“มนัญญา” ห่วงพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยภาคเหนือ สั่งเร่งกระจายผลผลิตโดยเร็ว สกจ. 3 จังหวัด

“มนัญญา” ห่วงพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยภาคเหนือ สั่งเร่งกระจายผลผลิตโดยเร็ว สกจ. 3 จังหวัด “เชียงใหม่ ลำพูน น่าน” ขานรับขับเคลื่อนผ่านช่องทางการตลาดต่างๆ ล่าสุดสถานการณ์คลี่คลายในทางที่ดี ขณะผลผลิตเริ่มเข้าสู่ช่วงปลายฤดู นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีความเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยในพื้นที่หลายจังหวัดทางภาคเหนือ ซึ่งปีนี้ (2565) มีผลผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 20% แบ่งเป็นลำไยในฤดู 812,818 ตัน และนอกฤดู 259,746 ตัน ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดงบเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจำนวน 95 ล้านบาทจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์หนุนเครือข่ายสหกรณ์ 7 จังหวัดภาคเหนือเปิดจุดรับซื้อผลผลิตในราคานำตลาด พร้อมจัดส่งคู่ค้าเอกชนและเครือข่ายสหกรณ์ปลายทางเพื่อกระจาย สู่ผู้บริโภคทั่วประเทศโดยเร็วที่สุด ล่าสุดสถานการณ์ลำไยเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี อีกทั้งเวลานี้ผลผลิตก็อยู่ในช่วงปลายฤดู ในเกือบทุกพื้นที่

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลกรมส่งเสริมสหกรณ์รายงานผลการกระจายผลผลิตลำไยของสถาบันเกษตรกรต้นทาง 14 แห่งใน 5 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำพูน และน่าน ฤดูกาลผลิตปี 2565 ล่าสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2565) ระบุว่ามีปริมาณการกระจายลำไยทั้งหมด 2,431.75 ตัน แบ่งเป็นโมเดิร์นเทรดและร้านสะดวกซื้อ 451.53 ตัน เครือข่ายสหกรณ์ 447.14 ตัน และตลาดทั่วไทยในประเทศ 1,357.93 ตัน และอื่นๆ เช่น ค้าขายทางออนไลน์ ส่งออกผ่านตัวแทน 175.15 ตัน

นางสาวกมลวรรณ นุชัย สหกรณ์จังหวัดลำพูน ยอมรับว่า สถานการณ์ลำไยของจังหวัดลำพูนในขณะนี้ใกล้จะหมดแล้ว เหลือในพื้นที่ประมาณ 20% ส่วนตลาดก็ไม่มีปัญหาอะไร เนื่องจากลำไยอยู่ในช่วงปลายฤดูจากนี้ไปก็จะเป็นลำไยนอกฤดู โดยลำไยลำพูนผลิตจะออกสู่ตลาดมากที่สุดในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมทุกปี “ปัญหาลำไยลำพูนจะไปชนกับจังหวัดอื่นที่ออกมาพร้อมๆ กัน แต่โชคดีเรามีตลาดลูกค้าประจำรองรับอยู่แล้ว ทั้งห้างสรรพสินค้า ตลาดโมเดิร์นเทรด ห้างแม็คโคร โลตัส และเครือข่ายสหกรณ์จากทั่วประเทศในการช่วยกระจายผลผลิต จึงไม่ค่อยเป็นปัญหา” สหกรณ์จังหวัดลำพูน กล่าว เช่นเดียวกับพื้นที่ จังหวัดน่าน สถานการณ์ลำไยเข้าสู่ในช่วงปลายฤดูเช่นกัน

นางสุภาพ ไทยน้อย สหกรณ์จังหวัดน่าน เผยว่า ผลผลิตลำไยในพื้นที่จังหวัดน่านปีนี้อยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นตัน ส่วนใหญ่จะปลูกกันมากในอำเภอเชียงกลาง และอำเภอท่าวังผา ซึ่งขณะนี้ผลผลิตโดยรวมเริ่มวายแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเชียงกลางคาดว่าจะหมดในปลายเดือนสิงหาคม 2565 ส่วนอำเภอท่าวังผาขณะนี้ผลผลิตยังกระจุก ทางสหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินท่าวังผา จำกัด เร่งระบายโดยผ่านเครือข่ายสหกรณ์ปลายทาง อย่างเช่นวันนี้ (18 สิงหาคม) มีวันนี้สหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินท่าวังผา จำกัด คัดลำไยคุณภาพเพื่อส่งสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี และสหกรณ์การเกษตรบ้านลาด จำกัด ส่วนอำเภออื่นเกือบไม่มีแล้วหรือมีเพียงน้อยนิดเท่านั้น

“ช่วงที่ผ่านมาโชคไม่ดี น่านเจอฝนจากพายุมู่หลานพัดผ่านเข้ามา ส่งผลให้ผลผลิตส่วนที่เหลือร่วงแตกกระจายได้รับความเสียหายทำให้หมดเร็วกว่าที่คาดการณ์” สหกรณ์จังหวัดน่าน กล่าว

ขณะที่สถานการณ์ลำไยโดยรวมของจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้เก็บเกี่ยวไปแล้วประมาณ 70% ส่วนใหญ่จะอยู่ในโซนตอนใต้ไล่ตั้งแต่ อำเภอฮอด อำเภอจอมทอง อำเภอสันป่าตอง และอำเภอหางดง ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ติดต่อกับจังหวัดลำพูน โดยขณะนี้ผลผลิตเกรด AA เก็บเกี่ยวหมดแล้ว เหลือเพียงผลผลิตตกเกรด ซึ่งมีจำนวนไม่มากนัก โดยจะส่งให้กับโรงงานแปรรูปสหกรณ์ต่อไป

ส่วนพื้นที่ทางตอนเหนือเขตอำเภอแม่แตง อำเภอพร้าว อำเภอเชียงดาว และอำเภอไชยปราการ ผลผลิตกำลังออกสู่ตลาดและราคารับซื้อลำไยเกรด AA ยังค่อนข้างดี สนนราคาอยู่ที่ 17-18 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับลำไยสดร่วง ส่วนลำไยสดช่ออยู่ที่ 20-24 บาทต่อกิโลกรัม

“ลำไยโซนใต้ออกชนกับของลำพูนราคาจะลงเยอะ พอมาตรการรัฐเข้ามาก็ช่วยประคองสถานการณ์ไว้ได้ระยะหนึ่ง ตอนนี้ผลผลิตโซนใต้หมดแล้วเริ่มไล่ขึ้นไปทางเหนือ อันที่จริงช่วงนี้ล้งจีนหยุดรับซื้อแล้ว แต่บังเอิญออร์เดอร์ที่เขารับมายังไม่พอ จึงต้องมารับซื้อทางโซนเหนือเพิ่ม ทำให้ราคาขยับขึ้นมาหน่อย ทั้งที่จริงช่วงกลางฤดูโซนเหนือราคาจะอยู่ที่ 13-14 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น” นายสุริยะ คำปวง สหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าว และว่า อีกสองสัปดาห์ผลผลิตลำไยสายเหนือก็จะเริ่มเบาลงและจะหมดในราวเดือนกันยายน 2565 จากนั้นก็จะเข้าสู่การทำลำไยนอกฤดูต่อไป โดยขณะนี้เหลืออีกประมาณ 30% เท่านั้น จากผลผลิตทั้งหมด 296,666 ตันของจังหวัดเชียงใหม่