กาฬสินธุ์อ่วม! น้ำยังท่วมอยู่ เขื่อนลำปาวใกล้เต็มขอระบายน้ำเพิ่มอีก ชาวบ้านห่วงน้ำท่วมหนักกว่าทุกปี พ้อน้ำจะถึงหลังคาแล้ว อาทิตย์หน้านาข้าวคงเน่า

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่จ.กาฬสินธุ์ สถานการณ์น้ำในพื้นที่ราบลุ่ม 5 อำเภอ คือ อ.ฆ้องชัย อ.ร่องคำ อ.กมลาไสย อ.ยางตลาด และอ.เมืองกาฬสินธุ์ ยังประสบปัญหาน้ำท่วม เป็นพลพวงจากพายุลาตัสและเซินกา ที่ทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่จำนวนมาก จนทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาวเพิ่มระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้ปริมาณน้ำยังเพิ่มขึ้นปัจจุบันอยู่ที่ 1,745 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 88 ของความจุอ่าง ซึ่งเขื่อนลำปาวมีความจุที่ 1,980 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเหลือเพียง 235 ล้น ลบ.ม. น้ำก็จะเต็มความจุ

ที่ห้องประชุม 4/1 ศาลากลางจ.กาฬสินธุ์ ในการประชุมคณะทำงานวเคราะห์สถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จ.กาฬสินธุ์ โดยนายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานในการประชุม และมีนายเธียรชัย อัจฉริยพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจ.กาสินธุ์ พล.ต.ผดุงเกียรติ โปร่งจิตติ์ ผบ.กล.รส.กส. นายสุชาติ หาญชนะชัยกุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมในการประเมินสถานการณ์และติดตามปัญหา ของพื้นที่ประสบภัยทั้ง 18 อำเภอ โดยพบว่าขณะนี้พื้นที่เสี่ยงและประสบภัยน้ำท่วมอยู่ในเขตพื้นที่ราบลุ่ม 5 อำเภอ ที่ประกอบด้วย อ.ฆ้องชัย อ.ร่องคำ อ.กมลาไสย อ.ยางตลาด และอ.เมืองกาฬสินธุ์ ขณะที่จ.กาสินธุ์ได้ประกาศให้ 14 อำเภอเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ โดยปัจจุบันมีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 195,301 ไร่ เป็นนาข้าว 194,449 ไร่ พืชไร่ 810 ไร่ พืชสวน 42 ไร่ บ่อปลา 1,068 บ่อ มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจำนวน 37,136 ครัวเรือน

นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจ.กาฬสินธุ์ ได้ออกประกาศเตือนฉบับที่ 17 ระบุว่า ขณะนี้เขื่อนลำปาวได้ระบายน้ำวันละ 25 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ซึ่งทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวฯ ได้ขอมติที่ประชุมที่จะเพิ่มการระบายเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 35 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน แต่ทางคณะกรรมการฯในประชุมได้ขอให้ระบายน้ำได้วันละ 30 ล้าน ลบ.ม. เป็นเวลา 2 วัน คือถึงวันที่ 11 สิงหาคมนี้ จากนั้นจะมาประเมินสถานการณ์อีกครั้ง
ทั้งนี้จ.กาฬสินธุ์ ได้แจ้งไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง กรมชลประทานให้ลดประตูเขื่อนกั้นน้ำชีที่ฝายคุยเชือก อ.โกสุมพิสัยประบระดับจาก 1.50 เมตร เป็น 1.80 เมตร เพื่อชะลอให้น้ำชี 5.5 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน เข้ามายังเขตกาฬสินธุ์ ขณะที่การตั้งเครื่องผลักดันน้ำที่ฝายร้อยเอ็ด 12 เครื่อง เพิ่มการระบายน้ำชีให้ไหลเร็วขึ้นวันละ 2 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้เฝ้าระวังพนังกั้นน้ำลำชีพื้นที่อ.เมืองกาฬสินธุ์ ต.ลำพาน และ.ในเขตอ.ฆ้องชัยในจุดที่เป็นมีความเสี่ยงสูงให้เสริมพนังด้วยกระสบทรายให้สูงและหนาขึ้นพร้อมเวรยามเฝ้าตลอด 24 ชม.

ทั้งนี้ทางโครงการส่งน้ำฯ ได้รายงานตัวเลขปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนลำปาวยังมาต่อเนื่องล่าสุดวันนี้อยู่ที่ 33 ล้าน ลบ.ม. เพราะอยูในช่วงดูฝน ส่วนสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำปาวปัจจุบันปริมาณน้ำภายในอ่างก็อยู่ในระดับสูงอีกทั้งยังต้องรองรับน้ำในฤดูฝนตลอดช่วงระยะเวลาจนถึงเดือนกันยายนที่มีความน่าจะเป็นไปได้ว่าปริมาณน้ำจะเข้ามายังเขื่อนลำปาวไม่น้อยกว่า 600-800 ล้าน ลบ.ม. ส่วนนี้จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเริ่มการพร่องน้ำออกจากตัวเขื่อนเพื่อให้มีพื้นที่ในการรองรับน้ำตลอดช่วงฤดูฝนนี้

นายทองบ่อ วงศ์เทเวศร์ ชาวบ้านตำบลโนนศิลาเลิง กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในตอนนี้น่าเป็นห่วงคาดว่าจะท่วมหนักและสูงกว่าทุกปี เพราะทางเขื่อนก็ปล่อยน้ำมาจำนวนมาก ตอนนี้บ้านที่อาศัยอยู่ก็ท่วมจนเกือบถึงหลังคาเพราะเป็นบ้านชั้นเดียวข้าวของเครื่องใช้ก็พังเสียหายไปหลายรายการส่วนนาข้าวถูกน้ำท่วมมากว่า 2 อาทิตย์น่าจะเน่าตายทั้งหมด