“โปรตีนข้าวไทยไร้สารก่อภูมิแพ้” สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับขยะอาหาร ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่แพ้โปรตีนจากสัตว์

เกิดจากการใช้ประโยชน์ของข้าวไทยที่มุ่งเน้นการนำ food loss และ food waste กลับมาใช้เป็นแหล่งวัตถุดิบหรือวัตถุดิบร่วมในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีจุดเด่นของการไร้สารก่อภูมิแพ้ ทั้งกลุ่มอาหาร (food) และไม่ใช่อาหาร (non-food) เพื่อสุขภาพ

รศ.ยุพกนิษฐ์ พ่วงวีระกุล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อผู้ประกอบการ คณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต หัวหน้าทีมพัฒนาฯ เล่าถึงที่มาของการทำผลิตภัณฑ์ PENEO PRO โปรตีนข้าวไทยไร้สารก่อภูมิแพ้ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ขยะอาหาร (Food Waste) และลดการสูญเสียอาหาร (Food Loss) โดยผลิตจากวัตถุดิบ 2 ชนิด คือ กากรำที่ผ่านกระบวนการเอาน้ำมันออกไปแล้ว ซึ่งได้จากกระบวนการผลิตน้ำมันรำข้าว และปลายข้าวมอลต์ เพื่อเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกจากพืชที่ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ในผู้บริโภค และสามารถผลิตเองในประเทศโดยไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าโปรตีนพืช นับว่าเป็นการส่งเสริมการเกษตรและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร อีกทั้งยังตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่แพ้โปรตีนจากสัตว์และพืชชนิดอื่น

สกัดโปรตีนไฮโดรไลเสตเองจากข้าวด้วยนวัตกรรมกระบวนการสกัดที่แตกต่างจากที่อื่นๆ และนำมาใช้เป็นแหล่งโปรตีนหลักในผลิตภัณฑ์อาหารแพลนต์เบสในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหลากหลายชนิด ที่จำหน่ายในช่องทางออนไลน์ปัจจุบันก็มี ไข่พืชผง ไก่พืชผง เนื้อพืชผง ส่วนช่องทางออฟไลน์ จะเป็น โปรตีนข้าว ไข่ต้มพืช ขนมขบเคี้ยว สลัดครีม กลุ่มเครื่องดื่มทั้งหมด เช่น น้ำนมข้าว เครื่องดื่มเปปไตด์จากข้าว เครื่องดื่มเกลือแร่เสริมโปรตีนข้าว และกลุ่มอาหารหมัก เช่น ไส้กรอกอีสานพืช แหนมพืช นมเปรี้ยวพืช โยเกิร์ตธัญพืช ซึ่งทั้งหมดมีการเสริมด้วยโปรตีนข้าวที่สกัดได้เองเพื่อเพิ่มโภชนาการด้านโปรตีนซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายมีความจำเป็นต้องได้รับทุกวันเพื่อการฟื้นฟูซ่อมแซมและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เป็นทางเลือกของคนทั่วไปที่แพ้อาหาร รวมถึงคนกินเจ มังสวิรัต และชาววีแกนที่แพ้ถั่วเหลืองและกลูเตน

คุณสมบัติและจุดเด่นของผลิตภัณฑ์

1. ไม่มีสารก่อภูมิแพ้

2. มีปริมาณกรดไฟติกลดลง 66%

3. มีปริมาณโปรตีนสูง 80%

4. ละลายง่าย ไม่มีสี กลิ่น รส

5. มีกรดอะมิโนจำเป็นทุกชนิดอยู่ในระดับความต้องการของผู้ใหญ่ มีวิตามินบี 1 บี 2 บี 3 บี 5 บี 6 สูง

6. มีคุณสมบัติเชิงหน้าที่ การละลายที่ดีในช่วง pH กว้าง เป็นมีอิมัลซิไฟเออร์และมีคุณสมบัติในการเกิดโฟม

7. คุณภาพได้มาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 356 และ 414 ไม่พบโลหะหนักและสารพิษจากรา รวมถึงไม่มีแบคทีเรียก่อโรค

8. ได้รับการขึ้นทะเบียน อย.

9. กระบวนการผลิตแตกต่างจากกระบวนการผลิตโปรตีนข้าวทางการค้าของต่างประเทศเลขที่อนุสิทธิบัตร 16757

10. เก็บได้นาน 2 ปี ที่อุณหภูมิสิ่งแวดล้อม

11. ราคาเข้าถึงง่าย เพราะสามารถผลิตได้เองในประเทศ

12. ใช้เป็นแหล่งโปรตีนทดแทน

การใช้ประโยชน์

– ด้านเศรษฐกิจ การเติบโตของตลาดอาหารกลุ่ม Free From แนวโน้มการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดการว่าจะมี CAGR เติบโตขึ้น 1325% ต่อปี ตั้งแต่ 2023 จนถึงปี 2028 ผลิตภัณฑ์ PENEO PRO ซึ่งเป็นโปรตีนข้าวไทยไร้ก่อภูมิแพ้สามารถเข้าไปมีส่วนแบ่งในตลาดกลุ่มนี้ โดยเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่แพ้โปรตีนจากสัตว์และพืชชนิดอื่นๆ ได้

– ด้านสังคม ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการดูดซึมของร่างกายผิดปกติ สามารถรับประทาน PENEO PRO เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ผู้สูงอายุที่ต้องการโปรตีนให้เหมาะสมในช่วงวัย ผู้สูงอายุควรได้รับโปรตีนเพิ่มขึ้นจากเดิม 1-1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม PENEO PRO เป็นโปรตีนที่หาทานง่าย ดูดซึมง่าย ย่อยง่าย จึงสามารถเสริมโปรตีนให้แก่ผู้สูงอายุให้เพียงพอต่อความต้องการ ผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการบดเคี้ยวหรือผู้มีปัญหาทางช่องปากเนื่องจาก PENEO PRO เป็นโปรตีนในรูปแบบที่สามารถทานได้ง่ายไม่จำเป็นต้องใช้ความสามารถในการเคี้ยวมากนัก

– ด้านสิ่งแวดล้อม กระบวนการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กระบวนการสกัด PENEO PRO เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้พลังงานน้อย โดยใช้เอนไซม์ภายในของปลายข้าวมอลต์แทนการใช้กรดแก่ ด่างแก่ ที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม เหมือนกับโปรตีนจากพืชทางการค้าทั่วไป