พื้นที่จำกัด แต่อยากปลูกแก้วมังกรกินเอง แนะปลูกในกระถาง แค่ 8 เดือน เก็บผลขายได้

หากใครชื่นชอบการบริโภคแก้วมังกร อยากปลูกแก้วมังกรไว้กินเอง แต่มีพื้นที่น้อย ขอแนะนำให้ปลูกแก้วมังกรในกระถาง ใช้งบประมาณไม่มาก ดูแลจัดการง่ายอีกต่างหาก

เริ่มจากจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ ได้แก่

  1. ท่อน้ำทิ้งข้างในกลวงหน้ากว้าง 4 นิ้ว ยาว 1.3 เมตร (หรือเสาไม้ก็ได้)
  2. กระถางหน้ากว้าง 50 เซนติเมตร
  3. ค้างด้านบนอาจทำจากไม้หรือปูนเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง x ยาว 30 เซนติเมตร
  4. ขุยมะพร้าว
  5. ดิน
  6. เชือกฟาง

วิธีการปลูก

1.ใช้เสาตั้งเป็นหลักในกระถาง

2.ใส่ขุยมะพร้าวรองก้นกระถางเพื่อให้น้ำถ่ายเทได้ดี ในอัตราส่วน 1 ใน 3 ของปริมาตรกระถาง จากนั้นนำดินสำเร็จรูปผสมกับขุยมะพร้าวหรือแกลบดำใส่ลงไปในกระถางจนถึงขอบกระถาง

3.นำต้นแก้วมังกรมาปลูกให้ชิดกับเสา แล้วใช้เชือกฟางมัดต้นแก้วมังกรให้ติดกับเสา ไม่ต้องมัดให้แน่นมาก ควรผูกไว้จนกว่าต้นแก้วมังกรจะเจริญเติบโตจนพ้นหัวเสา

4.จากนั้นนำดินมากลบด้านบนของกระถางเป็นอันเสร็จ ต้นแก้วมังกรเป็นสามเหลี่ยมแต่จะมีอยู่ด้านหนึ่งที่เป็นด้านแบน ดังนั้น เวลาผูกต้นแก้วมังกรให้จับด้านแบนของต้นเข้ากับหลัก เพราะว่าด้านแบนเป็นด้านที่จะออกราก

 การดูแลแก้วมังกรในกระถาง

1.การรดน้ำให้รดน้ำเพียง 1 ครั้ง ภายใน 2-3 วัน และไม่ควรรดมากเกินไปเพราะอาจทำให้เป็นโรคโคนเน่าได้

2.การให้ปุ๋ยใส่ปุ๋ยทุก 15 วัน ใส่ครั้งละ 2-4 ช้อนโต๊ะ สูตรที่ใช้ 15-15-15 หรือ 16-16-16 หลังจากใส่ปุ๋ยแล้วต้องรดน้ำติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน (วันละครั้ง เช้าหรือเย็นก็ได้) ถ้ามีปุ๋ยคอก เช่น มูลไก่หรือมูลวัวก็ใช้ได้และให้ใส่เดือนละ 1 ครั้ง เมื่อปลูกได้เป็นระยะเวลา 6 เดือน ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 ผสมกับ 15-15-15 ในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่ง

การเก็บเกี่ยวผลผลิต

เมื่อแก้วมังกรอายุได้ 8 เดือน ถึง 1 ปี ก็จะเริ่มให้ผลผลิตประมาณ 30 ผล ต่อ 1 ค้าง ปีที่ 2 ประมาณ 50 ผล ต่อ 1 ค้าง ปีที่ 3 ประมาณ 100-200 ผล ต่อ 1 ค้าง ปีที่ 4-15 ประมาณ 300 ผล ต่อ 1 ค้างขึ้นไป ขนาดของผลโดยเฉลี่ยประมาณ 3-4 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม

ประโยชน์ของแก้วมังกร

แก้วมังกร เป็นผลไม้ที่มีทั้งสรรพคุณทางยา คุณค่าทางโภชนาการ นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพกับความงามอีกด้วย มักใช้บริโภคเพื่อจุดประสงค์ในการลดน้ำหนัก เพราะเนื่องจากเมื่อกินแก้วมังกรแล้วจะรู้สึกอิ่ม และแก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีกากใยสูง ประกอบกับให้แคลอรีต่ำ

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ให้ข้อมูลว่า แก้วมังกรสารที่มีประโยชน์คือ มิวซิเลจ (Mucilage) ซึ่งมีในเฉพาะในตระกูลกระบองเพชร มีลักษณะคล้ายวุ้นเจลช่วยดูดซับน้ำในร่างกาย และควบคุมระดับกลูโคสในคนที่เป็นโรคเบาหวานในชนิดที่ไม่ต้องใช้อินซูลินได้ สามารถช่วยในการบรรเทาโรคโลหิตจางช่วยเพิ่มธาตุเหล็กให้แก่ร่างกาย ช่วยในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจอุดตัน มะเร็งลำไส้ และต่อมลูกหมาก ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของกระดูกและฟัน

ด้านกรมวิชาการเกษตร ให้ข้อมูลเสริมว่า แก้วมังกรพันธุ์เนื้อแดงเปลือกแดงนั้น มีสารไลโคปีนซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านการเกิดโรคมะเร็งอีกด้วย

นอกจากนี้ แก้วมังกรยังมีประโยชน์อีกมากมายดังนี้ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ชุ่มชื้น และมีส่วนช่วยในชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยต่างๆ ช่วยดับร้อนและดับกระหาย ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง เพราะมีวิตามินซีสูง ช่วยบรรเทาอาการโรคความดันโลหิตได้ ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยกระตุ้นการขับน้ำนมในสตรี ช่วยดูดซับสารพิษต่างๆ ออกจากร่างกาย เช่น สารตกค้างอย่างตะกั่ว ที่มาจากควันท่อไอเสีย หรือสารตกค้างที่มาจากยาฆ่าแมลง มีกากใยสูงช่วยในการขับถ่ายให้สะดวก แก้อาการท้องผูก ช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ แก้ปัญหาการขับถ่ายต่างๆ ให้ดีขึ้น

 

cr.เฟซบุ๊ค ชาญ การ์เด้น พืชสวน

บทความก่อนหน้านี้อดีตโปรแกรมเมอร์ เพาะปลาหางนกยูงคัดเกรด ที่ราชบุรี
บทความถัดไป“สักแตกหน่อ” เติบโตดีกว่าการปลูกใหม่ หนึ่งในทางเลือก “ลดต้นทุน” กิจการสวนป่าสัก