ลำไย ผลไม้เศรษฐกิจสำคัญของไทย

ลำไยเป็นผลไม้เศรษฐกิจชนิดหนึ่งของไทย เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหาร สามารถนำมารับประทานได้หลายรูปแบบทั้งสดและแปรรูป โดยแหล่งผลิตสำคัญของไทยจะอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน และจังหวัดจันทบุรี ในสถานการณ์โควิด-19 ปี 2563 ช่วง 8 เดือนแรกไทยสามารถส่งออกลำไยเข้าตลาดจีน 64,239 ตัน มูลค่า 81.23 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดการณ์ในอนาคตว่าผู้นำเข้าชาวจีนจะยังคงมีการนำเข้าลำไยจากไทยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากลำไยของไทยมีคุณภาพดีกว่าลำไยที่ปลูกในประเทศอื่น ทั้งรสชาติและขนาด

ต้นกำเนิดของลำไย มีความเชื่อว่าลำไยมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนตอนใต้ โดยมีหลักฐานจากการกล่าวถึงลำไย ในวรรณคดีของจีนสมัยพระเจ้าเช็งแทง (Cheng Tang) ในปี พ.ศ. 1766 วรรณกรรมเล่มแรกที่ได้บรรยายลักษณะลำไยไว้ คือหนังสือ Nam Fong Taol Yuk Chang เขียนโดยพระของเมือง State Chi Ham ในหนังสือเล่มนี้ได้บรรยายถึงลำไยไว้ว่า ลำไยปลูกอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีนและเรียกว่า Lugan ลำไยเป็นไม้สูงประมาณ 10-20 ฟุต มีลักษณะคล้ายต้นลิ้นจี่ แต่ใบเล็กกว่า ผลสุกและเก็บได้ภายใน 7 เดือน ผลมีสีเขียวอมเหลือง ผิวเรียบ แต่ค่อยๆ มีสะเก็ดขึ้นทีละน้อยเมื่อสุก ติดผลประมาณ 20-30 ผลต่อช่อ ผลมีรูปร่างกลมขนาดเท่าลูกหิน เนื้อสีขาวและมีรสหวานเหมือนน้ำผึ้ง

George Weidman Groff มิชชันนารีด้านการเกษตรคนแรกในจีน ได้กล่าวไว้ว่า ลำไยเป็นผลไม้ที่ได้รับการยกย่องอย่างมากในหมู่ของคนจีน ทำให้เห็นว่าลำไยนั้นมีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนจีนในสมัยก่อน ปี พ.ศ. 1514 ได้พบเส้นทางเดินทะเลไปยังจีน ทำให้ลำไยเป็นที่สนใจของชาวตะวันตก จากนั้นทำให้ลำไยได้แพร่กระจายจากประเทศจีนสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย ศรีลังกา พม่า ยุโรป สหรัฐอเมริกา หมู่เกาะอินเดียตะวันตก และหมู่เกาะมาดากัสการ์ ฯลฯ

ลำไยที่อยู่ในประเทศไทย มีการสันนิษฐานว่าลำไยแพร่กระจายสายพันธุ์มาจากจีนตอนใต้ ในปี พ.ศ. 2439 ได้มีชาวจีนคนหนึ่งนำกิ่งตอนลำไยกะโหลก จำนวน 5 ต้นมาจากประเทศจีน เข้าถวายพระชายาเจ้าดารารัศมี ชายาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าดารารัศมีได้มีการแบ่งลำไยปลูกไว้ที่กรุงเทพฯ 2 ต้น และมอบที่เหลือให้น้องชายคือเจ้าน้อยตั๋น ณ เชียงใหม่ นำไปปลูกที่บ้านท่าขี้เหล็ก ตำบลสบแม่ข่า อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากนั้น ก็ได้มีชาวจีนนำกิ่งตอนลำไยจากตรอกจันทร์ กรุงเทพฯ มาปลูกที่ตำบลบวกครก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้ลำไยขยายพันธุ์ปลูกทั่วจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง

ในปี 2556 ลำไยที่นำมาปลูกไว้เหลือเพียงแค่ต้นเดียวและได้ตายไป เนื่องจากพบว่ามีอาการใบเหลือง หลุดร่วงจนต้นโกร๋น แต่ยังเหลือต้นลูกอีก 5 ต้น เรียงแถวเกิดอยู่บริเวณใกล้ๆ กับต้นแม่ที่ตาย นักวิชาการคาดว่าต้นลูกน่าจะมีอายุ 100 ขึ้นไป ทางมหาวิทยาลัยแม้โจ้ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกลำไย และกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่จึงได้มีการเคลื่อนย้ายต้นลูก ไปไว้ในสถานที่อนุรักษ์ 3 แห่ง นั่นคือ โครงการพัฒนาพื้นที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน จำนวน 2 ต้น แห่งที่ 2 อยู่ที่เทศบาลตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน จำนวน 2 ต้น แห่งสุดท้ายนำไปปลูกที่สาขาไม้ผล คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จำนวน 1 ต้น เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ให้กับเยาวชน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของลำไย

ลำต้นและใบ

ลำไยเป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มแผ่กว้าง ต้นที่ปลูกจากเมล็ดลำต้นจะสูงตรง หากปลูกด้วยกิ่งตอนจะมีทรงพุ่มแผ่กว้าง เมื่อโตเต็มที่จะมีความสูง 10-12 เมตร ลำต้นมีสีน้ำตาลปนเทา ลักษณะของต้นจะแตกเป็นสะเก็ดมีร่องขรุขระ เนื้อไม้มีความเปราะทำให้กิ่งหักได้ง่าย ใบของลำไยเป็นใบรวม มีใบย่อยอยู่บนก้านใบร่วมกัน 3-5 คู่ ก้านใบย่อยมีความยาว 4-6 เซนติเมตร ใบย่อยเป็นรูปรีหรือเป็นรูปหอก มีความยาว 10-15 เซนติเมตร ใบเรียบเหมือนขอบใบไม่ม้วนหรือไม่หยัก ปลายใบมีลักษณะแหลม หลังใบจะมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ท้องใบจะมีเส้นแขนงแตกจากเส้นกลางใบชัดเจน

ช่อดอกและดอก

เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ลำไยจะออกดอกที่ปลายยอด โดยเปลี่ยนจากตาใบเป็นตาดอก ก้านช่อดอกพัฒนายาวเต็มที่จะใช้เวลาประมาณ 45-50 วัน ตรงส่วนนี้จะขึ้นอยู่สายพันธุ์ของลำไยเองและสภาพแวดล้อม อุณหภูมิหนาวเย็นช่อดอกจะพัฒนาช้ากว่าอุณหภูมิอุ่น ดอกลำไยจะมีสีครีม กลีบดอกบางเรียวเล็ก 5 กลีบ มีสีขาวหม่นเรียงตัวเยื้องกัน กลีบรองดอกมี 5 กลีบสีเขียวปนน้ำตาล กลีบรองดอกจะหนาแข็ง มีขนาดกว้างกว่ากลีบดอก 3-5 เท่า ฐานของกลีบรองดอกจะมีต่อมน้ำหวาน

ผลและเมล็ด

ลำไยจะมีผลเดี่ยว นับเวลาตั้งแต่ลำไยติดผลจนเก็บเกี่ยวใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของลำไยและสภาพแวดล้อมเหมือนกับช่อดอก ผลลำไยมีรูปร่างกลม ขนาดแตกต่างกัน เปลือกของผลลำไยเจริญมาจากผนังรังไข่เริ่มพัฒนาพร้อมกับเมล็ด เปลือกผลลำไยสามารถพัฒนาต่อได้อีกจนถึงช่วงเก็บเกี่ยว ไม่เหมือนเมล็ดหากเติบโตได้สูงสุดจะไม่สามารถพัฒนาขยายขนาดต่อไปได้อีก ลักษณะเมล็ดจะกลม เปลือกมีสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำเข้มเป็นมัน ส่วนที่ติดกับขั้วเมล็ดมีวงกลมสีขาวดูคล้ายลูกนัยน์ตา ซึ่งเป็นที่มาของคำว่าตามังกร

ที่มา : กรมวิชาการเกษตร

ขอบคุณภาพประกอบจาก FB : ศูนย์วิจัยและพัฒนาลำไยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้