ลำไยพวงเพชรบ้านแพ้ว สินค้าขายดี เนื้อสีชมพู รสหวานฉ่ำ

คุณวิรัช ปานบ้านแพ้ว เล่าว่า ผมได้ซื้อสายพันธุ์ลำไยพวงทองจากจังหวัดกำแพงเพชร และลำไยพันธุ์เพชรน้ำเอกจากจังหวัดอุตรดิตถ์ มาปลูกที่อำเภอบ้านแพ้ว ก็ได้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ ผมได้ปลูกขยายพันธุ์เรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อ 10 ปีก่อน ได้ลำไยพันธุ์ลูกผสมที่เติบโตเร็ว แตกช่อยาว เปลือกผิวบาง ลักษณะผิวเนียน เนื้อแน่นมีกลิ่นหอม เนื้อสีชมพู รสหวานฉ่ำ เหมาะสำหรับรับประทานผลสด

คุณวิรัชเคยส่งลำไยพวงเพชรบ้านแพ้วเข้าประกวดในงานพืชสวนดีเด่นของจังหวัดสมุทรสาคร ปี 2555 ก็ได้รางวัลชนะเลิศมาครอง ปีต่อมาส่งประกวดอีกรอบ ก็ประสบความสำเร็จ กวาดรางวัลที่ 1-2-3 มาครองได้ทุกรางวัล ทุกวันนี้ ลำไยพันธุ์พวงเพชรบ้านแพ้วกลายเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ของจังหวัดสมุทรสาคร ชาวสวนลำไยในอำเภอบ้านแพ้วหันมาปลูกลำไยพันธุ์เพิ่มขึ้นกว่าหมื่นต้นแล้ว

ลำไยพวงเพชรบ้านแพ้วกลายเป็นหนึ่งในสินค้าดีของเด่นประจำจังหวัดสมุทรสาครไปแล้ว กิ่งพันธุ์ลำไยพวงเพชรบ้านแพ้วเป็นที่ต้องการของเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดจันทบุรี ราชบุรี ปราจีนบุรี ลำพูน ฯลฯ โดยติดต่อขอซื้อกิ่งพันธุ์ลำไยจากคุณวิรัชไปปลูกขยายเชิงการค้าในอนาคต ปัจจุบัน สวนลำไยของคุณวิรัชผ่านการรับรองมาตรฐาน จีเอพี จากกรมวิชาการเกษตร

คุณวิรัช ปานบ้านแพ้ว กับลำไยพวงเพชรบ้านแพ้ว ผลงานที่เขาภาคภูมิใจ คุณวิรัชขยายพันธุ์ลำไยพวงเพชรบ้านแพ้วโดยใช้วิธีการตอนกิ่ง เพราะเป็นวิธียอดนิยมที่ทำง่ายและได้ลักษณะต้นลำไยตรงตามพันธุ์ แต่การตอนกิ่งของคุณวิรัชมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร เพราะใช้ “กะปิ” เป็นตัวช่วย คุณวิรัช บอกว่า กะปิมีธาตุแคลเซียมในปริมาณสูง จะช่วยกระตุ้นให้รากลำไยงอกเร็วกว่าปกติ

การปลูกลำไย คุณวิรัชจะใช้ต้นลำไยรุ่นเก่าคือ เพชรสาคร มาปลูกเลี้ยงตอก่อน เพราะลำไยเพชรสาครมีขนาดลำต้นใหญ่ เติบโตเร็ว และรากหาอาหารเก่ง ต่อมาจึงค่อยนำลำไยพวงเพชรบ้านแพ้วมาเสียบยอดอีกครั้ง

สำหรับพื้นที่ 10 ไร่ สามารถปลูกลำไยในอัตราถี่ ระยะห่างประมาณ 4 เมตร เฉลี่ยไร่ละ 30 ต้น ขณะนี้คุณวิรัชมีเนื้อที่ปลูกลำไยจำนวน 18 ไร่ ปลูกลำไยได้ประมาณ 500 กว่าต้น มีต้นทุนการผลิต 150,000 บาท ผลผลิตรุ่นแรก ขายลำไยได้ 900,000 บาท ส่วนผลผลิต รุ่นที่ 3 ได้ 2.5 ล้านบาท ลำไยให้ผลตอบแทนที่ดี หากทำให้ลำไยออกผลได้

“ลำไย ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าไม้ผลชนิดอื่น แต่ต้องทำให้ออกผลนะ เทคนิคอยู่ที่การราดสารและการจัดการผลผลิตที่ดี สวนลำไยมีรายได้สูงกว่าการทำสวนมะม่วง แต่เทียบกับการทำสวนมะนาวที่ได้ผลผลิตทุกเดือน ปลูกมะนาวสัก 7 ปี ก็โกยรายได้ดีกว่าทำสวนลำไยเสียอีก”

เมื่อมีเกษตรกรมาขอคำแนะนำเรื่องการทำสวนลำไย คุณวิรัชจะเสนอให้ปรับพื้นที่ปลูกลำไย ในระยะห่าง 8 ศอก เนื้อที่ 10 ไร่ จะปลูกลำไยได้ 600 กว่าต้น การจัดสวนวิธีนี้จะช่วยให้เกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตจำนวนมากออกขายได้ 3 ปี พอเข้าปีที่ 5-6 ต้นลำไยที่ปลูกจะมีทรงพุ่งชนกัน หากปล่อยไว้จะทำให้ต้นลำไยไม่ออกผล

“ดูแลสวนลำไยโดยใส่ปุ๋ยเคมี 16-16-16 หรือ สูตร 17-17-17 ตกลูกละพันกว่าบาท ผมมองว่า ไม่ใช่สิ่งจำเป็น สามารถลดต้นทุนให้ถูกลงได้ โดยใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยชีวภาพ ลูกละ 400 บาทก็เพียงพอแล้ว โดยใช้ในสัดส่วนเดียวกับที่เคยใช้ปุ๋ยเคมี ทุกวันนี้ผมเลือกใช้ปุ๋ยมูลนกกระทาจากจังหวัดชัยนาท ซื้อในราคากิโลกรัมละ 3 บาทเอง”

อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยชีวภาพ ในสวนลำไย คุณวิรัชเตือนว่าควรตรวจสอบจนมั่นใจว่า ปุ๋ยที่มาจากแหล่งดังกล่าวปลอดภัย ไร้ปัญหาสารเคมีตกค้าง

คุณวิรัช บอกว่า ปีแรกต้นลำไยจะให้ผลผลิตไม่เกิน 40 กิโลกรัม หากพบช่อไหนไม่ดี ผมตัดทิ้งเลย สวนลำไยที่เพิ่งปลูกในระยะแรก ลำต้นยังไม่สูงมากนัก ผมจะเอื้อมมือไปปลิดลูกลำไยที่ไม่ได้ขนาดทิ้ง ให้เหลือแต่ผลลำไยเกรดเอ ที่มีขนาดใหญ่น้ำหนักเฉลี่ย 55-60 ผลต่อกิโลกรัม ซึ่งขายได้ราคาดี

การผลิตลำไยเกรดเอ ทำได้ไม่ยาก คุณวิรัช บอกว่า เมื่อลำไยมีผลผลิตในช่วงเดือน 1-4 ไม่ต้องเร่งสารใดๆ ปล่อยให้ต้นลำไยเติบโตตามธรรมชาติ จนย่างเข้าเดือนที่ 6-7 ผลลำไยจะเริ่มขยายผลได้เอง เมื่อถึงช่วงนี้คุณวิรัชจะฉีดพ่นธาตุแคลเซียม หรือให้ปุ๋ยเคมีสูตรที่มีธาตุอาหารตัวท้ายสูงๆ เพื่อเป็นตัวช่วยขยายผลลำไยให้เติบโตได้อย่างเต็มที่

จุดเด่นที่น่าสนใจอีกอย่างในสวนแห่งนี้ก็คือ ไม่ขึงตาข่ายกันค้างคาวเลย เพราะคุณวิรัชตัดช่อบนทิ้งหมด ทำให้ค้างคาวไม่เจอแหล่งอาหาร ทำให้สวนอายุ 16 ปี แห่งนี้ไม่ถูกค้างคาวรบกวนแม้แต่ครั้งเดียว หากใครมีข้อสงสัยประการใดเกี่ยวกับลำไยพันธุ์นี้ สามารถพูดคุยกับ คุณวิรัช ปานบ้านแพ้ว ได้โดยตรงที่เบอร์โทรศัพท์ 034-481-113, 080-059-5988, 081-373-4988