กยท. ผนึกกำลัง ทบ. ลงนามความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา ดัน นโยบายใช้ยางในประเทศ สร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยางด้านยุทโธปกรณ์

การยางแห่งประเทศไทย ร่วมผนึกกำลังกองทัพบก ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา ผลักดันนโยบายส่งเสริมการใช้ยางในประเทศ ต่อยอดงานวิจัย นำนวัตกรรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางด้านยุทโธปกรณ์

วันนี้ (26 กรกฎาคม 2560) การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และกองทัพบก ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา โดยมี พลเอกฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีลงนาม ซึ่งครั้งนี้ ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย และ พลตรีศักดิ์สิทธิ์ เชื้อสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก เป็นผู้แทนจาก 2 หน่วยงาน ในการร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจดังกล่าว ณ ห้องประชุมสถลสถานพิทักษ์ การยางแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ

ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า การยางแห่งประเทศไทยและกองทัพบก ตระหนักถึงความสำคัญในนโยบายด้านยางพาราของรัฐบาลที่เน้นดำเนินการแปรรูปยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่า และสนับสนุนการใช้ยางภายในประเทศ รวมทั้ง นโยบายด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรมตามนโยบายที่ได้กำหนดเป้าหมายไว้ ทั้งนี้ การยางแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นองค์กรกลางรับผิดชอบดูแลการบริหารจัดการยางพาราของประเทศไทยทั้งระบบอย่างครบวงจร ร่วมกับสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก ซึ่งเป็นหน่วยที่รับผิดชอบงานวิจัย และพัฒนาการทางทหารกองทัพบก ที่เชี่ยวชาญในการทำวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีความมั่นคง ได้มีความเห็นพ้องต้องกันที่จะประสานความร่วมมือ และนำศักยภาพของแต่ละหน่วยงานมาร่วมกันเสริมสร้างความมั่นคงและศักยภาพในการป้องกันประเทศผ่านการนำผลผลิตยางพารามาวิจัยและพัฒนา เพื่อนำไปสู่การแปรรูปเป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีมาตรฐานและประสิทธิภาพในการนำไปใช้ได้จริงในอนาคต

พลตรีศักดิ์สิทธิ์ เชื้อสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา จะเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดงานวิจัยและพัฒนาร่วมกันระหว่างการยางแห่งประเทศไทย และกองทัพบก เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์จากยางพารา นวัตกรรม หรือเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์ยางในรูปแบบต่างๆ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางการทหาร อีกทั้งเป็นการพัฒนาศักยภาพของนักวิจัย เพื่อสามารถสร้างงานวิจัยและเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมยางพารา ที่สำคัญ ความร่วมมือครั้งนี้ ยังเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการเพิ่มการใช้ยางในประเทศ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากต่างประเทศ เช่น หน้ากากป้องการสารพิษทางทหารที่ผ่านมาไทยสั่งซื้อจากต่างประเทศโดยเมื่อเปรียบเทียบราคาแล้วสูงกว่าการผลิตใช้เองประมาณ 8 เท่า ผ่านงานวิจัยเพื่อสร้างเสริม ปรับปรุง ประยุกต์ พัฒนาและซ่อมแซม โดยใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม ตลอดจนการรวบรวมและพัฒนาองค์ความรู้ในกระบวนการเหล่านี้ในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและความมั่นคง