สศก. จับมือ การเคหะแห่งชาติ ยกระดับวีถีชีวิตชุมชนการเคหะฯ

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ร่วมกับ การเคหะแห่งชาติ (กคช.) จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยความร่วมมือ โดยมี นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และ นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เป็นผู้ลงนาม พร้อมด้วย ดร.ทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และ เรืออากาศโท ชัยรัตน์ ทองบริบูรณ์ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ลงนามในฐานะพยาน ณ ห้องประชุม 3 อาคารนวัตกรรม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โดยมีการเผยแพร่ผ่านระบบออนไลน์ ZOOM Meeting และ FB Live เศรษฐกิจการเกษตรเพื่อประชาชน

ในการนี้ นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กล่าวว่า การลงนามบันทึกความร่วมมือครั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และการเคหะแห่งชาติ จะร่วมมือกันทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์ร่วมกันของข้อมูล มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการเกษตรในรูปแบบต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยของประชาชน เชื่อมโยงการใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อวางแผนพัฒนาพื้นที่ เช่น การปรับปรุงดิน การส่งเสริมการเพาะปลูก และพัฒนาตลาดเกษตรและสินค้าชุมชน และที่สำคัญ คือการให้บริการข้อมูลด้านการเกษตรด้วยระบบภูมิสารสนเทศ มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรมาปรับใช้ และร่วมกันพัฒนาบุคลากรของทั้ง 2 หน่วยงาน ตลอดจนส่งเสริมความสัมพันธ์ และพัฒนาด้านการเกษตรให้แก่ผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติร่วมกัน

เลขาธิการ สศก. กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมที่จะสนับสนุนข้อมูล ด้านการเกษตร ทั้งด้านพื้นที่ ข้อมูลพืชและสินค้าเกษตร future crop ที่เหมาะสมกับพื้นที่ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีการปลูกพืชในโรงเรือน และอาคารปิด เพื่อแนะนำ ส่งเสริมการผลิตที่มีคุณภาพ และมูลค่าสูงในพื้นที่จำกัด ด้วยต้นทุนที่ต่ำ โดยจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ อาทิ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อถ่ายทอดความรู้ ข่าวสาร ให้เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่การเคหะแห่งชาติ”

ด้าน นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติ เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มุ่งพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลางให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้น ความร่วมมือทางวิชาการกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรในวันนี้ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการเกษตร พัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้อยู่อาศัยในชุมชน โดยการเคหะแห่งชาติ จะส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และเชื่อมั่นว่า จะสามารถการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจของประชาชนในชุมชนให้เข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ มีการพัฒนาเมืองและชุมชนให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี ตลอดจนเกิดการบริหารจัดการชุมชนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ส่งเสริมความสัมพันธ์ในการพัฒนาด้านการเกษตรในรูปแบบต่างๆ ร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

“การเคหะแห่งชาติ มีเป้าหมายพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับชุมชน ตามนโยบายของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยได้รับผลกระทบ ดังนั้น หากมีการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ให้ประชาชนสามารถดำรงชีพอยู่ได้ จะทำให้ประชาชนมีความมั่นคงมากขึ้น ซึ่งการสร้างรายได้ทางการเกษตร ด้วยการผลิต การแปรรูป และสร้างการตลาดของพืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงในพื้นที่ที่จำกัด นับเป็นสิ่งที่การเคหะแห่งชาติและประชาชนในพื้นที่มีความต้องการอย่างมาก เพราะทำให้มีทางเลือกและช่องทางการประกอบอาชีพ เพื่อสร้างรายได้จากการทำการเกษตรมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มศักยภาพด้านการเกษตรให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของการเคหะแห่งชาติและพื้นที่โดยรอบให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน” ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าว