“TRIUP FAIR 2023” ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ ชูสุดยอดงานวิจัยและนวัตกรรมไทยแห่งปี ต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ใช้งานได้จริง แนวโน้มเติบโตทั้งภาคเศรษฐกิจและสังคม

งาน TRIUP FAIR 2023 จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ สกสว. ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านวิจัยและนวัตกรรม หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัย (PMU) 9 แห่ง มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และภาคเอกชน นำโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลกลไกหนุนเสริมการพัฒนาภาคธุรกิจ รวมถึงหน่วยงานภาคการเงิน และการลงทุน ร่วมฉายภาพความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ของวงการวิจัยและนวัตกรรมไทย กับการโชว์สุดยอดผลงานวิจัยและนวัตกรรมของคนไทยมากกว่า 300 ผลงาน ณ รอยัล พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ระหว่างวันที่ 18-19 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา

โดยมีผู้เข้าร่วมชมงานอย่างคับคั่ง ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างดีทั้งจากนักวิชาการ ผู้สนใจทั่วไป ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ส่งผลให้แนวโน้มการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นได้จริง และยังเป็นกลไกสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ศ.กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธาน กสว. เผยว่า งาน TRIUP FAIR ที่จัดขี้นนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีคนสนใจเข้าร่วมงานกันอย่างมาก

นับเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ และสร้างคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับประชาชนทั้งปัจจุบันและในอนาคต จากผลงานที่นำมาโชว์ในครั้งนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่างานวิจัยและนวัตกรรมไทยทรงคุณค่ามากมาย และสามารถนำไปต่อยอดและใช้ประโยชน์ได้จริง และในงานมีการจับคู่ธุรกิจซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จ คู่ค้าได้มาเจอกัน เป็นโอกาสทางธุรกิจทำให้เจ้าของผลงานวิจัยและผู้ใช้ประโยชน์โดยเฉพาะภาคเอกชนได้มาพบกัน และเกิดการเชื่อมโยงและร่วมเส้นทางสู่การสร้างผลงานขับเคลื่อนเศษฐกิจไทยให้เติบโตไปด้วยกัน

“จากความสำเร็จของการจัดงานครั้งนี้ถือเป็นปรากฎการณ์สำคัญแห่งวงการวิจัยและนวัตกรรม จะเป็นการตอกย้ำความสำคัญของกลไกที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากขึ้น เกิดการเจรจาถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ผู้ประกอบการ Startup และภาคเอกชน ช่วยสร้างธุรกิจใหม่ สร้างการเติบโตด้านรายได้ และการแข่งขันได้อย่างแท้จริง”ประธาน กสว. กล่าว


ด้าน รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. เผยว่า การจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความสนใจในทุกภาคส่วนถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก นับว่าเป็นไปตามแนวคิดที่วางไว้ JOURNEY TO IMPACT เส้นทางจากงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การยกระดับเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ประเทศพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง มีการส่งเสริมให้นักวิจัย และผู้ประกอบการไทยผลิตผลงานที่มีคุณภาพ และสร้างผลกระทบได้จริง

นอกจากนี้ยังได้บรรลุความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศด้านการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ (RU Ecosystem) ที่ได้มาร่วมกันวางเป้าหมายร่วมในการผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมให้ไปสู่การสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรม ตามเป้าหมายการทำงานร่วมกันเป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อแสดงให้เห็นว่าเส้นทางการไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ที่สามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจของผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านต่าง ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม

“นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของการจัดงานที่นอกจากจะได้ชื่นชมสุดยอด 300 ผลงานวิจัยและนวัตกรรมไทยแล้วยังตอบโจทย์ความต้องการในภาคอุตสาหกรรมตามเป้าหมาย ทั้งจากผลงานวิจัยและนวัตกรรม และการสนับสนุนจากหน่วยงานใน RU ecosystem (Total solution) โดยมีการพบปะเจรจาจับคู่ธุรกิจ / คู่ค้า / Partner จากฐานนวัตกรรมไทย ประสบความสำเร็จด้วยดี สามารถจับคู่ธุรกิจได้ 60 คู่ โดยผู้ประกอบการมียอดจำหน่ายสินค้านวัตกรรมที่เกิดขึ้น 2 วัน รวมกว่า 200,000 บาท (จาก 40 กว่าร้านค้า) และมีการเข้าถึงแหล่งเงินทุนวิจัยได้จริง นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของการจัดงานครั้งนี้” ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวปิดท้าย