ผลิตภัณฑ์จากขยะรีไซเคิล ลดโลกร้อน ฝีมือผู้ต้องขังชาย เรือนจำกลางพิษณุโลก

ภารกิจหลักของเรือนจำคือ การควบคุมผู้กระทำความผิดทางกฎหมายให้เป็นไปตามกระบวนการของศาลสถิตยุติธรรม ภารกิจลำดับต่อมาซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด จะขาดเสียไม่ได้เลยก็คือ การแก้ไข ฟื้นฟู พัฒนา ขัดเกลา ส่งเสริม และปรับเปลี่ยนพฤตินิสัยของผู้ต้องโทษ ให้เป็นคนดี มีคุณค่า มีวิชาอาชีพติดตัวก่อนจะพ้นโทษกลับออกไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสังคมภายนอกได้อย่างปกติสุข ไม่หวนมากระทำผิดซ้ำอีก

ออกแบบดีไซน์ด้วยรูปลายการ์ตูนกระเป๋าหน้าอย่างกิ๊บเก๋ เพิ่มมูลค่าสินค้า

นับตั้งแต่เกิดวิกฤตไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ระบาดในประเทศไทย ได้สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของทุกครัวเรือนและองค์กรต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่คอยหล่อเลี้ยงทุกชีวิตให้สามารถดำรงอยู่ได้ โดยเฉพาะรายรับที่ไม่มีเข้า แต่รายจ่ายหรืองบประมาณที่ต้องใช้จัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ ในองค์กร ก็ยังมีความจำเป็นต้องจ่าย

อะไรพอช่วยประหยัดอดออมได้ ย่อมเป็นหน้าที่ของสมาชิกทุกคน ต้องร่วมมือร่วมใจรัดเข็มขัด เพื่อนำเงินในส่วนนี้ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น ซึ่งมีความจำเป็นมากกว่าในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ยังไม่รู้ว่าระบบเศรษฐกิจของประเทศจะฟื้นตัวกลับมาเมื่อใด

พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

“ผู้ต้องขัง ชมรม TO BE NUMBER ONE เรือนจำกลางพิษณุโลก แดน 5” อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก “รักขยะ รักษ์โลก” นำถุงน้ำยาปรับผ้านุ่ม (ยี่ห้อไฮคลาส) มารีไซเคิล (Recycle) ตัดเย็บเป็น “ผ้ากันเปื้อน” ให้พ่อครัว ผู้ต้องขังซึ่งมีหน้าที่ปรุงอาหารในแดนสูทกรรม (โรงครัว) และผู้ต้องขังที่ทำหน้าที่ล้างภาชนะถ้วย ชาม หม้อ ไห กระทะ ของเรือนจำใช้งาน แทนการใช้ผ้ากันเปื้อนแบบผ้าที่มีราคาแพง ทำเองใช้เองในยุคโควิด-19 ผ้ากันเปื้อนที่ทำจากถุงน้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำหนักเบา ทำความสะอาดง่าย ไม่ต้องซัก เพียงแค่ใช้เศษผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง ก็สามารถนำกลับมาใช้งานต่อได้เลย สะดวก สบาย ไม่เสียเวลา

การตัดเย็บผ้ากันเปื้อนจากถุงน้ำยาปรับผ้านุ่มนั้น ไม่ได้มีความยุ่งยากสลับซับซ้อนแต่อย่างใด วัสดุหาได้ในชุมชน อีกทั้งยังสามารถออกแบบดีไซน์ ลวดลาย สีสัน ตามเฉดสีของถุงน้ำยาปรับผ้านุ่มแต่ละยี่ห้อ และตกแต่งด้วยรูปการ์ตูน เช่น โดราเอม่อน ซุปเปอร์แมน คิตตี้ ให้ดูน่ารัก เก๋ไก๋ สะดุดตา น่ามอง เพิ่มมูลค่าสินค้า ถูกใจผู้ใช้ สิ่งที่สำคัญก็คือ เป็นการช่วยลดรายจ่ายในองค์กรเรือนจำในยุคโควิด-19

ออกแบบดีไซน์ด้วยรูปลายการ์ตูนกระเป๋าหน้าอย่างกิ๊บเก๋ เพิ่มมูลค่าสินค้า

วิธีประดิษฐ์ผ้ากันเปื้อนจากถุงน้ำยาปรับผ้านุ่ม มีขั้นตอนดังนี้ คือ

  1. เก็บถุงน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ใช้แล้วมาล้างทำความสะอาด แล้วเช็ดให้แห้ง
  2. นำถุงน้ำยาปรับผ้านุ่มแต่ละใบมาวัดขนาด ความกว้างxยาว (13.5×21 เซนติเมตร)
  3. จัดเรียงด้านหัวท้าย แล้ววางซ้อนกันชุดละ 2 ใบ เย็บด้านส่วนท้ายติดกัน จึงคลี่ออกให้ส่วนที่เป็นตะเข็บอยู่ด้านใน
  4. เมื่อเย็บต่อกันทั้งด้านซ้ายและขวาเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าใหญ่ ตามขนาดไซซ์ที่ออกแบบแล้ว จึงใช้กรรไกรตัดตามรูปทรง
  5. นำเศษผ้าเหลือใช้มาเย็บขอบรอบผืนผ้ากันเปื้อน เพื่อความทนทานและสวยงามต่อการใช้งาน
  6. ใส่สายคล้องคอและสายรัดเอว ติดกระเป๋าหน้าใส่ของได้จริง ด้วยรูปลายการ์ตูนตามใจชอบ
  7. ผ้ากันเปื้อน 1 ผืน ใช้ถุงน้ำยาปรับผ้านุ่ม จำนวน 25 ใบ

เห็นไหมครับ ขั้นตอนการทำผ้ากันเปื้อนจากถุงน้ำยาปรับผ้านุ่มนั้นง่ายนิดเดียว

นอกจากผ้ากันเปื้อนที่ทำมาจากขยะอย่างถุงน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ย่อยสลายยาก ไม่น่าจะทำประโยชน์ได้แล้ว “ผู้ต้องขังกลุ่มเย็บผ้า ชมรม TO BE NUMBER ONE” ยังนำมาตัดเย็บประดิดประดอยเป็น “หมวกกะโล่” สีสันสวยงาม ใส่กันแดดยามออกทำงานกลางแจ้ง ให้กับผู้ต้องขังกลุ่มจิตอาสาทำงานในสวนสมุนไพร

และการทำไม้กวาดจากขวดน้ำพลาสติก ก็เป็นผลิตภัณฑ์ของใช้ในเรือนจำอีกชนิดหนึ่ง ที่พวกเราผู้ต้องขังในชมรมได้ประดิษฐ์นำมาใช้ทดแทนไม้กวาดทางมะพร้าว ซึ่งนับวันจะหาวัสดุได้ยากยิ่งขึ้น อีกทั้งไม้กวาดจากขวดน้ำพลาสติกมีความทนทานต่อสภาพการใช้งานจริง เช่น การกวาดขยะบริเวณพื้นเปียกน้ำ การ กวาดขยะในร่องน้ำทิ้ง และการกวาดน้ำขังบนพื้นลานกีฬาปูนซีเมนต์ เป็นต้น

หมวกกะโล่ สีสดสวย ฝีมือผู้ต้องขังชาย ชมรม TO BE NUMBER ONE เรือนจำกลางพิษณุโลก แดน 5

จากก้าวที่ผิด สู่ชีวิตที่มีค่า

น.ช.ปรีชา หมื่นคำปัน หัวหน้ากลุ่มเย็บผ้า ผู้ต้องขังคดียาเสพติด กำหนดโทษ 30 ปี เป็นนักโทษชั้นเยี่ยม กล่าวว่า เมื่อก่อนตอนมาติดคุกใหม่ๆ ไม่ได้สนใจวิชาชีพการเย็บผ้า คิดว่าเป็นงานสำหรับสุภาพสตรีหรือสาวประเภทสองเท่านั้น เมื่อเรือนจำเล็งเห็นความสำคัญของวิชาชีพด้านนี้ สามารถประกอบอาชีพได้ จึงได้เชิญวิทยากรจากภายนอกเข้ามาฝึกสอนผู้ต้องขังในเรือนจำ เลยตามเพื่อนๆ เข้าไปอบรมด้วย ต่อมาปี พ.ศ. 2562 ฝ่ายฝึกวิชาชีพของเรือนจำ ซื้อจักรเย็บผ้าไฟฟ้ามอบให้ แดน 5 จำนวน 3 ตัว จึงรวมกลุ่มกับเพื่อนหันมาเย็บผ้าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ใหม่ๆ ก็ไม่ได้เก่งกาจอะไร พอได้ฝึกฝนทำทุกวันด้วยความมานะ บากบั่น ขยัน อดทน จึงเกิดทักษะความชำนิชำนาญขึ้นมา ตอนนี้สามารถออกแบบ วาดแบบ เลือกลวดลาย สร้างแพตเทิร์นเองได้

ปัจจุบันนี้กลุ่มเย็บผ้ามีหน้าที่ตัดเย็บ ซ่อมแซม ปะชุน เสื้อผ้าผู้ต้องขังที่ชำรุด ตัดชุดเดินสวนสนาม ตัดเสื้อสำหรับผู้ต้องปล่อยตัวพ้นโทษ ในช่วงโควิด-19 ช่วยกันเย็บหน้ากากอนามัยให้ผู้ต้องขังใส่ในเรือนจำ ส่วนที่เหลือได้นำออกไปบริจาคช่วยเหลือชุมชนในจังหวัดพิษณุโลก ส่วนการประดิษฐ์ผ้ากันเปื้อนกับหมวกกะโล่จากถุงน้ำยาปรับผ้านุ่มนั้น เจ้าหน้าที่เรือนจำเข้าไปเสิร์ชดูในยูทูบ แล้วเอามาสอนผู้ต้องขังให้ลองฝึกทำดู

น.ช.ดังกล่าวเปิดเผยอีกว่า การนั่งเย็บผ้าบนจักร ต้องมีสมาธิ ใจเย็น จดจ่อกับงานที่ทำเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด เป็นการฝึกความอดทน อดกลั้น ระเบียบ วินัย ความรับผิดชอบ ในหนึ่งวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีเวลามานั่งคิดฟุ้งซ่าน การมีความรู้ ความสามารถได้ช่วยงานเรือนจำ ช่วยเหลือพี่น้องผู้ต้องขัง ทำตัวให้เป็นประโยชน์ รู้สึกว่าตนเอง “มีคุณค่า ไม่เป็นภาระให้กับสังคม” เมื่อพ้นโทษวางแผนว่า จะซื้อจักรมือสองไปเปิดร้านเย็บผ้าหารายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง

สำหรับโครงการ “รักขยะ รักษ์โลก” นั้น เป็นโครงการที่เรือนจำมีวัตถุประสงค์ การกำจัดปริมาณขยะจำนวนมากในแต่ละวันให้เกิดประสิทธิภาพ ไม่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมในชุมชน เรือนจำและใกล้เคียง จึงมีการประชาสัมพันธ์ให้องค์ความรู้ ปลูกจิตสำนึก การทิ้งขยะลงถังตามประเภทขยะที่เรือนจำจัดให้เพื่อให้ง่ายต่อการคัดแยก จัดเก็บ ทำลาย ใช้ซ้ำ และกลับมารีไซเคิล ตามหลัก 3 R คือ Reduce Reuse และ Recycle ส่วนการนำเอาขยะประเภทพลาสติกมารีไซเคิลประดิษฐ์เป็นของใช้ต่างๆ ในเรือนจำ เป็นการขับเคลื่อนจากเจ้าหน้าที่และแกนนำ ชมรม TO BE NUMBER ONE

ทำเองใช้เอง และยังจำหน่ายในราคาย่อมเยา

ผ้ากันเปื้อนประดิษฐ์จากขยะรีไซเคิล (ถุงน้ำยาปรับผ้านุ่ม)

สนนราคาสินค้าไม่ได้แพงเกินไปในยุคโควิด-19 ผ้ากันเปื้อนราคาผืนละ 35 บาท หมวกกะโล่ใบละ 35 บาท ไม้กวาดจากขวดน้ำพลาสติกด้ามละ 80 บาท สามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขังได้ที่ ชมรม TO BE NUMBER ONE เรือนจำกลางพิษณุโลก แดน 5 เบอร์โทรศัพท์ 055-313-351-3 รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย นำเข้ากองทุนของชมรม เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ต้องขังทุกคนต่อไป

การอุดหนุนผลิตภัณฑ์ สินค้า ฝีมือผู้ต้องขังในเรือนจำและทัณฑสถานต่างๆ ทั่วประเทศ เป็นการส่งเสริม สนับสนุน ผู้ที่เคยก้าวพลาด ให้มีรายได้ปันผลในระหว่างต้องโทษ มองเห็นช่องทางการประกอบอาชีพสุจริต เพื่อสร้างรายได้เลี้ยงดูตนเองภายหลังพ้นโทษ ไม่หวนมากระทำผิดซ้ำอีก