สมุนไพรต่างประเทศ ปลูกได้ในเมืองไทย

สมุนไพรต่างประเทศ ไม่ว่าจะใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรค หรือจะนำมาประกอบอาหารก็ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ และมีอยู่มากมายใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด หลายชนิดถูกนำมาเป็นส่วนประกอบในเมนูโปรดของเรา หลายชนิดมีสรรพคุณทางยามากมายและหลากหลายไม่แพ้สมุนไพรไทย แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักว่า สมุนไพรต่างประเทศ และสามารถปลูกในเมืองไทยได้ดี มีอะไรบ้าง

ปลูก สมุนไพรต่างประเทศ
ในเมืองไทยได้จริงหรือไม่

หลายคนอาจคิดว่า สมุนไพรต่างประเทศนั้นปลูกยาก เพราะต้องปลูกในสถานที่ที่มีอากาศหนาวเย็นและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ แต่ความจริงแล้วเราสามารถปลูกสมุนไพรเหล่านี้ในเมืองไทยได้ เพราะวิธีปลูกและขยายพันธุ์ส่วนใหญ่จะคล้ายกันกับสมุนไพรไทยทั่วไปคือ สามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ดและการปักชำ

ส่วนการดูแลรักษาอาจแตกต่างกันบ้างตามลักษณะของพืชแต่ละชนิด บางชนิดต้องการแสงแดดมาก บางชนิดชอบน้ำมาก หรือบางชนิดชอบอยู่ในอุณหภูมิต่ำ การปลูกสมุนไพรจึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนรักการปลูกต้นไม้ที่อยากลองปลูกอะไรแปลกใหม่ดูบ้าง

สมุนไพรต่างประเทศ
อีกหนึ่งทางเลือกของการจัดสวน

สมุนไพรรักษาโรค นอกจากจะสามารถปลูกไว้เพื่อใช้ประกอบอาหารเพื่อสุขภาพได้แล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการตกแต่งบ้านให้สวยงามและน่าสนใจ แต่สมุนไพรต่างประเทศมีอะไรบ้างที่น่าสนใจ HomeGuru ได้รวบรวม 17 สมุนไพร ที่ปลูกใส่กระถางไว้ในบ้านได้ชิลล์ๆ พร้อมสรรพคุณที่น่าทึ่งมาให้แล้ว

1. โหระพาอิตาเลียน : Italian Basil

เป็นพืชที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตได้ดีทั้งภายนอกและภายในอาคาร หรือแม้แต่ในพื้นที่จำกัดอย่างกระถางใบเล็ก เพียงแค่ให้ได้รับแสงสว่างและอากาศที่อบอุ่น โหระพาอิตาเลียนมีกลิ่นหอมเหมือนมะนาว ช่วยขับไล่เพลี้ย ไร หรือหนอนใบไม้ ให้ห่างจากต้นไม้ในบริเวณรอบๆ ได้ นอกจากนี้ ยังมี สรรพคุณสมุนไพรคือ ช่วยป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด โรคมะเร็ง มีน้ำมันหอมระเหยช่วยย่อยอาหาร แก้จุกเสียดแน่นท้อง ทำให้สบายท้อง ช่วยคลายการเกร็งกล้ามเนื้อ ลดอาการหวัด และลดอาการซึมเศร้าได้

โหระพาอิตาเลียน

2. เสจ : Sage

เป็นพืชยืนต้นที่มีอายุยืนยาว ชอบแดดรำไรและความชุ่มชื้น มีขนาดความสูงประมาณ 1-2 ฟุต ใบสีเขียวเทาและก้านอ่อน สามารถนำมาปรุงรสอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ไส้กรอก ซุปปลาและหอยได้ รวมทั้งใช้ทำซอสสำหรับปรุงรสอาหาร มีสรรพคุณทางยาคือ แก้เจ็บคอ แก้อาการกล่องเสียงอักเสบ ไซนัสอักเสบ แก้หวัดคัดจมูก ช่วยลดสารคัดหลั่งในโพรงไซนัสและทางเดินหายใจส่วนบน ช่วยเพิ่มสมาธิ คลายความวิตกกังวล รักษาแผลร้อนใน อาหารไม่ย่อย บรรเทาอาการสั่น ช่วยบำรุงกล้ามเนื้อ แก้ปัญหากลิ่นตัวและเท้า

3. ซอเรล : Sorrel (Red Veined)

เป็นพืชที่มีอายุยืนยาว ชอบแดดรำไรและความชุ่มชื้น แต่ไม่แฉะ มีความสูงประมาณ 1-2 ฟุต ใบมีรสชาติคล้ายมะนาว สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องเทศ เครื่องปรุงรสในน้ำซุป ทำสลัด หรือปรุงอาหารได้ มีวิตามินซีและไฟเบอร์สูง ช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวในร่างกาย และช่วยในการทำงานของระบบหลอดเลือดต่างๆ ครับ

4. วอเตอร์เครส : Water Cress

เจริญเติบโตได้ดีที่พื้นที่ที่อากาศเย็น มีน้ำเย็นไหลผ่าน หรือในดินที่มีความชุ่มชื้น สามารถปลูกในกระถางได้ ต้องการแดดเพียงรำไร มีคุณค่าทางอาการและสรรพคุณทางยาสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย มีวิตามินเอ สารลูทัน และเบต้าแคโรทีนสูง จึงช่วยบำรุงสุขภาพและลดความเสี่ยงการเกิดโรคเกี่ยวกับดวงตา ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน นอกจากนี้ ยังเป็นสมุนไพรที่ไม่มีคอเลสเตอรอล และสามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้อีกด้วย

5. ไธม์ : Thyme

เป็นพืชประเภทไม้เลื้อย ทอดไปตามหน้าดินยาว 8-12 นิ้ว มีอายุเก็บเกี่ยว 85 วัน ชอบแดดรำไรและน้ำปานกลาง ไม่ขังหรือแฉะ ใบมีกลิ่นหอมสามารถใช้ปรุงแต่งรสชาติให้อาหารประเภทเนื้อสัตว์ น้ำสลัด ซุป และสตูได้ สรรพคุณสมุนไพรคือ เป็นยาระบาย แก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ช่วยย่อยอาหาร แก้จุกเสียดแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยขับลมจากลำไส้ ทำให้เจริญอาหารมากขึ้น ทั้งยังแก้วิงเวียน แก้อาการไข้ ช่วยขับเหงื่อ ช่วยคลายอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ และป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด

ไธม์

6. ออริกาโน : Oregano

เป็นพืชที่มีอายุยืนยาว มีขนาดประมาณ 2.5 นิ้ว จึงสามารถปลูกในกระถางขนาดเล็กได้ ชอบแดดรำไรและความชุ่มชื้น ลักษณะต้นจะมีกลิ่นฉุนเป็นเอกลักษณ์ ใบเป็นรูปไข่ มีดอกสีชมพูม่วง สามารถนำไปทำซอสปรุงรสหรือปรุงในน้ำซุปได้ทั้งแบบสดและแบบแห้ง สรรพคุณช่วยกำจัดไขมันในเลือด มีฤทธิ์ร้อน แก้ปวดกล้ามเนื้อได้ดี และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง

ออริกาโน

7. อิตาเลียนพาร์สลีย์ (ใบแบน) : Parsley (Italian Flat Leaf)

ต้นของอิตาเลียนพาร์สลีย์มีขนาดประมาณ 6-8 นิ้ว ใบมีลักษณะแบน มีกลิ่นฉุนจัดจ้าน นำมาใช้ประกอบอาหารได้ทั้งแบบใบสดและใบแห้ง ชอบอยู่ท่ามกลางแสงแดดทั้งวัน และชอบความชุ่มชื้น มีสรรพคุณทางยามากมาย ทั้งมีสารช่วยต้านอนุมูลอิสระ มีกลิ่นหอมทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น ช่วยขับถ่ายปัสสาวะ หากนำใบพาร์สลีย์มาสับให้ละเอียดแล้วห่อด้วยผ้าบางๆ แช่ให้เย็น แล้วนำมาประคบบริเวณที่เป็นสิวอักเสบทุกเช้าเย็น ก็จะช่วยลดความอักเสบ ทำให้ผิวหน้าสะอาดและดูอ่อนเยาว์

อิตาเลียนพาร์สลีย์

8. อิตาเลียนพาร์สลีย์ (ใบหยิก) : Parsley (Italian Triple Moss)

มีคุณสมบัติทนความร้อนได้สูง ชอบอยู่ท่ามกลางแสงแดดทั้งวัน และชอบความชุ่มชื้น ใบมีลักษณะม้วนงอลึกและมีสีเขียวเข้ม นิยมนำมาใช้ประดับตกแต่งอาหาร มีสรรพคุณทางยาเหมือนกันกับอิตาเลียนพาร์สลีย์แบบใบแบนครับ

9. เปปเปอร์มินต์ : Peppermint

เป็นพืชสวนสมุนไพรชนิดยืนต้น ขนาดประมาณ 18-24 นิ้ว สามารถอยู่ได้ทั้งท่ามกลางแสงแดดรำไรและแดดทั้งวัน ชอบความชุ่มชื้น สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งแบบสดและแห้ง โดยนิยมนำมาใช้ทำชา ลูกกวาด เครื่องดื่ม และเครื่องหอม สารสกัดที่ได้จากเปปเปอร์มินต์ยังมีระดับสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งมีผลช่วยให้ระงับอาการเจ็บป่วยและกำจัดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดได้เป็นอย่างดี ช่วยบรรเทาอาการไอ ติดเชื้อในลำคอ แก้อาการเมารถ ทั้งยังส่งผลให้จิตใจกระปรี้กระเปร่า สดชื่น ผ่อนคลายจากอาการเมื่อยล้า นอกจากนี้ การดื่มชาเปปเปอร์มินต์ยังช่วยลดอาการปวดและเสียด

เปปเปอร์มินต์

10. ทาร์รากอน : Tarragon (Russian)

เป็นพืชยืนต้นขนาดสูง 2 ฟุต ชอบอยู่ท่ามกลางแสงแดดตลอดวัน และชอบความชุ่มชื้นแต่ไม่แฉะ ใบมีกลิ่นหอม มักนำมาใช้เพิ่มรสชาติให้กับอาหารประเภทไก่ ปลา ไข่ สลัด และน้ำสลัด ช่วยเรื่องการย่อยอาหาร ปัญหาความอยากอาหาร อาการปวดฟัน และช่วยให้นอนหลับง่าย

11. สวีต มาร์จอรัม : Sweet Marjoram

ลักษณะเป็นพุ่มสูงประมาณ 24 นิ้ว ใบมีกลิ่นหอมหวาน ก้านอ่อนมักนำมาใช้ปรุงรสอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ซุป น้ำสลัด และผักสลัด ชอบแดดอ่อนรำไรและความชุ่มชื้น สามารถใช้ดมแก้ปวดศีรษะจากอากาศเย็น ปวดศีรษะจากน้ำมูกมาก โรคหวัด โรคท้องอืด น้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์มาร์จอรัมจะช่วยให้รู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย คลายอาการซึมเศร้า นอนไม่หลับ ระงับภาวะทางประสาทที่เกี่ยวเนื่องมาจากอาการก่อนมีประจำเดือน บรรเทาอาการไมเกรน กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ อาการฟกช้ำ แก้โรคปวดหลังและข้อเข่า และช่วยขับไล่ความเมื่อยล้า

12. โรสแมรี : Rosemary

เป็นพืชสมุนไพรไม้ประดับที่มีความเขียวชอุ่ม มีลักษณะเป็นพุ่มขนาดเล็ก สามารถปลูกในกระถางได้ อยู่ได้ทั้งท่ามกลางแสงแดดรำไรและแดดทั้งวัน ชอบความชุ่มชื้นแต่ไม่แฉะ ลำต้นมีความสูงประมาณ 2 ฟุต ใบเรียวแหลม สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องปรุงอาหารประเภทเนื้อสัตว์และอาหารทะเลได้ ส่วนใบและยอดดอกหากนำไปกลั่นจะได้น้ำมันหอมระเหย มีกลิ่นหอมสดชื่น ช่วยรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อ กระตุ้นในการไหลเวียนโลหิต ช่วยให้รู้สึกสดชื่นและมีสมาธิ อีกทั้งยังเสริมสร้างความจำ คลายความซึมเศร้า ความอ่อนล้า กำจัดสารพิษในตับและถุงน้ำดี ปรับสมดุลฮอร์โมน ลดอาการไอ ช่วยขับเสมหะและเมือกออกจากระบบทางเดินหายใจได้

โรสแมรี่

13. สเปียร์มินต์ : Spear Mint

เป็นพืชสายพันธุ์มินต์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด มีอายุยืนยาว ความสูงประมาณ 2 ฟุต ชอบแดดปานกลาง และชอบความชุ่มชื้นแต่ไม่แฉะ มีรสชาติและกลิ่นฟรุตตี้แบบผลไม้ นํ้ามันหอมระเหยจากสเปียร์มินต์จะมีกลิ่นหอมเย็น กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย สามารถใช้บรรเทาอาการหอบหืด เหนื่อยล้า เป็นไข้ วิงเวียน ปวดศีรษะ ช่วยบรรเทาอาการท้องเสียและคลื่นไส้ได้ดี

14. เลมอนบาล์ม : Lemon Balm

เป็นพืชที่มีอายุยืนยาว ชอบแดดปานกลาง และชอบความชุ่มชื้นแต่ไม่แฉะ ให้กลิ่นและรสชาติคล้ายมะนาว โดยกิ่งก้านเล็กๆ ของเลมอนบาล์มมักนำมาตกแต่งโดยวางไว้บนเครื่องดื่มและอาหาร ใบสดหรือใบแห้งสามารถนำมาใช้ทำเป็นชาได้ทั้งร้อนและเย็น นอกจากนี้ ใบแห้งของเลมอนบาล์มมักนำมาใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องหอม และน้ำมันยังสามารถนำไปใช้เป็นน้ำหอมได้

เลมอนบาล์ม

สรรพคุณของพืชชนิดนี้คือ ช่วยในการนอนหลับ ให้ความผ่อนคลาย ขจัดความเหนื่อยล้า ระงับภาวะอารมณ์หงุดหงิด ปรับสมดุลความดันโลหิต เสริมสร้างระบบความจำและการทำงานของต่อมไทรอยด์ ขับเหงื่อ แก้ร้อนใน และขับพิษในร่างกายได้

15. กัญชาแมว : Catnipมีใบสีเขียวเทาและมีดอกเล็กๆ สีฟ้า กลีบของกัญชาแมวเมื่อบานเต็มที่จะเป็นสีขาวและมีจุดสีม่วงหรือชมพู เมื่อเก็บไว้จนแห้งจะมีกลิ่นคล้ายมินต์ ใบแห้งของกัญชาแมวสามารถใช้ทำชาและใช้เป็นยากระตุ้นสำหรับแมวได้ ชอบแดดปานกลาง และชอบความชุ่มชื้นแต่ไม่แฉะ

มีสรรพคุณช่วยลดอาการจุกเสียด เป็นไข้ ปวดหัว ปวดฟัน นอนไม่หลับ และมักนำมาใช้เป็นสารสร้างความสุขให้กับสัตว์เลี้ยงตระกูลแมวทั้งหลาย โดยเมื่อแมวได้กลิ่นหรือรับประทานใบเข้าไปจะมีอาการเคลิบเคลิ้มมีความสุข นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์ในการไล่แมลงสาบ ไล่ยุงและแมลงวันได้อีกด้วย

กัญชาแมว

16. ผักชีลาว : Dill

เป็นสมุนไพรที่มีระยะเวลาการปลูกประมาณ 65 วัน เมื่อโตเต็มที่จะมีความสูงประมาณ 3 ฟุต มีกลิ่นหอมทั้งจากบริเวณยอด ใบ และก้าน ดูแลง่ายเพียงรดน้ำให้ชุ่มชื้นและอยู่ในที่ๆ โดนแดดรำไร สรรพคุณทางยาคือช่วยชะลอวัย เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระมาก นอกจากนี้ ยังช่วยบำรุงรักษาสายตา กระดูก และฟัน ช่วยลดความดันโลหิตสูง ช่วยขับเหงื่อ กระตุ้นการหายใจ แก้อาการไอ และยังช่วยยับยั้งหรือชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย

17. เฟนเนล : Fennel (Florence)

มักถูกจัดอยู่ในพืชประเภทสมุนไพร แต่แท้จริงแล้วเฟนเนลเป็นผักที่สามารถนำมารับประทานได้ในหลายรูปแบบ โดยหน่อของเฟนเนลสามารถนำมาประกอบอาหารโดยทำเป็นผักสลัด นำมานึ่ง ผัด ตุ๋น หรืออบได้

นอกจากนี้ ใบของเฟนเนลที่มีลักษณะคล้ายเฟิร์นยังสามารถนำมาใช้รับประทานทั้งแบบสดหรือแบบแห้ง โดยจะช่วยเพิ่มกลิ่นคล้ายชะเอมให้กับอาหารและชา โดยทั่วไปเฟนเนลจะมีความสูง 36 นิ้ว ชอบแสงแดดรำไรและความชุ่มชื้น เป็นผักที่ให้แคลเซียมสูง มีประโยชน์ต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ กระดูก และฟัน นอกจากนี้ เมล็ดและใบยังมีสรรพคุณช่วยย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยขับลมด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก https://homeguru.homepro.co.th

บทความก่อนหน้านี้การตอนกิ่ง VS การปักชำกิ่งมะนาว ใครเหนือใคร
บทความถัดไปราชมงคลสุวรรณภูมิ เปิดโรงพยาบาลสนาม เร่งช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019