหนึ่ง ดูแลต่อไปอีกประมาณ 1 ปี ซึ่งในช่วงนี้ก็จะดูแลให้ต้นใหญ่สมบูรณ์ ซึ่งที่สวนจะรดน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง พร้อมกับใส่ปุ๋ยออสโมโค้ทสูตรเสมอทุก 4 เดือนครั้งบ้าง นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการดูแลโรค ส่วนใหญ่ที่สวนจะเจอก็จะเป็นเชื้อราเป็นหลัก ก็จะมีการให้ยาป้องกันบ้าง เมื่อดูแลไม้จนเริ่มมีขนาดที่ใหญ่พอจำหน่ายได้ เราก็จะตั้งโชว์ในพื้นที่ที่เตรียมไว้ เพื่อให้ลูกค้าได้เข้ามาเลือกซื้อต่อไป” คุณพัชรา บอก

สำหรับการทำตลาดเพื่อจำหน่ายกระบองเพชรภายในสวนนั้น คุณพัชรา บอกว่า เนื่องจากช่วงแรกยังไม่ได้คิดว่าจะทำจนเกิดรายได้มาจนถึงทุกวันนี้ เพราะส่วนมากเมื่อเพื่อนๆ มาเที่ยวหาก็จะแจกจ่ายให้เพื่อนๆ หรือคนที่รู้จักไปปลูกเลี้ยง ต่อมาเมื่อบอกกันไปปากต่อปาก ทำให้เริ่มมีคนเข้ามาติดต่อขอซื้ออยู่เป็นระยะ พร้อมกับลูกชายช่วยทำการตลาดแบบออนไลน์ จึงทำให้การจำหน่ายกระบองเพชรในปัจจุบันไม่ต้องออกไปตระเวนที่ไหน แต่สามารถทำรายได้อยู่กับบ้านได้อย่างสบายๆ

ซึ่งราคากระบองเพชรที่จำหน่าย จะเน้นให้ลูกค้าทุกเพศทุกวัยสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ โดยราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักร้อยบาท จึงทำให้ในแต่ละวันจะมีลูกค้าหมุนเวียนเข้ามาชมอยู่เสมอที่บ้านของเธอ และลูกค้าอีกส่วนหนึ่งลูกชายช่วยทำตลาดออนไลน์ ไม่ว่าลูกค้าอยู่ห่างไกลแค่ไหนก็สามารถซื้อกระบองเพชรจากสวนของเธอได้อย่างง่ายดาย

กระบองเพชรที่มีลักษณะด่าง

“แรกๆ เราก็แจกก่อน พอเพื่อนเราเอาไปปลูก คนอื่นๆ เห็นเขาอยากได้ ก็เริ่มเข้ามาติดต่อขอซื้อเรื่อยๆ ทีนี้เราก็มองว่ามันสามารถขายได้ พอลูกค้าชอบและมีความสุขกับไม้ที่เราทำ มันก็ยิ่งทำให้เราเกิดกำลังใจที่จะทำ และสร้างไม้ออกมาเรื่อยๆ พร้อมกับพัฒนาสายพันธุ์อยู่เสมอ ซึ่งการทำตลาดสมัยนี้บอกเลยว่าง่ายขึ้น เพราะการขนส่งสะดวกสบายกว่าสมัยก่อนมาก เราจะเน้นลูกค้าที่ชอบและอยากปลูก เป็นลูกค้าที่ต้องการเริ่มต้น เพราะฉะนั้นไม้ในสวนเราก็จะไม่ใช่ไม้ที่มีราคาแพง เป็นราคาที่ทุกคนสามารถจับต้องได้” คุณพัชรา บอก

สามีของคุณพัชรา ช่วยเปลี่ยนวัดุปลูก

สำหรับมือใหม่ที่ต้องการจะปลูกกระบองเพชรให้ประสบผลสำเร็จนั้น คุณพัชรา บอกว่า ใจรักใจชอบถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะถ้ามีใจชอบในเรื่องของการปลูกต้นไม้ การปลูกและการพัฒนาสายพันธุ์ของกระบองเพชรให้มีความหลากหลาย และมากคุณภาพจึงไม่ใช่เรื่องที่ยาก เหมือนอย่างเช่นเธอที่ทุกวันนี้มีความสุขหลังจากเกษียณงานประจำ ได้มาดูแลกระบองเพชรเติบโตด้วยสองมือของเธอในทุกๆ วัน นอกจากช่วยคลายเหงาแล้วยังเกิดรายได้หลังเกษียณอีกด้วย

สนใจพูดคุย หรือต้องการซื้อกระบองเพชร ที่เกิดจากความใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณพัชรา มากทองมณี ณ บ้านเลขที่ 100/1 หมู่ที่ 1 ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี โทรศัพท์ (089) 836-6267

____________________________________________________________________

เทคโนโลยีชาวบ้านจัดงานใหญ่ประจำปี! “นวัตกรรมใหม่ เพื่อเกษตรกรไทยยุค 5G”  ในวันที่ 29 ตุลาคม 2563 ที่ห้องประชุมใหญ่ บริษัท ข่าวสด จำกัด แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

ผู้สนใจเข้าร่วมฟังการสัมมนาฟรี โดยผ่านการลงทะเบียน 2 ช่องทาง คือ https://www.eventpassinsight.co/mobile/registration/create/ifn/?code=5g หรือโทรศัพท์แจ้งความจำนงได้ที่ (02) 580-0021 ต่อ 2335, 2339, 2342 และ 2343 ซึ่งผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมการสัมมนาล่วงหน้า จะได้รับกล้ามะละกอเสียบยอดจากคุณทวีศักดิ์ กลิ่งคง และต้นกล้าดอกดาวเรืองจาก บริษัท East-West seed (ศรแดง) ฟรี

บทความก่อนหน้านี้ศาสตร์ภูมิปัญญาไทย โอกาสตีเครื่องตลาดเครื่องสำอางสหรัฐฯ
บทความถัดไปศึกษาการเลี้ยงปลาให้เข้าใจ การเพาะพันธุ์ปลา จึงไม่ยากอย่างที่คิด