เกษตรกรยื่นข้อเสนอรัฐ แก้ปัญหายาสูบทั้งระบบ

เกษตรกรชาวไร่ยาสูบประสานเสียงยื่นข้อเสนอภาครัฐ แก้ปัญหาโครงสร้างอุตสาหกรรมยาสูบทั้งระบบ
ทั้งบุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้า ทบทวนอัตราภาษีใหม่ งดจัดเก็บภาษีเพิ่ม และแก้ไขกฎกระทรวงกำหนดส่วนประกอบในยาสูบ หวั่นกระทบเกษตรกร 30,000 ครอบครัวทั่วประเทศ

อุตสาหกรรมยาสูบวิกฤตหนัก ทั้งบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายขยายตัวสูงขึ้น อัตราภาษีสรรพสามิตปัจจุบันรวมถึงร่างกฎกระทรวงกำหนดส่วนประกอบในยาสูบฉบับใหม่ ส่งผลกระทบเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ กว่า 30,000 ครอบครัว ใน 20 จังหวัดทั่วประเทศ เตรียมยื่นข้อเสนอภาครัฐเร่งแก้ปัญหาทั้งระบบ บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรทั่วประเทศ

นายอัจฉริยะ วัฒนาพร ตัวแทนภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมยาสูบในประเทศไทย เผชิญวิกฤตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากการจัดเก็บภาษีที่สูง มีผลให้บุหรี่ถูกกฎหมายแพงขึ้นกว่าเท่าตัว คนจึงหันไปหาซื้อบุหรี่ผิดกฎหมาย ซึ่งมีราคาถูกกว่าและหาซื้อได้ง่ายในท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังมีปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าที่ผิดกฎหมายที่เข้ามาจำหน่ายในตลาดทั่วไป ทำให้อุตสาหกรรมและผู้ปลูกยาสูบได้รับผลกระทบอย่างมาก

นายอัจฉริยะ วัฒนาพร ตัวแทนภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย

“ปัจจุบันบุหรี่เถื่อนในประเทศไทยมีสัดส่วนสูงขึ้นกว่าร้อยละ 46 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านๆ มา ทำให้ความต้องการใช้ใบยาลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ รัฐบาลควรต้องดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อพิจารณาหาทางใช้มาตรการภาษีและยกระดับการปราบปรามการค้าบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าเหล่านี้ เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบทั่วประเทศ ตอนนี้ อุตสาหกรรมยาสูบในประเทศไทยอยู่ในสภาวะที่อ่อนแอมาก ไม่สามารถแบกรับภาระภาษีใดๆ เพิ่มเติมได้อีก เช่น ข้อเสนอจัดเก็บภาษียาสูบเพิ่มเติมสำหรับกองทุนอากาศสะอาด ซึ่งภาครัฐเองก็มีกองทุนที่เกี่ยวข้องอยู่แล้วและสามารถปรับปรุงเงินงบประมาณเพื่อนำมาใช้ดำเนินการด้านอากาศสะอาดได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีการจัดเก็บเงินภาษีเพิ่ม ภาคีฯ เห็นว่าการจัดเก็บภาษีจากผลิตภัณฑ์ยาสูบเพื่มเติมนอกจากจะเพิ่มภาระทางภาษีและสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวไร่ยาสูบแล้ว ยังเป็นการทำงานซ้ำซ้อนและทำให้การบริหารการเงินของรัฐบาลขาดประสิทธิภาพและไม่สามารถนำเงินหลวงมาใช้จ่ายในโครงการอื่นที่จำเป็นในอนาคตได้ เช่น กรณีเกิดภัยพิบัติก็ยากที่จะเอาเงินจากกองทุนอื่นๆ มาใช้เยียวยาได้”

นายปริญญา ต๊ะต้องใจ เกษตกรชาวไร่ยาสูบ กล่าวว่า โครงสร้างภาษีในปัจจุบัน ทำให้บุหรี่ถูกกฎหมายในประเทศไทยไม่สามารถแข่งขันได้ รวมถึงปัญหาบุหรี่เถื่อนที่เข้ามาตีตลาด ทำให้รายได้ของการยาสูบแห่งประเทศไทยลดลงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อปริมาณความต้องการใบยาสูบในประเทศและทำให้ชาวไร่ยาสูบมีรายได้ไม่เพียงพอกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ยิ่งทำยิ่งมีหนี้สินและมีชีวิตที่ยากลำบากมากขึ้น นอกจากนี้ ภาครัฐโดยกระทรวงสาธารณสุขยังมีแนวทางกำหนดในร่างกฎกระทรวงห้ามผลิตภัณฑ์ยาสูบใส่สารประกอบที่จำเป็นต่อการผลิตยาสูบ ซึ่งจะทำให้ใบยาสูบไทยแข่งขันได้ยากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่เถื่อนไม่ได้มีกฎหมายควบคุมจึงไม่มีข้อจำกัดเรื่องสารปรุงแต่งต่างๆ เหล่านี้ ทำให้มองไม่เห็นอนาคตของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบว่าจะแข่งขันได้อย่างไร

“อยากให้รัฐบาลโดยเฉพาะรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ ทบทวนร่างกฎกระทรวงฯ ที่จะแบนสารประกอบในบุหรี่ ในขณะที่ปัญหาบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าไม่สามารถแก้ไขได้ ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยาสูบทั้งระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบทั่วประเทศ”

นายอมรเทพ ศรีธนานุกรณ์ เกษตรกรชาวไร่ยาสูบ กล่าวว่า ที่ผ่านมา เกษตรกรผู้ปลูกยาสูบถูกมองเป็นผู้ร้าย ทั้งที่เคยเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจที่สร้างรายได้หลักหมื่นล้านบาทให้กับประเทศ แต่นับวันเกษตรกรมีชีวิตที่ลำบากมากขึ้น เพราะมีรายได้ไม่พอค่าใช้จ่ายและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นทุกปี ทำให้เป็นหนี้สินเพิ่มขึ้น

“เกษตรกรผู้ปลูกยาสูบต้องการให้ภาครัฐช่วยแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมยาสูบ ทำให้อุตสาหกรรมยาสูบของไทยแข็งแรง และแข่งขันได้ เพื่อให้เกษตรกรชาวไร่ยาสูบยังมีอาชีพที่ยั่งยืน”

ทั้งนี้ นายอัจฉริยะ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เกษตรกรผู้ปลูกยาสูบทั่วประเทศอยากให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การปรับโครงสร้างอัตราภาษีให้สามารถแข่งขันได้ การงดเว้นการเก็บภาษีสินค้ายาสูบเพิ่มเติมเพื่อจัดตั้งกองทุนใหม่ๆ และยกระดับการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง รวมถึงแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าอย่างยั่งยืนเพื่อให้เกษตรกรชาวไร่ยาสูบไม่ถูกละทิ้ง หากมีการจัดการให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายเพื่อการจัดเก็บภาษีที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ อยากให้ภาครัฐพิจารณาถึงศักยภาพและโอกาสเพราะอุตสาหกรรมยาสูบสามารถสร้างรายได้มหาศาลให้เศรษฐกิจของประเทศ อาทิ การปรับโครงสร้างภาษีให้บุหรี่ถูกกฎหมายสามารถแข่งขันกับบุหรี่ผิดกฎหมายได้ เพื่อนำเงินภาษีที่รั่วไหลกลับคืนสู่ระบบ หรือการอนุญาตให้ผลิตและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าที่ยังคงใช้ใบยาสูบในประเทศแทนนิโคตินสังเคราะห์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีการใช้กว่า 80 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งส่งเสริมการส่งออกใบยาสูบและผลิตภัณฑ์ยาสูบ ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศได้มหาศาล ประเทศเพื่อนบ้านอย่างฟิลิปปินส์ ที่มีการส่งออกใบยาสูบและผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้เข้าประเทศปีละหลายพันล้านบาท หรืออย่างอินโดนีเซียที่หนึ่งในผู้ผลิตใบยาสูบและผลิตภัณฑ์รายใหญ่ของโลก สามารถสร้างรายได้แต่ละปีสู่เศรษฐกิจประเทศกว่า 5 หมื่นล้านบาทต่อปี

“ในเร็วๆ นี้ ภาคีฯ จะมีการยื่นข้อเรียกร้องให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาแก้ปัญหาเกษตรกรชาวไร่ยาสูบทั้งระบบกว่า 30,000 ครอบครัวใน 20 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งนอกจากจะทำให้อุตสาหกรรมยาสูบของไทยกลับมาแข็งแรง ยังทำให้เกษตรกรยาสูบมีรายได้และอาชีพที่ยั่งยืน โดยที่รัฐยังคงสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยไม่จำเป็นต้องจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม และแก้ปัญหาบุหรี่เถื่อนที่ทะลักเข้ามาเป็นจำนวนมากได้ ซึ่งภาคีฯ ขอให้รัฐบาลให้โอกาสอุตสาหกรรมยาสูบได้เยียวยาและให้ความสำคัญกับการป้องกันและการปราบปรามบุหรี่เถื่อนอย่างจริงจัง” นายอัจฉริยะ กล่าว