สธ.เตรียมฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้กลุ่มเสี่ยง 3.5 ล้านโดส เริ่ม 1 มิ.ย.นี้

กระทรวงสาธารณสุขหวั่น ‘ไข้หวัดใหญ่’ ระบาดหนัก จัด ‘วัคซีน’ 3.5 ล้านโดส ฉีดกลุ่มเสี่ยง เผยป้องกันได้ 3 สายพันธุ์ ประชาชนขอรับบริการฟรี ที่สถานพยาบาลของรัฐใกล้บ้าน เริ่มวันที่ 1 มิถุนายน-31 สิงหาคมนี้

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม นพ. โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-1 พฤษภาคม 2560 พบผู้ป่วย 22,117 ราย เสียชีวิต 2 ราย เพื่อลดความรุนแรงของโรค การให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่จึงเป็นมาตรการสำคัญ โดยปีนี้ สธ.ได้รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล จำนวน 3.5 ล้านโดส ให้กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 4 แสนโดส และประชาชนกลุ่มเสี่ยง 3 ล้าน 1 แสนโดส ประกอบด้วย 1. หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป 2. เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี 3. ผู้มีโรคเรื้อรัง คือ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน 4. บุคคลที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป 5. ผู้มีน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม 6. ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 7. ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย 8. ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อเอสไววีที่มีอาการ) โดยจะเริ่มให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน -31 สิงหาคมนี้ สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ที่สถานพยาบาลของรัฐใกล้เคียงฟรี ซึ่งวัคซีนที่ฉีดให้ ประกอบด้วย 3 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ A Michigan (H1N1) สายพันธุ์ A Hong Kong (H3N2) และสายพันธุ์ B Brisbane (ออสเตรเลีย)

“การเตรียมตัวฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่นั้น ก่อนฉีดวัคซีนควรพักผ่อนให้เพียงพอ สุขภาพโดยรวมสามารถปฏิบัติงานได้ปกติ ไม่ป่วยหรือมีอาการไข้ก่อนรับการฉีดวัคซีน นอกจากนี้ ผู้ที่ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ เด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน ผู้ที่มีประวัติแพ้ไข่ไก่อย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ดดยทั่วไปอาการข้างเคียงพบได้น้อย ส่วนใหญ่เป็นอาการเฉพาะที่ เช่น บวม แดง ตรงบริเวณที่ฉีดวัคซีน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือมีไข้ต่ำๆ อาการที่เกิดขึ้นมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน การดูแลรักษาอาการข้างเคียง หากปวด บวม บริเวณที่ฉีดให้ประคบด้วยผ้าเย็น หากมีไข้ให้กินยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล ในขนาดที่เหมาะสม หากมีอาการรุนแรงหรือเป็นมากควรปรึกษาแพทย์ทันที และแจ้งอาการให้ทราบโดยละเอียด” นพ. โสภณ กล่าว

 

ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน

บทความก่อนหน้านี้เกษตรกรเมืองประจวบฯ แบ่งพื้นที่เลี้ยงไก่ไข่ เน้นปล่อยตามธรรมชาติ ไข่ออกดี ออกให้เก็บนาน 3 ปี
บทความถัดไปขอนแก่นปลูกคูน-เป็นแลนด์มาร์ก