เปิดผลศึกษาการขนส่งทุเรียนสด จากไทยไปจีน

สศก.เผย ล้งนิยมขนส่งทางบกเป็นหลัก แนะเลือกใช้รูปแบบการขนส่งให้เหมาะกับฤดูกาล-ความต้องการตลาด

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการศึกษารูปแบบการขนส่งทุเรียนสดจากประเทศไทยไปสาธารณรัฐประชาชนจีน ปี 2565 ซึ่ง สศก. ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการจัดทำแผนเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตรของประเทศไทย ได้ดำเนินการศึกษารูปแบบและเส้นทางการขนส่งทุเรียนสดจากไทยไปจีน พร้อมทั้งพิจารณาข้อดี ข้อเสีย ของเส้นทางในแต่ละรูปแบบ โดยการศึกษาได้คัดเลือกจังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีพื้นที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดในประเทศ เป็นพื้นที่เป้าหมายของการศึกษา รวมทั้งลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์ใน 3 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจโรงคัดบรรจุที่รวบรวมผลผลิตและส่งออกทุเรียนสดไปจีน ผู้ให้บริการขนส่งทุเรียนสดจากไทยไปจีนทั้งทางถนน ทางน้ำ และทางอากาศ และเจ้าหน้าที่รัฐ          ที่รับผิดชอบการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรประจำด่านตรวจพืชและด่านศุลกากรที่เกี่ยวข้อง

จากข้อมูลในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2560-2564) พบว่า รูปแบบการขนส่งทุเรียนสดจากไทยไปจีนเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่นิยมใช้การขนส่งทางน้ำ เปลี่ยนเป็นการขนส่งทางถนนเพิ่มขึ้น

ดร. ทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กล่าวถึงรายละเอียดค่าขนส่งแต่ละประเภท โดยการขนส่งทางน้ำ จากท่าเรือแหลมฉบังของไทยไปยังท่าเรือเซี่ยงไฮ้และชิงต่าวของจีน มีอัตราค่าขนส่งต่ำสุดอยู่ที่ 12 บาท/กิโลกรัม ขณะที่ การขนส่งทางถนน โดยรถบรรทุก อัตราค่าขนส่ง อยู่ที่ 14-22 บาท/กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับเส้นทางที่ใช้ หากใช้เส้นทาง R3A จากด่านศุลกากรเชียงของ จังหวัดเชียงราย ผ่านด่านบ่อเต็น (สปป.ลาว) ด่านโม่ฮาน (จีน) ไปมณฑลยูนนาน              อัตราเริ่มต้นอยู่ที่ 14 บาท/กิโลกรัม และหากใช้เส้นทาง R12 จากด่านศุลกากรจังหวัดนครพนม ผ่านด่านน้ำพราว (สปป.ลาว) ผ่านด่านจาลอ (เวียดนาม) ผ่านด่านโหย่วอี้กวน (จีน) ไปมณฑลหนานหนิง อัตราอยู่ที่ 22 บาท/กิโลกรัม ส่วนการขนส่งทางอากาศ มีอัตราค่าขนส่งสูงที่สุด อยู่ที่ 65 บาท/กิโลกรัม

ดังนั้น เพื่อให้การบริหารต้นทุนค่าขนส่งคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ล้งควรเลือกใช้รูปแบบการขนส่งให้เหมาะสมกับปริมาณผลผลิตตามฤดูกาลผลิตและความต้องการบริโภคของตลาดจีน โดย ช่วงต้นฤดู ที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย ผู้บริโภคชาวจีนมีความต้องการบริโภคทุเรียนสดคุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยม ล้งควรเลือกรูปแบบการขนส่งทางอากาศ เพื่อให้ทุเรียนสดถึงปลายทางได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อความต้องการของผู้บริโภค และยังสามารถขายทุเรียนสดได้ในราคาที่สูง ซึ่งการขนส่งรูปแบบนี้เหมาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคชาวจีนที่มีกำลังซื้อและมีความต้องการบริโภคโดยไม่สนใจราคา สำหรับช่วงกลางฤดู ผลผลิตทุเรียนสดออกสู่ตลาดมาก ล้งต้องการส่งออกในปริมาณมาก ควรเลือกการขนส่งทางถนนควบคู่กับการขนส่งทางน้ำ เพื่อลดความแออัดของการจราจรหน้าด่าน ทำให้ขนส่งสินค้าเข้าสู่ตลาดจีนได้อย่างต่อเนื่อง สามารถกระจายสินค้าไปยังตลาดจีนในเมืองต่างๆ ได้หลากหลาย และมีต้นทุนค่าขนส่งโดยรวมถูกลง และช่วงปลายฤดู ผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาดลดลง ประกอบกับความต้องการบริโภคและราคาทุเรียนในตลาดจีนลดลง ล้งควรเลือกรูปแบบการขนส่งทางน้ำเพื่อบริหารต้นทุนค่าขนส่งให้ต่ำที่สุด

ท่านที่สนใจผลการศึกษา สามารถสอบถามได้ที่ส่วนนโยบายและแผนพัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้านการเกษตร กองนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โทร. 02-579-1751 ในวันและเวลาราชการ