ชมสวน “โฮย่า” ใหญ่ที่สุดในโลก

สวนนงนุชพัทยา โดดเด่นในเรื่องการจัดสวนสวย (Beautiful Garden) ที่ตระการตาไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับกว่าร้อยชนิด จนได้รับความนิยมระดับแนวหน้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และติด 1 ใน 10 สวนสวยที่สุดในโลกแล้ว

สวนนงนุชพัทยา 1 ใน 10 สวนสวยที่สุดในโลก

ที่นี่ยังเป็นแหล่งเก็บสะสมพันธุ์ไม้มากที่สุดในโลก ถึง 5 ชนิด ได้แก่ โฮย่า จากทั่วโลก มีทั้งหมด 1,500 ชนิด สวนนงนุชพัทยา ได้ทำการเพาะปลูกโฮย่า 1,093 ชนิด จนกลายเป็นสวนที่อนุรักษ์พันธุ์โฮย่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก

นอกจากนี้ ยังมี เฮลิโคเนีย ซึ่งทั่วโลกมีอยู่ 600 ชนิด สวนนงนุชพัทยาเก็บได้ 508 ชนิด สายพันธุ์ปาล์ม ทั่วโลกมีอยู่ 2,600 ชนิด สวนนงนุชพัทยาเก็บได้ 1,567 ชนิด สายพันธุ์ปรง ทั่วโลกมี 352 ชนิด สวนนงนุชพัทยาเก็บได้ 348 ชนิด

เพื่องฟ้า ทั่วโลกมี 300 ชนิด สวนนงนุชพัทยาเก็บได้ 196 ชนิด จุดเด่นเรื่องความหลากหลายพันธุ์ไม้ เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ที่มีคุณค่ามหาศาล ทั้งเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่รักต้นไม้ สนใจเข้ามาเยี่ยมชมสวนนงนุชพัทยาตลอดทั้งปี

ป้ายสวนโฮย่า

“โฮย่า” พรรณไม้งาม ถูกใจคนเมือง

ต้นโฮย่า (HOYA) เป็นพรรณไม้งามที่ขายดี ถูกใจคนรุ่นใหม่ ที่มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในเมืองหรือพักอาศัยอยู่ในคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด เพราะโฮย่าเป็นไม้ประดับที่ปลูกดูแลง่าย ไม่ยุ่งยาก

สำหรับสายพันธุ์โฮย่าที่คนไทยรู้จักกันดีคือ โฮย่าดีย์คีอาย (Hoya deykei T. Green) หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า “หัวใจทศกัณฐ์” ซึ่งมีรูปทรงใบไม้รูปหัวใจ สื่อถึงความรักความผูกพันของผู้ให้ที่มีต่อผู้รับ จึงเป็นสินค้าขายดีไม่แพ้ดอกกุหลาบในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์

โฮย่าดีย์คีอาย (Hoya deykei T.Green) หรือ “หัวใจทศกัณฐ์”

โฮย่า มีชื่อวิทยาศาสตร์ : Hoya lanceolate ssp. Bella ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ : Hoya วงศ์ : Apocynaceae มีถิ่นกำเนิดในภูมิภาคเอเชีย พบเห็นได้ในประเทศอินเดีย จีน ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ โปลินีเซีย นิวกินี และออสเตรเลีย

“โฮย่า” เป็นสกุลของพืชในวงศ์นมตำเลีย (Asclepiadaceae) มี 200-300 ชนิด ในเขตร้อน ส่วนใหญ่จะเป็นพืชพื้นเมืองในเอเชีย โฮย่า เรียกได้ว่าเป็นไม้เถาเลื้อยใบอวบน้ำทั้งใบและดอก และมีความสวยงาม (ใบ) รูปคล้ายหัวใจ และทุกส่วนมีน้ำยางสีขาวคล้ายน้ำนม จึงมีชื่อไทยเรียกว่า “นมตำเลีย” แต่ละชนิดจะมีสไตล์ของตัวเองอย่างเห็นได้ชัด สามารถขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด ปักชำ

Hoya coronaria

โฮย่า โดดเด่นด้วย “ดอก เกสร และกลีบเลี้ยง” ซึ่งตรงกลางของดอกมีส่วนที่เรียกว่า “มงกุฎ” สวยงามโดดเด่น ดอกคล้ายกลุ่มดาวห้าแฉก เปล่งแสงเป็นทรงครึ่งวงกลม บางชนิดมีดอกน้อย บางชนิดมีดอกเป็นช่อกลมเหมือนลูกบอล และมีบางพันธุ์มีกลิ่นหอมมาก หรือหอมน้อย หรือมีกลิ่นฉุนและเหม็น

“ใบ” ของโฮย่า มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ตามแหล่งกำเนิด เช่น รูปแท่งคล้ายดินสอ รูปกลม รูปไข่ รูปใบโพธิ์ รูปขนาน รูปหัวใจ รูปสี่เหลี่ยม แถบกว้างและแคบ บางชนิดมีใบหยาบมีขนคล้ายกำมะหยี่ปกคลุม

สวนนงนุชพัทยา รวบรวบสายพันธุ์โฮย่าใหญ่ที่สุดในโลก

ด้านนิเวศวิทยา เนื่องจากโฮย่าเป็นประเภทไม้เลื้อย เป็นเถาวัลย์ จะอาศัยเกาะยึดกับต้นไม้ใหญ่ จึงไม่ชอบน้ำและพื้นที่แฉะหรือมีน้ำขัง เพราะต้นจะเน่าและตาย โฮย่าชอบแสงแดดรำไร วัสดุปลูกจึงควรมีคุณสมบัติระบายน้ำและอากาศดี อุ้มน้ำดี ศัตรูของโฮย่าคือ เพลี้ยอ่อน แมลงหวี่ขาว จะเจาะดูดน้ำเลี้ยงตามปลายยอดและดอก

“โฮย่า” เป็นพรรณไม้ที่มีความหลากหลาย พบได้มากในภาคพื้นเอเชีย นักวิจัยจำนวนมากเดินทางมาเยี่ยมยังสวนนงนุชพัทยา เพื่อทำการวิจัยและให้การสนับสนุนการรวบรวมพันธุ์พืช ทำให้สวนนงนุชพัทยากลายเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่อนุรักษ์พันธุ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเฉพาะโฮย่า ทุกวันนี้ สวนนงนุชพัทยาได้ทำการเพาะปลูกโฮย่า 1,093 สายพันธุ์ จากทั้งหมด 1,500 ชนิด ทั่วโลก

โฮย่าหลากหลายสายพันธุ์ ในสวนนงนุชพัทยา

เฟื่องฟ้า ไม้ประดับกลางแจ้งที่งดงามทุกฤดู

เฟื่องฟ้า (Bougainvillea) เป็นไม้ยืนต้นประเภทพุ่มกึ่งเลื้อย ใบประดับมีสีสันสดใส มีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกาใต้ แต่สามารถปลูกเลี้ยงได้ทั่วโลกตามสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ในสวนนงนุชพัทยาได้เก็บรวบรวมเฟื่องฟ้าทั้งหมด 5 ชนิด 191 สายพันธุ์ จากทั้งหมด 12 ชนิด 300 สายพันธุ์ ทำให้สวนนงนุชพัทยาเป็นแหล่งรวบรวมเฟื่องฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เฟื่องฟ้า มีชื่อวิทยาศาสตร์ : Bougainvillea มีชื่อสามัญว่า Paper flower วงศ์ : Nyctaginaceae นิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำกิ่ง ตอนกิ่ง และเสียบยอด เฟื่องฟ้าถูกค้นพบครั้งแรกในประเทศบราซิล โดยนักพกฤษศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ราวๆ ค.ศ. 17661-1769 และได้นำไปปลูกในส่วนต่างๆ ของโลก เริ่มจากยุโรป อเมริกา เอเชีย

เฟื่องฟ้า Bougainvillea “Dark Singapore” NN 02-0129

สำหรับประเทศไทยมีการนำพันธุ์เฟื่องฟ้าเข้ามาจากสิงคโปร์ครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2423 ในสมัยรัชกาลที่ 5 พันธุ์เฟื่องฟ้ามีไม่น้อยกว่าต่างประเทศ เนื่องจากเฟื่องฟ้าเติบโตได้ดีในประเทศไทย และกลายพันธุ์เป็นพันธุ์ใหม่ขึ้นมากมาย

เฟื่องฟ้า เป็นไม้ยืนต้นประเภทพุ่มถึงเลื้อย ขนาดตั้งแต่พุ่มเล็กถึงพุ่มใหญ่ มีหนามขึ้นตามลำต้น ใบเดี่ยวแตกออกสลับกับกิ่ง หรือเยื้องกันมีขนขึ้นปกคลุมเล็กน้อย มีสีเขียวหรือใบด่าง รูปร่างรีแหลมยาว 3-6 เซนติเมตร กว้าง 2-3 เซนติเมตร ใบประดับคล้ายรูปหัวใจ หรือรูปไข่ มี 3-5 ใบ มีหลายสี ม่วง แดง ชมพู ส้ม ฟ้า เหลือง และอื่นๆ มีทั้งดอกสมบูรณ์เพศและไม่สมบูรณ์ ออกดอกเป็นช่อ ตามซอกใบหรือปลายกิ่ง แต่ละช่อมี 3 ดอก เป็นหลอดยาว 1-2 เซนติเมตร

สายพันธุ์เฟื่องฟ้าที่รวบรวมไว้ในสวนนงนุชพัทยา

เฟื่องฟ้า เป็นไม้ประดับที่ชอบแสงแดดจัด เหมาะสำหรับปลูกในสภาพกลางแจ้ง หากได้รับแสงไม่เพียงพอ สีของใบจะจาง ออกดอกน้อย ต้นเฟื่องฟ้าต้องการอุณหภูมิปานกลางหรือร้อนชื้น เมื่อโตขึ้นต้องการน้ำปานกลางถึงค่อนข้างต่ำ ถ้ารดน้ำมากไปจะไม่ออกดอก

เฟื่องฟ้า เป็นพรรณไม้ที่มีสรรพคุณทางยา โดยดอกเฟื่องฟ้ามีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจและระบบขับถ่าย สำหรับดอกเฟื่องฟ้าสายพันธุ์ Bougainvillea Glabra Choisy มีรสขมฝาด เป็นยาสุขุม ออกฤทธิ์ต่อตับ ใช้แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ทำให้เลือดไหลเวียนดี รักษาสตรีที่ประจำเดือนไม่มาหรือมุตกิดตกขาวของสตรี ด้วยการใช้ดอกที่เป็นยาแห้ง ครั้งละ 10-15 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน เฟื่องฟ้าดอกสีขาว Bougainvillea spectabilis Willd ที่ปลูกในประเทศจีน ไม่นิยมนำมาใช้ทำยา แต่ในประเทศไทยมีการนำรากมาใช้เป็นยาแก้พิษต่างๆ

คนไทยยกย่อง “เฟื่องฟ้า” ว่า เป็นไม้มงคล บ้านใดปลูกไว้จะทำให้ชีวิตสูงขึ้น จึงนิยมปลูกต้นเฟื่องฟ้า เป็นไม้ประดับ นอกจากนี้ยังใช้ประโยชน์ของ “ดอกเฟื่องฟ้า” ในการประกอบอาหารอีกด้วย

ขอขอบคุณ ข้อมูลและภาพประกอบข่าว จาก สวนนงนุชพัทยา

บทความก่อนหน้านี้ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง เชียงใหม่ แหล่งเรียนรู้ปลูกอะโวกาโดอินทรีย์