เกษตรทฤษฎีใหม่ ช่วยให้พึ่งพาตนเองได้ในยุค COVID-19

นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการติดตามประเมินผลโครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรน้อมนำแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ มาปรับใช้ในการดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรในพื้นที่ตามความเหมาะสม โดยเน้นการจัดสรรพื้นที่สำหรับใช้ในการเพาะปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือนเป็นหลัก จัดสรรทรัพยากรน้ำในไร่นาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนผลผลิตที่เหลือนำไปจำหน่าย ซึ่งโครงการดังกล่าว มีเป้าหมายเกษตรกรเข้าร่วมโครงการปีละ 70,000 ราย ในพื้นที่ 882 อำเภอ รวม 77 จังหวัด ทั้งนี้ ตั้งแต่ ปี 2560 ถึงปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้ว 210,206 ราย

จากการลงพื้นที่ของ สศก. โดยสำรวจข้อมูลจากเกษตรกรที่ร่วมโครงการมาตั้งแต่ ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน จำนวนเกษตรกรตัวอย่าง 240 ราย ครอบคลุม 4 ภาค รวม 14 จังหวัด พบว่า หลังจากที่เกษตรกรได้รับองค์ความรู้ ในด้านต่างๆ เช่น ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ การจัดการน้ำ จัดการฟาร์ม การทำบัญชีครัวเรือน และการสนับสนุนปัจจัยการผลิต ทั้งพันธุ์พืช ปศุสัตว์ และประมง จากหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งผลให้เกษตรกรมีการผลิตที่เกื้อกูลกันในแต่ละกิจกรรมภายในฟาร์มของตนเอง เกิดรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยมีรายได้เสริมเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6,623 บาท/ครัวเรือน จากการจำหน่ายพืชผักสวนครัว ไข่ไก่ ไก่พื้นเมือง และปลา สามารถลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้เฉลี่ยปีละ 30,416 บาท/ครัวเรือน แบ่งเป็น ลดรายจ่ายจากการบริโภคผลผลิตของตนเองปีละ 28,416 บาท/ครัวเรือน และลดรายจ่ายจากการใช้ปัจจัยการผลิตที่ผลิตด้วยตนเองเกือบปีละ 2,000 บาท/ครัวเรือน อาทิ ปุ๋ยอินทรีย์ น้ำหมักชีวภาพ เมล็ดพันธุ์ พันธุ์สัตว์ เกษตรกรมีเงินเก็บออมเฉลี่ยปีละ 12,277 บาท/ครัวเรือน ขณะที่หนี้สินลดลงเฉลี่ยปีละ 28,846 บาท/ครัวเรือน ทั้งนี้ ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรมากนัก เกษตรกรยังคงดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอก แม้ไม่มีรายได้ แต่ยังคงมีอาหารไว้บริโภคในครัวเรือน อีกทั้งยัง ให้มีแรงงานคืนถิ่นกลับเข้าสู่ภาคการเกษตรเพิ่มขึ้นด้วย

“จากการประเมินโครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรกรถึงร้อยละ 95 ได้เห็นความสำคัญและผลสำเร็จที่ตามมา จึงได้ดำเนินกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง และเกษตรกรยังได้นำความรู้ที่ได้รับ ไปเผยแพร่ให้เกษตรกรรายอื่นๆ เพิ่มเติม รวมทั้งยังมีการรวมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางการเกษตร และร่วมกันผลิตปัจจัย เช่น ปุ๋ยอินทรีย์ และน้ำหมักชีวภาพอีกด้วย อย่างไรก็ตาม พบว่า เกษตรกรยังคงประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำทางการเกษตร รวมถึงการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืช ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้เร่งส่งเสริม ด้านแหล่งน้ำ จัดอบรมให้ความรู้ ทั้งการป้องกันกำจัดศัตรูพืช การปรับปรุงบำรุงดิน การใช้พลังงานทดแทน การสร้างเครือข่ายกลุ่มอาชีพ และการรวมกลุ่มเพื่อจำหน่ายผลผลิต เป็นต้น” รองเลขาธิการ สศก. กล่าว

 

 

บทความก่อนหน้านี้มนัญญา เผยเตรียมดันสหกรณ์เป็นแหล่งปลูกสมุนไพรป้อนแพทย์แผนไทย ลดการนำเข้า นำร่องฟ้าทะลายโจร ก่อนตามด้วย ขิง ขมิ้น
บทความถัดไปอสป.ลงนามในสัญญาแต่งตั้ง ผู้อำนวยการ องค์การสะพานปลาคนใหม่