ถั่วหรั่ง พืชเศรษฐกิจแดนใต้ เติบโตดี ให้ผลผลิต 1,200 กก./ไร่ มีคุณประโยชน์สูงกว่าถั่วชนิดอื่น

หากใครมีโอกาสเดินทางไปภาคใต้ อาจเคยรับประทานถั่วหรั่งต้มใส่เกลือ หนึ่งในอาหารว่างแสนอร่อย เมล็ดถั่วหรั่งใช้ต้มรับประทานเช่นเดียวกับถั่วลิสง เมล็ดอ่อนนิยมผัดแทนเมล็ดถั่วลันเตา ใช้ประกอบอาหารประเภทแกง หรือต้มซุปก็ดี จุดเด่นไม่พบเชื้ออัลฟาท็อกซิน แม้จะเก็บไว้เป็นเวลานานหลายสัปดาห์

เมล็ดถั่วหรั่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยมีคาร์โบไฮเดรต 55-72% น้ำมัน 6-7% โปรตีน 18-20% นอกจากนี้ ยังมีสารเบต้าแคโรทีน ไทอะมีน ไรโบเฟลวิน ไนอะซิน วิตามินซี และมีสารเมทไธโอนีน ซึ่งเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในปริมาณสูงกว่าถั่วชนิดอื่น

ถั่วหรั่ง

ถั่วหรั่งมีใบรูปร่างใบหอก ก้านใบสีเขียวอมม่วง ลำต้นสีม่วงแดง ดอกสีเหลือง ผิวฝักมีสีขาวอมน้ำตาล เยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง ดอกบานเมื่อมีอายุ 38 วัน มีเปอร์เซ็นต์กะเทาะเปลือกสูงถึง 73 เปอร์เซ็นต์ ฝักและเมล็ดเจริญเติบโตในดิน หลังจากผสมเกสรแล้วจะแทงเข็มส่งเมล็ดลงดิน พัฒนามาจนเป็นเมล็ดที่สมบูรณ์ คล้ายกับถั่วลิสง โดย 1 ฝัก มีเพียงเมล็ดเดียว

ถั่วหรั่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกา ในต่างประเทศเรียกว่า ถั่วคองโก ถั่วมาดากัสการ์ และถั่วแบมบารา แต่ไม่มีบันทึกไว้ว่ามีการนำมาปลูกในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อใด ปัจจุบัน ถั่วหรั่งเป็นพืชเศรษฐกิจของภาคใต้ เกษตรกรนิยมปลูกถั่วหรั่งแซมในสวนยาง สวนมะพร้าว และสวนผลไม้อื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดสงขลา นราธิวาส ยะลา กระบี่ ตรัง พัทลุง ปัตตานี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ฯลฯ

ถั่วหรั่งมีชื่อเรียกแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น เช่น ถั่วปันหยี ถั่วไทร ถั่วเม็ดเดียว กาแจโป ฯลฯ ถั่วหรั่งเป็นพืชที่ปลูกดูแลง่าย เติบโตได้ดีแม้ปลูกในแหล่งดินที่มีความสมบูรณ์ต่ำมาก เป็นพืชที่ให้ผลผลิตสูงถึง 1,200 กิโลกรัมต่อไร่

ถั่วหรั่ง

ปัจจุบัน ถั่วหรั่งที่เกษตรกรปลูกมีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น “พันธุ์พื้นเมือง” เป็นพันธุ์ที่ปลูกกันมานาน พบอยู่ทั่วไป มีความสามารถปรับตัวเข้าสภาพแวดล้อมภาคใต้ได้ดี อายุเก็บเกี่ยว 140-180 วัน เมล็ดสีเหลืองครีม ผลผลิตเฉลี่ย 400 กิโลกรัมต่อไร่ ข้อด้อยของพันธุ์นี้คืออ่อนแอต่อโรคไหม้และโรคใบจุด “พันธุ์สงขลา 1” เป็นพันธุ์อายุเบา เก็บเกี่ยวได้ภายใน 110-120 วัน ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์พื้นเมืองและ  “พันธุ์ กวก. สงขลา 2” สามารถปลูกได้ดีในสภาพพื้นที่ดอน ดินร่วนปนทรายถึงดินทราย จัดให้ผลผลิตสูง อายุสั้น เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ที่อายุ 85-90 วัน เร็วกว่าพันธุ์สงขลา 1 ประมาณ 1 เดือน ให้ผลผลิตฝักสดและฝักแห้งเฉลี่ย 422 และ 139 กิโลกรัมต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์สงขลา 1 ถึง 27 และ 31 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ มีปริมาณโปรตีนสูงกว่าพันธุ์สงขลา 1 3.22 เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณโปรตีน 18.7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าพันธุ์สงขลา 1 ถึง 3.22 เปอร์เซ็นต์

วิธีการปลูกถั่วหรั่ง

หากต้องการปลูกแซมในสวนยางพารา แนะนำให้เลือกสวนยางปลูกใหม่อายุไม่เกิน 3 ปี ซึ่งมีที่ว่างระหว่างแถวยาง ไถดินให้ร่วนซุย ปรับผิวให้เรียบ เก็บวัชพืชออกจากแปลงให้สะอาด ใส่ปุ๋ยคอกเก่า อัตรา 500-1,000 กิโลกรัมต่อไร่ แล้วคลุกลงดิน ใช้ระยะปลูก 60×60 เซนติเมตร ขุดหลุมตื้นๆ นำเมล็ดที่สมบูรณ์หยอดลงหลุม หลุมละ 2 เมล็ด พร้อมกลบดิน หากดินมีความชื้นเมล็ดจะงอกภายในเวลา 8 วัน ข้อควรระวัง ให้แถวสุดท้ายห่างจากแถวยางพาราอย่างน้อย 100 เซนติเมตร หลังเมล็ดงอกแล้ว 21 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 12-24-12 หรือ 15-15-15 อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ โรยข้างแถวพร้อมพูนโคนกลบดิน หากดินอุดมสมบูรณ์สูงก็ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยแต่อย่างใด แม้กระนั้นก็ตาม การพูนโคนยังจำเป็นต้องทำ เพราะช่วยให้ติดฝักได้ดี และการเก็บฝักง่ายขึ้น หมั่นกำจัดวัชพืชในแปลงอยู่เสมอ แต่ในระยะแทงเข็มควรเว้นการกำจัดวัชพืชใกล้กับโคนต้น เนื่องจากมีผลกระทบกับการแทงเข็มลงดินของต้นถั่ว

โรคพืชสำคัญ

การปลูกถั่วหรั่งเสี่ยงเจอโรคพืช ได้แก่ โรคใบไหม้ การระบาดรุนแรงตั้งแต่ระยะออกดอกเป็นต้นไป หากการระบาดรุนแรงในระยะแทงเข็ม จะทำให้ผลผลิตลดลงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ การระบาดรุนแรงเกิดจากเชื้อโรคที่อาศัยอยู่ในดินเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วเมื่ออากาศร้อนอบอ้าวและมีฝนตกสลับติดต่อกันหลายวัน

วิธีป้องกันกำจัด ไม่ควรปลูกถั่วหรั่งซ้ำที่เดิม โดยไม่ปลูกพืชอื่นสลับ ตัดวงจรชีวิตของเชื้อโรค เมื่อเกิดการระบาดรุนแรงให้ฉีดพ่นด้วยสารเคมี กำจัดเชื้อรา 2 ครั้ง ทุกสัปดาห์ และโรคใบจุด เกิดจากการเข้าทำลายของเชื้อรา อาการเริ่มแรกที่พบมีจุดเล็กๆ ฉ่ำน้ำเกิดขึ้นที่ใบ ต่อมาขยายใหญ่ขึ้น มีลักษณะกลมสีน้ำตาลเข้ม การระบาดระยะแทงเข็มจะทำให้ผลผลิตลดลงใกล้เคียงกับโรคใบไหม้ การป้องกันกำจัด ควรปลูกพืชสลับหมุนเวียนในแปลงเดิม เมื่อพบการระบาดรุนแรงให้ฉีดพ่นด้วยสารเคมี เบโนมิล หรือแมนโคเซบตามอัตราแนะนำข้างฉลาก และให้งดใช้ก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างน้อย 7 วัน

ถั่วหรั่ง
ถั่วหรั่ง

การเก็บเกี่ยว

ระยะเก็บเกี่ยวให้นับอายุ หรือสังเกตใบเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล วิธีใดวิธีหนึ่ง ในดินร่วนปนทรายให้ถอนขึ้นทั้งต้น หากเป็นดินค่อนข้างเหนียวให้ใช้เสียมหรือจอบขุดขึ้นเบาๆ แล้วปลิดด้วยมือ นำผักไปล้างน้ำให้สะอาด แล้วผึ่งลมให้สะเด็ดน้ำ ก่อนส่งไปจำหน่ายในตลาดหรือใช้รับประทาน หากถ้าต้องการเก็บเมล็ดเพื่อใช้เป็นพันธุ์ปลูก ควรเก็บช้ากว่าการเก็บเมล็ดเพื่อบริโภค 10-15 วัน

ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ ศูนย์วิจัยพืชไร่สงขลา กรมวิชาการเกษตร จังหวัดสงขลา หรือกรมส่งเสริมการเกษตร ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 ในวันและเวลาทำการ