กพร.พร้อมเปิดเหมืองแร่ทองคำ หากม็อบไฟเขียวให้เอกชนสำรวจ ร่อนจดหมายเชิญชวน10รายเดิม

ลุ้นม็อบต้านเหมืองทองอยู่ในความสงบ กพร.เล็งพิจารณาใบอนุญาตเอกชนขอสำรวจ 30,000 ไร่ ส่งจดหมายเชิญชวนเอกชน 10 รายเดิม พร้อมหารือกฤษฎีกาตีความ กม.แร่ฉบับใหม่ห่วงเอกชนฟ้องขอคืนค่าภาคหลวงแร่ถ่านหิน

แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบกรอบนโยบายและแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรแร่ทองคำ ที่ผลประโยชน์จะตกกับประเทศทั้งหมด เพราะไม่มีการส่งออก มีการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้น ซึ่งกรอบดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 72/2559 เรื่อง การแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ ในส่วนของการเสนอกรอบนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ทองคำ ล่าสุดกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) จะออกประกาศและจัดทำรายละเอียดหลักเกณฑ์ต่างๆ ตามกรอบนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ทองคำดังกล่าว เพื่อให้ภาครัฐ ท้องถิ่น และประชาชนได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำที่เหมาะสม ขณะเดียวกันกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างติดตามท่าทีของประชาชนทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต้านเพื่อประเมินสถานการณ์ หากม็อบยอมรับในยุทธศาสตร์ ไม่ต่อต้าน ก็เตรียมจะพิจารณาคำขออนุญาตสำรวจแร่ทองคำที่มีเข้ามารวมจำนวนทั้งสิ้น 10 ราย กว่า 100 แปลง คิดเป็นปริมาณพื้นที่สำรวจ 30,000 ไร่

ระหว่างนี้ กพร.จะทำหนังสือสอบถามไปยังเอกชนทั้ง 10 ราย ว่ายังมีความสนใจขออนุญาตสำรวจเหมืองแร่ทองคำหรือไม่Ž แหล่งข่าวกล่าว และว่า สำหรับพื้นที่ที่คาดว่าจะมีแร่ทองคำ จากการประเมินเบื้องต้นพบว่ากระจายอยู่ในหลายจังหวัด โดยพื้นที่ที่คาดว่ามีสายแร่ทองคำแน่นอนคือเหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด มหาชน คาบเกี่ยว 3 จังหวัด คือพิจิตร เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก ยังเหลืออายุประทานบัตรอีก 10 ปี และเหมืองทองคำของบริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) จ.เลย ที่ใบอนุญาตของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมดอายุ

นายวิษณุ ทับเที่ยง รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กพร.ได้นัดหารือกับตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อสอบถามถึงข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติแร่ (พ.ร.บ.) พ.ศ.2560 (ฉบับใหม่) มีผลบังคับใช้วันที่ 29 สิงหาคมนี้ ซึ่งกฎหมายฉบับใหม่ได้ยกเลิกการกำหนดหลักเกณฑ์การคืนค่าภาคหลวง 25% ให้กับผู้ประกอบการที่มีใช้แร่ถ่านหินในการประกอบกิจการ เพราะกังวลว่าหากมีเอกชนมายื่นหลังวันที่ 29 สิงหาคม อาจถูกตัดสิทธิและอาจนำไปสู่การฟ้องร้องต่อ กพร.ในภายหลัง โดยจะขอให้ตีความข้อกฎหมายเรื่องการคืนค่าภาคหลวงถ่านหินให้ชัดเจนว่า หากเอกชนยื่นขอคืนหลังวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ กพร.จะต้องดำเนินการอย่างไร

ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน