“Soy yong” ซอยยอง น้ำนมถั่วเหลืองอินทรีย์ ผลิตภัณฑ์แปรรูปเพิ่มมูลค่า ฝีมือคนลำพูน

ถั่วเหลือง หรือ Soybean เป็นสมุนไพร ประเภทพืชเถา เป็นพืชเศรษฐกิจ สามารถปลูกได้ในประเทศแถบร้อนและอบอุ่น แหล่งกำเนิดของถั่วเหลืองจะอยู่ที่ประเทศจีน ในปัจจุบันประเทศไทยมีการปลูกถั่วเหลืองทางภาคกลางตอนบนและภาคเหนือ ประเทศที่มีการผลิตถั่วเหลืองมากที่สุดในโลกคือ ประเทศสหรัฐอเมริกา รองลงมาเป็นบราซิลและจีน ตามลำดับ

คุณวิกร ไวว่อง หรือ พี่กร ประธานวิสาหกิจชุมชน ธรรมเกษตรอินทรีย์บ้านป่าป๋วย

ปัจจุบันมีการแปรรูปถั่วเหลืองให้ได้ผลิตภัณฑ์อาหารที่หลากหลายและเป็นที่นิยมของผู้บริโภค โดยผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองที่จำหน่ายในท้องตลาดแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองที่ไม่ผ่านการหมักและผ่านการหมักก่อน ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองที่ไม่ผ่านการหมัก เช่น น้ำนมถั่วเหลือง เต้าหู้ ถั่วงอกที่เพาะจากถั่วเหลือง เป็นต้น ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการหมักถั่วเหลือง เช่น ถั่วเน่า เต็มเป ซอสถั่วเหลือง เต้าเจี้ยว เป็นต้นโปรตีนจากถั่วเหลือง หลังจากการสกัดน้ำมันถั่วเหลืองด้วยตัวทำละลายแล้ว ส่วนที่เหลือจะเป็นเนื้อถั่วที่อุดมด้วยโปรตีน สามารถแปรรูปเป็นอาหารหลายชนิด

น้ำเต้าหู้รสออริจินอล แบรนด์ “Soy yong” ซอยยอง

คุณวิกร ไวว่อง หรือ พี่กร ประธานวิสาหกิจชุมชน ธรรมเกษตรอินทรีย์บ้านป่าป๋วย เลขที่ 99 หมู่ที่ 10 บ้านป่าป๋วย ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ผู้นำต้นแบบพาคนในชุมชนหารายได้เสริมหลังว่างจากการทำนา เริ่มต้นจากตนเองทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ด้วยการปลูกพืชผักปลอดภัย ขยายไปสู่การปลูกถั่วเหลืองหลังนาเพื่อเป็นช่องทางสร้างรายได้เสริมให้กับคนในชุมชน จนกระทั่งได้มีการก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ธรรมเกษตรอินทรีย์บ้านป่าป๋วย สำเร็จขึ้นมาในปี 2563

น้ำเต้าหู้รสออริจินอล แบรนด์ “Soy yong” ซอยยอง

โดยจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน พี่กร เล่าให้ฟังว่า เดิมจากก่อนหน้านี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ชาวบ้านในชุมชนจะมีเพียงรายได้จากการทำนาปีเพียงอย่างเดียว ประกอบกับที่ช่วงหลายปีมานี้ข้าวราคาตกต่ำ ตนเองจึงอยากมองหาอาชีพเสริมให้กับชาวบ้านเพื่อสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นจากการปลูกพืชผักปลอดภัยและทำนาข้าวอินทรีย์ จนกระทั่งมีโอกาสได้ปรึกษากับนักวิชาการเกษตร เขาได้แนะนำให้ทดลองปลูกถั่วเหลือง ตนเองจึงได้เริ่มทดลองปลูกมาตั้งแต่ตอนนั้น และได้มีการต่อยอดนำมาแปรรูปทำน้ำเต้าหู้เพื่อสุขภาพ แล้วเดินหน้าหาตลาดเองในกลุ่มที่ต้องการเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ซึ่งหลังจากนั้นเมื่อเริ่มมีตลาดจึงได้นำเอาองค์ความรู้ทั้งด้านการปลูกการแปรรูปมากระจายสู่ชุมชน รวมถึงมีการส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกถั่วเหลืองหลังนา จนประสบความสำเร็จได้ในระดับหนึ่ง จากเริ่มต้นเพาะปลูกบนพื้นที่ 5 ไร่ ซึ่งในอนาคตปี 2565 จะมีการวางแผนขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นอีก 40 ไร่ เพื่อให้พอต่อความต้องการของตลาด เพราะว่าการตลาดกำลังไปได้ดี

การเก็บตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลือง

 “ปลูกถั่วเหลืองพันธุ์เชียงใหม่ 60”
แปรรูปน้ำเต้าหู้อินทรีย์ สร้างรายได้สู่ชุมชน

กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ธรรมเกษตรอินทรีย์บ้านป่าป๋วย

เจ้าของบอกว่า สำหรับการปลูกถั่วเหลืองของวิสาหกิจชุมชนเป็นการปลูกในระบบอินทรีย์ จะสามารถขายได้ราคาสูงกว่าถั่วที่เพาะปลูกแบบทั่วไป โดยปกติแล้วจากราคาถั่วเหลืองทั่วไปที่ขายตามท้องตลาดจะขายกันในกิโลกรัมละ 20 บาท แต่ถ้าเป็นถั่วเหลืองของที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนของเราปลูกจะขายได้ในราคากิโลกรัมละ 30-35 บาท

โดยทางกลุ่มจะเลือกปลูกถั่วเหลืองสายพันธุ์เชียงใหม่ 60 ที่ได้รับการสนับสนุนพันธุ์จากศูนย์วิจัยพืชไร่เชียงใหม่ มีลักษณะเด่นคือ 1. ทนทานต่อโรคราสนิม 2. เหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่ภาคเหนือ 3. มีโปรตีนสูงถึง 43.8 เปอร์เซ็นต์ และ 4. ให้ผลผลิตสูงประมาณ 246 กิโลกรัมต่อไร่ แต่ปัจจุบันทางกลุ่มจะผลิตได้ประมาณ 200 กิโลกรัมต่อไร่ เพราะปลูกในระบบอินทรีย์ สามารถเก็บไว้แปรรูปได้ตลอดทั้งปี แต่ต้องเก็บรักษาไว้ในพื้นที่แห้ง ไม่ให้โดนแสงแดด

แปลงปลูกถั่วเหลืองระบบอินทรีย์

การปลูก ใช้ระยะเวลาในการปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 120 วัน และสายพันธุ์นี้จะเหมาะปลูก 2 ครั้งต่อปี คือฤดูฝน เริ่มปลูกช่วงเดือนพฤษภาคม และฤดูแล้ง เริ่มปลูกเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมกราคม โดยที่นี่จะปลูกเพียงรอบเดียวคือหลังนา แล้วหลังจากนั้นจะปลูกพืชผักและทำนาต่อ โดยเน้นให้สมาชิกทำนาแบบปลอดภัย งดเผาตอซัง เน้นการไถกลบช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

ผลิตภัณฑ์น้ำเต้าหู้หวานน้อย แบรนด์ “Soy yong” ซอยยอง

ขั้นตอนแปรรูปน้ำนมถั่วเหลืองอินทรีย์
“Soy yong” ซอยยอง สูตรลับเฉพาะ

สำหรับขั้นตอนการแปรรูปในส่วนของน้ำเต้าหู้อินทรีย์ แบรนด์ Soy yong พี่กร อธิบายว่า ต้องเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดที่ดีและสมบูรณ์ โดยถั่วเหลืองทุกเมล็ดที่นำมาแปรรูปจะเป็นถั่วเหลืองที่ปลูกในระบบอินทรีย์ฝีมือสมาชิกในกลุ่ม

ผลิตภัณฑ์น้ำเต้าหู้หวานน้อย แบรนด์ “Soy yong” ซอยยอง
  1. เมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองที่เหมาะสำหรับการนำมาแปรรูปนั้นจะต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ที่แห้งสนิทและคัดเมล็ดที่ไม่สมบูรณ์ออกไป
  2. นำเมล็ดถั่วเหลืองที่คัดเลือกเสร็จแล้ว ไปแช่ในน้ำทิ้งไว้เป็นเวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับฤดูกาล เพราะฤดูหนาวฤดูร้อนใช้เวลาการแช่ไม่เท่ากัน
  3. หลังจากนั้นให้นำเมล็ดพันธุ์ที่แช่เสร็จแล้วมาล้างทำความสะอาดอีกประมาณ 4 ครั้ง ล้างจนเมล็ดใสสะอาด
  4. นำเมล็ดที่ล้างทำความสะอาดเสร็จไปเข้าเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำเปล่า แล้วปั่นให้เข้ากัน จนส่วนผสมเนียนละเอียด
  5. นำส่วนผสมที่ปั่นละเอียดแล้วมากรองด้วยผ้าขาวบาง บีบเอาเฉพาะน้ำ ใส่หม้อเตรียมไว้
  6. นำน้ำเต้าหู้ขึ้นตั้งไฟต้มในอุณหภูมิประมาณ 75 องศาเซลเซียส ต้มนาน 45 นาที
  7. นำมากรอกใส่ขวดภาชนะที่เตรียมไว้ส่งให้ลูกค้า
  8. ฝักถั่วเหลืองพร้อมเก็บเกี่ยว

ซึ่งจุดเด่นน้ำนมถั่วเหลือง แบรนด์ Soy yong คือเท่าที่ทราบตอนนี้เราเป็นเจ้าแรกในจังหวัดลำพูน ที่ผลิตน้ำเต้าหู้อินทรีย์ขึ้นมา เพราะส่วนใหญ่แล้วผู้ผลิตจะเลือกซื้อเมล็ดถั่วเหลืองทั่วไปตามท้องตลาดซึ่งอาจจะไม่ใช่ถั่วเหลืองอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ของเรามั่นใจได้ เพราะเราเป็นเกษตรกรผู้ผลิตตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ ส่งถึงมือผู้บริโภคโดยตรง เพราะฉะนั้น ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ถึงความสะอาด ปลอดภัย โดยตอนนี้น้ำเต้าหู้อินทรีย์ของ แบรนด์ Soy yong จะมี 2 รสด้วยกัน คือ 1. น้ำเต้าหู้รสออริจินอล ไม่ใส่น้ำตาล และ 2. น้ำเต้าหู้หวานน้อย ทำสดใหม่ทุกวันตามออเดอร์ลูกค้า สามารถเก็บแช่ตู้เย็นไว้ได้นาน 7 วัน

ในแง่ของการสร้างมูลค่าเพิ่ม คิดง่ายๆ ว่าปริมาณเมล็ดถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม สามารถนำมาแปรรูปทำน้ำเต้าหู้ได้ประมาณ 8 ลิตร โดยสัดส่วนน้ำเต้าหู้ปริมาณ 1 ลิตร สามารถนำมากรอกบรรจุใส่ขวดขนาด 250 มิลลิลิตร ได้จำนวน 4 ขวด ขายในราคาขวดละ 35 บาท น้ำเต้าหู้ 1 ลิตร ทำเงินได้ 140 บาท ก็เท่ากับว่าน้ำเต้าหู้ 8 ลิตร สามารถนำมากรอกบรรจุใส่ขวดได้มากถึง 32 ขวด เมื่อคิดเป็นจำนวนเงินแล้วถือว่าได้ไม่น้อย สามารถสร้างมูลค่าได้มากกว่าการขายเมล็ดสดหลายเท่า และนอกจากการเพิ่มมูลค่าแล้ว ยังมีข้อดีอีกมุมคือ 1. การสร้างความเข้มแข็งให้กับคนในชุมชนได้มีรายได้เพิ่มขึ้น 2. ช่วยส่งเสริมปลูกฝังการทำเกษตรปลอดภัย ทำให้เกิดระบบการเกษตรที่ยั่งยืน อาศัยธรรมชาติในการดูแลรักษา โดยหลังจากการที่ทำถั่วเหลืองเสร็จ ก็สามารถนำมาเป็นอินทรียวัตถุในที่นาของตนเองได้ 

เตรียมแปรรูปทำน้ำเต้าหู้

มือใหม่เริ่มต้นหาตลาดยังไง อันดับแรกให้เริ่มต้นมองว่าสินค้าของเราคืออะไร แล้วเดินไปหากลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ยกตัวอย่าง น้ำเต้าหู้อินทรีย์ แน่นอนว่าเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เราก็จะเดินไปหากลุ่มที่รักสุขภาพ รวมถึงผู้สูงอายุ โดยเป้าหมายแรกของเราคือโรงพยาบาล เป็นกลุ่มหมอ และนางพยาบาล รวมถึงคนไข้ที่เข้ามารักษา แล้วจากนั้นค่อยๆ ขยายฐานลูกค้าไปในกลุ่มของผู้หญิงที่ต้องการลดความอ้วนหรือกินเพื่อเพิ่มพลังงาน และเมื่อผลิตภัณฑ์เราดีมีคุณภาพ ต่อไปก็เป็นการบอกปากต่อปาก จนไปถึงขั้นสร้างไลน์กลุ่มไว้สำหรับซื้อขายน้ำเต้าหู้ และพัฒนาสร้างแบรนด์น้ำเต้าหู้อินทรีย์ขึ้นมา สามารถสร้างยอดขายในยุคโควิด-19 ได้ประมาณเดือนละ 25,000-30,000 บาท จากที่เมื่อก่อนไม่เคยมีรายได้ตรงนี้

 

ฝากถึงเกษตรกรมือใหม่

“อย่างแรกผมคิดว่าต้องเริ่มจากที่สิ่งที่เรามีอยู่ ดูว่าเรามีพืชตัวไหนอยู่ในมือ อย่างลำพูนก็ไม่ได้มีแค่ลำไย ยังมีผลไม้ชนิดอื่นอีกมากมายที่เป็นพืชเศรษฐกิจ ในพื้นที่ของเรา เราจะรู้ว่าปลูกอะไรดีและได้ผลผลิตอะไรออกมาดีที่สุด จากนั้นก็ไปดูว่าตลาดมีความต้องการไหม เพราะว่าตลาดมีความสำคัญมาก ถ้าเราทำไปแล้วตลาดไม่มีความต้องการ ก็จะกลับเข้าสู่วงวนเดิมๆ คือจำใจต้องขายในราคาถูก หรือที่เลวร้ายไปกว่านั้นต้องนำไปทิ้ง แต่ถ้าเรารู้ทันตลาดก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว” พี่กร กล่าวทิ้งท้าย

เมล็ดถั่วเหลืองคุณภาพ

สำหรับท่านที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร. 081-992-8397    เฟซบุ๊ก : วิสาหกิจชุมชนธรรมเกษตรอินทรีย์บ้านป่าป๋วย