พฤกษา รัก (ษ์) วันสำคัญ ชวนกันปลูกป่า เพราะว่า… “รัก” เป็นดั่งต้นไม้

ต้นไม้มีความรัก   ให้ทุกคนบนโลกนี้

ต้นไม้ให้อากาศดีดี           ให้ปอดเรานี้ได้หายใจ

ต้นไม้ให้เราได้ร่มรื่น          ได้สดชื่นสบายใจ

เรามาช่วยกันรักต้นไม้       ถนอมรักษาไว้ให้เขียวขจี

เป็นสารจากรองผู้อำนวยการสำนักสวัสดิการสังคม เรืออากาศตรี รักษา โภคาสถิตย์ เขียนไว้ในหนังสือ “วันต้นไม้ประจำปีแห่งชาติ 2534” กองสวนสาธารณะ สำนักสวัสดิการสังคม กรุงเทพมหานคร พิมพ์เพื่อเป็นอภินันทนาการ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีแห่งชาติ 28 พฤษภาคม 2534

หนังสือ วันต้นไม้ประจำปีแห่งชาติ พ.ศ…. ซึ่งจัดพิมพ์โดย สำนักงาน งานส่งเสริมและเผยแพร่ กองสวนสาธารณะ สำนักสวัสดิการสังคม กรุงเทพมหานคร เป็นการจัดพิมพ์ตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งแต่ละปี แต่ละเล่ม ก็จะมีคำนำ คำขวัญ จากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แต่ละช่วงสมัยหมุนเวียนแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่เหมือนกันโดยทุกช่วงสมัยก็จะมีนโยบายที่เหมือนกันคือ เชิญชวนปลูกต้นไม้ในวันต้นไม้ประจำปีแห่งชาติ ตามประกาศกรุงเทพมหานคร โดยกำหนดให้ตรงกับวันวิสาขบูชาทุกปี เพียงแต่ว่า แต่ละปี วันวิสาขบูชาอาจจะเปลี่ยนช่วงเวลาไปตามปฏิทิน หรืออาจจะตรงกับวันเข้าพรรษา หรือตรงกับวันเพ็ญในเดือนพฤษภาคม มิถุนายน หรือเดือนกรกฎาคม ตามแต่ปีไหนจะมีเดือน 8 สองหน ดังยกตัวอย่างบางปี ซึ่ง “วันต้นไม้ประจำปีแห่งชาติ” จะตรงกับวันใด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครท่านใด ดังตัวอย่างในช่วงสมัยแต่ละปีต่อไปนี้

วันเข้าพรรษา พ.ศ. 2529 วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พลตรีจำลอง ศรีเมือง

(ไม่ได้ระบุ) พ.ศ. 2531 วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พลตรีจำลอง ศรีเมือง

วันวิสาขบูชา พ.ศ. 2532 วันศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม พลตรีจำลอง ศรีเมือง

วันวิสาขบูชา พ.ศ. 2534 วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม พลตรีจำลอง ศรีเมือง

วันวิสาขบูชา พ.ศ. 2536 วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน ร้อยเอกกฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา

วันวิสาขบูชา พ.ศ. 2539 วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม ร.ต.ต. เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ (รองปลัดกรุงเทพมหานคร ปฏิบัติราชการแทนฯ)

วันวิสาขบูชา พ.ศ. 2540 วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม นายพิจิตต รัตตกุล

วันวิสาขบูชา พ.ศ. 2542 วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม นายพิจิตร รัตตกุล

ก็เป็นตัวอย่างหนังสือแต่ละปี เพื่อยืนยันว่า กิจกรรมเชิญชวนปลูกต้นไม้ของกรุงเทพมหานครจัดมาเกือบสี่สิบปีมาแล้ว เพื่อให้ประชาชนเห็นคุณค่าความสำคัญและประโยชน์ของต้นไม้ที่จะช่วยเพิ่มพูนทรัพยากรของชาติ และช่วยให้สภาพแวดล้อมของบ้านเมืองน่าอยู่อาศัย ร่มรื่น สวยงามด้วยต้นไม้ทั้งไม้ยืนต้น และไม้ดอกไม้ประดับ สมดังคำที่ว่า “ปลูกต้นไม้คนละต้น เกิดผลอนันต์”

ในหนังสือวันต้นไม้ประจำปีแห่งชาติ ซึ่งกองสวนสาธารณะจัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเผยแพร่วิชาการด้านการเกษตร โดยแต่ละเล่ม แต่ละปี จะรวบรวมข้อเขียนงานวิชาการ งานวิจัย จากนักวิชาการหลายด้าน โดยมีเหล่าคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยให้การสนับสนุนเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ งานทดลองปฏิบัติการงานเกษตรหลายแขนง รวมทั้งผลงานที่เป็นประโยชน์กับผู้สนใจหลากหลาย โดยจัดเป็นหนังสือแจกจ่าย เพื่ออภินันทนาการแก่ผู้สนใจ และยินดีที่จะให้เผยแพร่ เพื่อเป็นประโยชน์แก่สาธารณชน เป็นคู่มือศึกษาวิจัยได้ทุกระดับการศึกษา

สำหรับวันต้นไม้ประจำปีแห่งชาติ ได้มีหน่วยงานอีกหน่วยงานซึ่งรับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับการปลูกป่ารักน้ำ รักษาทรัพยากรป่าไม้ชาติ คือหน่วยงาน “กรมป่าไม้” เนื่องจากได้รับการสถาปนามาตั้งแต่ พ.ศ. 2439 สิริอายุถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2560) มีอายุถึง 121 ปี โดยมีพัฒนาการตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ได้แบ่งกรมป่าไม้ออกเป็น 3 หน่วยงาน คือ 1. กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ 3. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ต่อมามีพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2546 โอนกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาเป็น กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ได้จัดวันสำคัญของกรมป่าไม้ ที่เป็นกิจกรรมเกี่ยวกับการเชิญชวนปลูกป่า รักษาต้นไม้ ได้แก่

– วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ

– วันป่าไม้โลก

– วันต้นไม้ประจำปีของชาติ

– วันคล้ายวันสถาปนากรมป่าไม้

– วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ

จะเห็นได้ว่า ทั้งหน่วยงานกรุงเทพมหานคร โดย กองสวนสาธารณะ มี “วันต้นไม้ประจำปีแห่งชาติ” ส่วนหน่วยงานกรมป่าไม้ก็จะมีวันสำคัญคือ “วันต้นไม้ประจำปีของชาติ” โดยทั้งสองหน่วยงานก็มีเป้าหมายในทิศทางเดียวกัน ดังคำขวัญของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2534 มีไว้ว่า “ปลูกและรักษ์ต้นไม้ เพิ่มความสดใสให้สังคม”

จากวันวานมาถึงวันนี้ รัฐบาลได้จัดให้มีวันสำคัญที่เกี่ยวกับการปลูกป่า หรือวันเกี่ยวกับป่าไม้ ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงของวันวิสาขบูชา หรือวันเข้าพรรษาในบางปี โดยมีเหตุผลเกี่ยวข้องกับสภาพดินฟ้าอากาศที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของต้นไม้ ซึ่งหากปลูกในพื้นที่ที่ต้องปล่อยไว้ตามธรรมชาติจะได้อาศัย น้ำ หรือความชุ่มชื้นจากดินฟ้าอากาศในช่วงฤดูกาลนั้น

ถ้าหากศึกษาความเป็นมาของวันต้นไม้ประจำปีในภูมิภาคสากลแล้ว พบว่า วันต้นไม้ประจำปีถือกำเนิดตั้งแต่ครั้งแรก มีมานานแล้ว คือในประเทศสหรัฐอเมริกา มีการเสนอต่อสภาการเกษตรของมลรัฐ NEBRASKA ได้รับความเห็นชอบและมีการสนับสนุนให้วันต้นไม้ประจำปีครั้งแรกของโลก เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2415 เป็นเวลาร้อยกว่าปีแล้ว โดยรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันปลูกต้นไม้ได้มากกว่าหนึ่งล้านต้น จึงถือปฏิบัติกันสืบมา และมลรัฐอื่นๆ ก็ดำเนินการตามความคิดนี้แพร่ขยายไปทั่วโลก มีมากกว่า 61 ประเทศ ที่กำหนดให้มีวันต้นไม้ด้วย

ในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2481 กรมป่าไม้ ได้เชิญชวนข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมกันปลูกต้นไม้ในวันชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 24 มิถุนายน เป็นครั้งแรก ที่มีการปลูกต้นไม้แบบทำกันในต่างประเทศ เรียกว่า Arbor Day ในปี พ.ศ. 2484 กรมป่าไม้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ในส่วนภูมิภาคดำเนินการร่วมกับคณะกรรมการจังหวัดและอำเภอปลูกต้นไม้ในวันชาติ 24 มิถุนายน 2484 ถือเป็นวันต้นไม้ประจำปีอย่างเป็นทางการครั้งแรก

ปี พ.ศ. 2503 ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ยกเลิก จาก “วันชาติ” และมีมติใหม่กำหนดให้ “วันเข้าพรรษา” เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติแทน และในพ.ศ. 2532 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอคณะรัฐมนตรีว่าสภาพฤดูกาลเปลี่ยนแปลงไป ต้นไม้ที่ปลูกวันเข้าพรรษากลางฤดูฝนถ้าหากฝนทิ้งช่วงจะเกิดสภาวะขาดแคลนน้ำ ต้นไม้ที่ปลูกไว้จะได้รับความเสียหาย จึงขอให้พิจารณาอนุมัติให้ “วันวิสาขบูชา” ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมในระยะเริ่มต้นฤดูฝน เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติแทน จึงถือปฏิบัติถึงปัจจุบัน กรมป่าไม้จึงได้ดำเนินการจัดงานวันต้นไม้ประจำปีของชาติเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของวันดังกล่าว โดยมีกิจกรรมปลูกต้นไม้แบบประชาอาสา จัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ ให้ผู้สนใจและสถานศึกษาหรือหน่วยงานต่างๆ ร่วมกิจกรรมในวันสำคัญของกรมป่าไม้ ในแต่ละปี ดังนี้

วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ กำหนดให้เป็นวันที่ 14 มกราคม ของทุกปี ด้วยเหตุผลที่ว่าป่าไม้เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ให้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ช่วยรักษาความสมดุลของสภาวะแวดล้อม และป้องกันภัยธรรมชาติ รวมทั้งเชื่อมโยงกับการลดปัญหาที่จะประสบภาวะโลกร้อนด้วย ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2533 กำหนดให้วันที่ 14 มกราคม ของทุกปี จัดกิจกรรมวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ โดยมีการจัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ แจกกล้าไม้ แจกเอกสาร ประกวดภาพวาด คำขวัญ จัดอบรมเชิญชวนให้งดเว้นการตัดไม้ทำลายป่า เป็นวันลด ละ เลิก การบุกรุกแผ้วถางป่า รวมทั้งร่วมมือร่วมใจปลูกต้นไม้ทดแทนในป่าที่ถูกตัดหรือถูกบุกรุกทำลาย

วันป่าไม้โลก (World Forestry Day)

กำเนิดขึ้นจากการประชุมของสมาพันธ์การเกษตรแห่งยุโรป ครั้งที่ 23 และรัฐบาลภาคีสมาชิกขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2514 และมีมติเห็นพ้องร่วมกันสนับสนุนให้วันที่ 21 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันป่าไม้โลก เพื่อเตือนใจชาวโลกให้ระลึกถึงความสำคัญของป่าไม้ และประโยชน์ต่างๆ ที่มนุษย์ได้รับจากป่า และเป็นการสร้างจิตสำนึกของสาธารณชน รวมทั้งเพื่อร่วมเฉลิมฉลองและเผยแพร่ข่าวสารในวันพิเศษ ซึ่งเป็นวันที่มีกลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน (Equinox) โดยมีประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปร่วมรณรงค์และมีประเทศที่เข้าร่วมเพิ่มขึ้น ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เนปาล ปากีสถาน ฯลฯ สนับสนุนการอนุรักษ์ป่าไม้ให้ยั่งยืนตลอดไป

วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ

จากพระกระแสรับสั่งของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ว่า “ฉันอยากจะปลูกป่า” ด้วยพระราชปณิธาน ขององค์สมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย ที่จะฟื้นฟูป่าของประเทศซึ่งกำลังเสื่อมโทรม ให้มีความสมบูรณ์ขึ้นอีกครั้ง ให้เป็นป่าที่สวยงาม อุดมไปด้วยพฤษชาตินานาพรรณที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ทั้งไม้ใช้สอย ไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม และทรงมุ่งหวังที่จะให้เกิดความสมดุลตามธรรมชาติ เพื่อเป็นมรดกของลูกหลานไทยต่อไป เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อพระองค์ท่าน ที่ทรงงานพัฒนาชนบทของประเทศไทยเฉพาะการฟื้นฟูสมดุลของธรรมชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอคณะรัฐมนตรี กำหนดให้วันพระราชสมภพของพระองค์ คือ วันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ เพื่อปวงชนชาวไทยได้มีโอกาสแสดงความเสียสละแรงกายแรงใจ รวมทั้งความสามัคคีน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นราชสักการะแด่พระองค์ ด้วยการร่วมกันบำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกไว้ตามสถานที่ต่างๆ โดยการใส่ปุ๋ย พรวนดิน ปลูกซ่อมต้นไม้ ถากถางวัชพืช ซึ่งกรมป่าไม้มีการจัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ทั่วไปพร้อมกันทั่วประเทศ

สำหรับวันคล้ายวันสถาปนากรมป่าไม้ ได้เคยกล่าวรายละเอียดในฉบับที่ผ่านมาแล้ว จากความเป็นมาซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ให้ตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน ร.ศ. 115 (พ.ศ. 2439) เพื่อรับผิดชอบดูแลกิจการด้านป่าไม้ทั้งปวงทั่วประเทศไทย และทางราชการก็ถือเอาวันนี้เป็นวันสถาปนากรมป่าไม้ตลอดมา

มีคำกล่าวในหนังสือ “วันต้นไม้ประจำปีแห่งชาติ 2536” เชิญชวนมาปลูกต้นไม้กันเถิด โดยสรุปไว้ว่า “ปลูกต้นไม้ ปลูกชีวิต ลดมลพิษ ให้มวลชน” ขอเสริมด้วยสักคนว่า … “ปีนี้ได้ปลูกต้นไม้สักต้นแล้วหรือยัง?”

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มปริญญาโท ปากพนัง ปลูกทุเรียนเทศ ใช้นวัตกรรมสกัดสาร ต่อยอดทำผลิตภัณฑ์
บทความถัดไปแบบนี้ก็ได้! เกษตรกรเมืองอุบลฯ ซื้อเงาะมาขาย ตอนหลังปลูกเอง ได้ผลดี ฟันกำไรงาม