กรมชลประทาน จัดงบ 5.6 พันล้าน จ้างแรงงานตกงานจากพิษโควิดเฉียดแสนราย รับรายได้เฉลี่ยคนละ 13,294 บาท

กรมชลประทาน จัดสรรงบ 5.6 พันล้าน จ้าง 9.4 หมื่นคน ขุดลอกคูคลอง-ซ่อมแซม-ปรับปรุงงานชลประทาน เล็งชวนแรงงาน คืนถิ่น ร่วมโครงการ ลังตกงาน ร้านอาหารปิดกิจการ โละพนักงาน จากพิษโควิด19 รับรายได้เฉลี่ยคนละ 13,294 บาท

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และแรงงานที่ถูกเลิกจ้างจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 กรมชลประทาน ได้จัดสรรงบประมาณ ปี 2564 วงเงิน 5,662 ล้านบาท สำหรับจ้างงานเกษตรกร 94,000 คน ได้รับค่าจ้างเฉลี่ยคนละ13,294 บาท แรงงานที่จ้างทำหน้าที่ซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุง งานชลประทาน โครงการส่งเสริมการดำนินงานอันเนื่องจากพระราชดำริ งานก่อสร้างแหล่งน้ำ และระบบน้ำเพื่อชุมชน แก้มลิง และการจัดการคุณภาพน้ำ              

ล่าสุดไตรมาส 1 ปี 2564 มีการจ้างงานไปแล้ว 8,237 คน ประมาณ 8.76% ของเป้าหมายที่วางไว้ วงเงินที่จ้างงานประมาณ 109.49 ล้านบาท หรือประมาณ 1.93% ของงบประมาณที่ตั้งไว้

สำหรับหลักเกณฑ์การจ้างงานจะให้กับ 4 กลุ่ม ดังนี้ คือ 1.เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร หรือเกษตรกรในพื้นที่ 2.สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำของกรมชลประทานในพื้นที่ 3.ประชาชนผู้ใช้แรงงานทั่วไปในพื้นที่ และ 4.หากแรงงานในพื้นที่ไม่พอ ให้พิจารณาจ้างเกษตรกรแรงงานในพื้นที่ใกล้เคียง จากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และลุ่มน้ำตามลำดับ

“กรมชลประทาน จะจัดสรรงบประมาณ เพื่อจ้างงานในช่วงฤดูแล้ง ในช่วงที่เกษตรกรไม่สามารถเพาะปลูกได้ ส่วนการระบาดของโควิด-19 อาจส่งผลให้มีคนตกงานจำนวนมาก มีแรงงานเกษตรกรที่เข้าไปรับจ้างในกรุงเทพ หรือเมืองอุตสาหกรรม ที่มีการหยุดงาน หรือโรงงานปิดกิจการ ร้านอาหารไม่สามารถเปิดได้ตามปกติ ทางกรมชลประทานก็จะประกาศเชิญชวนให้เข้ามาร่วมทำงานด้วยกัน หากคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ ก็พร้อมรับเข้าทำงาน” นายทวีศักดิ์ กล่าว

สำหรับโครงการการจ้างงาน เพื่อจ้างเกษตรกรประจำปี 2563 ภายใต้งบประมาณ 4,498 ล้านบาท จ้างแรงงานวงเงิน 2,713 ล้านบาท หรือ 60% ของงบประมาณที่ตั้งไว้ แต่จ้างเกษตรกรทำงานได้ประมาณ 91,159 คน สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ หรือประมาณ 103% ของเป้าหมายที่วางไว้ที่จำนวน 88,838 คน

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน

แบ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปีวงเงิน 4,248 ล้านบาท เป้าหมายจ้างเกษตรกรทำงานได้ 81,538 คน และงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น พ.ศ. 2563 วงเงิน 250 ล้านบาท เป้าหมายจ้างเกษตรกรทำงานได้ 7,300 คน ในปีงบประมาณ 2563 เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการรับจ้างทำงานกับกรมชลประทาน เฉลี่ยมีรายได้ประมาณคนละ 29,770 บาท

สำนักชลประทานที่มีการจ้างงานมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ สำนักชลประทานที่ 7 จ้างงาน 14,761 คน  สำนักชลประทานที่ 5 จ้างงาน 9,161 คน และสำนักชลประทานที่ 8 จ้างงาน 8,148 คน โดยหลักเกณฑ์การจ้างงานยังยึดเกณฑ์เดิมเหมือนทุกปี คือจ้างเกษตรกรในพื้นที่ หากไม่มีเกษตรกรร่วมโครงการ ก็ให้พิจารณาจ้างเกษตรกรแรงงานในพื้นที่ใกล้เคียง จากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และลุ่มน้ำ ตามลำดับ

สำหรับจังหวัที่มีการจ้างแรงงาน เพื่อซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุง งานชลประทาน ขุดลอกคูคลอง มากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ จังหวัดอุบลราานี จ้างแรงงาน จำนวน 5,781 คน จังหวัดเชียงใหม่ จ้างแรงงาน จำนวน 5,377 คน และจังหวัดสกลนคร จ้างแรงงาน 3,938 คน ตามลำดับ