โลกนับวันอวสาน แนวปะการังยักษ์ 2,000 กม. ตายแล้ว

ข่าวน่าตกใจสำหรับคนรู้จัก เกรท แบริเออร์ รีฟ (Great Berrier Reef) แนวประการังใหญ่และยาวที่สุดในโลก กว่า 2,000 กิโลเมตร นอกชายฝั่งตอนเหนือประเทศออสเตรเลีย โครงสร้างที่มีชีวิตเพียงสิ่งเดียวบนโลก ที่สามารถมองเห็นได้จากห้วงอวกาศ ซึ่งใช้เวลาเจริญเติบโตเป็นแนวประการังมหึมานานหลายแสนปี และมีระบบนิเวศอันสลับซับซ้อนมากที่สุด

แนวประการังซึ่งกินพื้นที่กว่า 345,000 ตารางกิโลเมตร เป็นแนวประการังเหนือ แนวหมู่เกาะวิทซันเดย์ แนวประการังใต้ ซึ่งมีทั้งชนิดอ่อนและชนิดแข็ง มีสีสันงดงามกว่า 350 ประเภท กับสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลอีกกว่า 1,500 ชนิด เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิวัฒนาการดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยา ทั้งสัตว์และพันธุ์พืชหายากที่ยังสามารถดำรงชีวิตอยู่ ฯลฯ

ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นที่รับรู้แพร่หลายขึ้นจากสื่อยุคใหม่หลังสงครามโลกมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ

และเป็นแหล่งศึกษาทางชีววิทยาด้านต่างๆที่ยังไม่จบสิ้น แต่บัดนี้ – ตายอย่างแน่นอนเป็นทางการแล้ว

จากข่าวมติชน ออนไลน์ ฟาเบียง คอสติเยอร์ นักสำรวจใต้น้ำและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผู้ก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้มหาสมุทร ยืนยันว่ามรดกโลกอันยิ่งใหญ่มหัศจรรย์แห่งนี้ อยู่ในระยะสุดท้ายของชีวิตแล้วอย่างแท้จริง หลังเกิดอาการฟอกขาว ขนานใหญ่ ตกในสภาพเกินเยียวยา

คอสติเยอร์คิดว่าแนวประการังยักษ์นี้จะมีอายุยืดไปได้อีกสัก 30 ปี แต่สภาวะโลกร้อนซึ่งทำให้อุณหภูมิน้ำในมหาสมุทรสูงเกินกว่าประการังจะอยู่รอดได้ ทำลายชีวิตเหล่านั้นลงรวดเร็วกว่า

ซูแซนเทลลี สิ่งมีชีวิตซึ่งอาศัยในเนื้อประการัง และเป็นตัวทำให้ประการังมีสีสันงามพิศดารนานา ใช้ประการังเป็นที่อยู่และเจริญเติบโต แต่เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น บรรดาสิ่งมีชีวิตเล็กละเอียดนั้นจึงต้องดีดตัวออกจากประการัง ส่งผลให้เหลือเพียงสีซีดขาวดังกล่าวแต่ต้น กลายเป็นอาการฟอกขาวสิ้นชีวิตลงในที่สุด

โดยปกติแล้ว ธรรมชาติก็คือปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่ในตัวเอง การปรับตัวก็เป็นหลักการอยู่รอดของธรรมชาติที่สำคัญ

เมื่อสิ่งหนึ่งขาดหายไป วันหน้าก็อาจมีสิ่งอื่นเข้ามาแทนที่ช่องว่างนั้นๆ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมิใช่สภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย และแน่นอนอีกว่า ย่อมหาความสลับซับซ้อนเช่นที่เคยมีในเบื้องแรกๆไม่ได้

แนวประการังล่มสลาย จะมีสักกี่คนในประชากรโลก 7,000 ล้านคนกังวล ห่วงใยสภาวะแวดล้อมของโลกที่รุมกันอยู่อาศัยใบนี้ จนสามารถร่วมกันคิดชะลอความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อพลโลกที่เป็นลูกหลานรุ่นต่อๆไปได้ นอกจากปากกัดตีบถีบทำมาหากินกันสุดฤทธิ์ต่อไป ให้นายอุตสาหกรรมที่ทั้งผลิตขายทำกำไรและบริโภคทรัพยากรอย่างหนักไปพร้อมกัน เบียดเบียนโลกไปเรื่อยๆ

ในนามของบริกรผู้บริการความสะดวกสบายแก่คนทั้งหลาย

ก็ไม่ถึงกับคิดไปจุดเทียนไขดำเนินชีวิต แต่จะหยุดกับที่หรือชวนกันถอยหลังสักก้าวได้อย่างไร