ศาลานา มุ่งมั่นขับเคลื่อนอาหารปลอดภัย สนับสนุนเกษตรอินทรีย์ เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

การทำเกษตรอินทรีย์ถือเป็นอีกหนึ่งความใส่ใจสำคัญ ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรในหลายพื้นที่ให้ความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะการทำนาแบบอินทรีย์ไม่เพียงสามารถจำหน่ายสินค้าได้ราคาเท่านั้น ยังสามารถช่วยให้ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมได้รับความปลอดภัยไปพร้อมกัน เพราะข้าวถือเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน 

คุณรมณ จริยธรรมรัตน์ Brand Manager ศาลานา กล่าวในงานงานมหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 ช่วงเวทีเสวนาว่าศาลานาถือเป็นหน่วยงานที่พร้อมจะให้ความปลอดภัย ในเรื่องของการผลิตข้าวที่พร้อมจะให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น พร้อมทั้งช่วยสร้างในเรื่องของเทรนด์ตลาดรักสุขภาพได้ที่กำลังมีบทบาทสำคัญอย่างมากในยุคนี้ 

คุณรมณ จริยธรรมรัตน์ Brand Manager ศาลานา

ศาลานา ตัวกลาง สร้างความยั่งยืน 

โดยทุกฝ่าย ทำความร่วมมือกัน 

คุณรมณ เปิดเผยในช่วงของเวทีในงานมหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 ว่า ศาลานามีทิศทางและเป้าหมายเพื่อสร้างสังคมให้มีความยั่งยืน โดยสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ไม่ใช่ด้วยคนใดคนหนึ่งที่ทำได้ แต่ต้องมีความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ทุกคนที่อยู่ในสายงานนั้นๆ ต้องทำหน้าที่และบทบาทของตนเอง 

ยกตัวอย่างเช่น เกษตรกรที่มีหน้าที่ปลูกข้าวก็จะดำเนินการเพื่อปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตที่ดีและมีความปลอดภัย เพราะปลูกด้วยระบบอินทรีย์ไม่ใช้สารเคมี  และในส่วนของผู้บริโภคก็มีบทบาทสำคัญในเรื่องของการสนับสนุนเกษตรกรและถือเป็นปลายน้ำที่สำคัญ 

“สำหรับศาลานาถือเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยง เพราะลงพื้นที่ไปให้ความสำคัญ เพิ่มศักยภาพให้กับเกษตรกร และทำให้เกษตรกรสามารถเป็นผู้ประกอบการได้  และผลิตสินค้าที่ดีมีคุณภาพ พร้อมทั้งทำสภาพเศรษฐกิจของเราให้ดีขึ้นได้ด้วย ส่วนในฝั่งของผู้บริโภคเอง ศาลานาก็เข้าไปทำความเข้าใจ เพื่อให้บริโภคข้าวอินทรีย์ และเป็นการสนับสนุนเกษตรกรด้วยอีกหนึ่งช่องทาง เมื่อห่วงโซ่มีความร่วมมือร่วมใจ ทำให้เศรษฐกิจมีความยั่งยืน” 

นครปฐม พื้นที่นำร่องความยั่งยืน 

และขยายไปสู่ชุมชนจังหวัดอื่นๆ 

สำหรับโมเดลความยั่งยืนของการทำเกษตรอินทรีย์ คุณรมณ กล่าวว่า จังหวัดนครปฐมถือเป็นพื้นที่แรกที่ทางศาลานาได้เข้าไปสนับสนุน โดยเริ่มแรกมีเกษตรกรเพียง  5 รายเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีพื้นที่ขยายออกไปถึง 9 กลุ่ม ใน 6 จังหวัด โดยศาลานาได้ลงพื้นที่พูดคุยกับเกษตรกรที่ปลูกข้าวแบบอินทรีย์  และมีเกษตรกรที่ต้องการมาปรับเปลี่ยนทำเกษตรกรอินทรีย์ด้วย เพื่อเกิดการรวมกลุ่มสร้างความเข้มแข็งในเรื่องของการผลิตข้าวอินทรีย์ 

“ช่วงแรกต้องบอกว่า การปรับเปลี่ยนของเกษตรกรที่เคยทำเคมีมาก่อน และมาปรับเปลี่ยนการทำเกษตรอินทรีย์ ถือว่ายากนิดหน่อย เพราะการเข้าไปของเราเหมือนเป็นการเข้าไปให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิถีเดิมๆ เพราะฉะนั้นการสร้างความมั่นใจความเชื่อใจ เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องเข้าไปพูดคุยกับเกษตรกรพอสมควร เมื่อการทำความเข้าใจเกิดมากขึ้น เกษตรกรก็เห็นความสำคัญของเกษตรอินทรีย์ เพราะไม่เพียงต่อสินค้าปลอดภัย แต่ในเรื่องของสุขภาพของเกษตรกรเองก็ดีขึ้นตามไปด้วย” 

ศาลานา รับซื้อสินค้า 

ในราคายุติธรรม จากเกษตรกร 

เมื่อการรวมกลุ่มมีความเข้มแข็งและมีสินค้าที่ส่งขายลูกค้าอย่างต่อเนื่อง  คุณรมณ กล่าวว่า การตลาดถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งศาลานาเองได้รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในราคาที่ยุติธรรม โดยสินค้าที่ทางศาลานารับซื้อจากเกษตรกรนั้น เกิดจากการที่ได้ลงพื้นที่ฝึกอบรมและขยายองค์ความรู้ให้กับเกษตรกร จึงทำให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน 

โดยผลผลิตที่เกษตรกรผลิตออกมานั้น ศาลานาได้จัดทำสัญญาการซื้อขายตลอดทั้งปี เพื่อให้เกษตรกรเกิดความมั่นใจว่าข้าวที่ปลูกทั้งหมด มีแหล่งรับซื้อที่แน่นอนและมีช่องทางการทำตลาดได้ทั้งหมด รวมทั้งหากในอนาคตทางเกษตรกรมีแหล่งตลาดที่จะขายได้ ทางศาลานาก็พร้อมที่จะเปิดช่องทางให้เกษตรกรนำสินค้าไปจำหน่ายในตลาดอื่นได้ด้วยเช่นกัน 

“ศาลานาเองถือเป็นโรงสีขนาดเล็ก ที่มีการผลิตข้าวได้มาตรฐาน สำหรับส่งจำหน่ายได้หลากหลายตลาดที่อยู่ภายในประเทศ ตั้งแต่โรงงานมาตรฐาน อย. พร้อมทั้งเป็นโรงงานที่แปรรูปในเรื่องของเกษตรอินทรีย์ด้วย โดยมาตรฐานเหล่านี้จึงเป็นโอกาสที่จะช่วยให้เราสามารถขายสินค้าที่เกี่ยวกับข้าวได้ง่ายขึ้น” 

ผู้บริโภค ใส่ใจคุณภาพมากขึ้น 

การผลิตข้าว จึงต้องมีการปรับเปลี่ยน 

เมื่อเทรนด์สุขภาพเข้ามามีบทบาทมากขึ้น คุณรมณ กล่าวว่า วงการทำตลาดข้าวก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนด้วยเช่นกัน โดยศาลานาเองได้มีการผลิตสินค้าที่หลากหลาย และรับข้าวที่เป็นผลผลิตอินทรีย์เข้ามาจัดจำหน่ายหลากหลาย พร้อมทั้งดูในเรื่องของเทรนด์สุขภาพเป็นหลัก ดังนั้น การนำผลผลิตแต่ละพื้นที่เข้ามาจำหน่าย ก็จะดูความเหมาะสมของพื้นที่ที่แตกต่างกันไป  

“ข้าวของศาลานาถือเป็นข้าวอินทรีย์ 5 สายพันธุ์ ซึ่งปกติคนไทยจะติดการกินข้าวหอมมะลิ แต่จะไม่นิยมกินข้าวกล้องมากนัก เราก็ได้มีการปรับเปลี่ยนและทำสินค้าเป็นข้าวอินทรีย์ 5 สายพันธุ์ เพื่อให้ลูกค้าเห็นว่าข้าวแต่ละชนิด มีคุณประโยชน์แตกต่างกัน และมีรสสัมผัสที่น่ากิน เมื่อลูกค้ากินแล้วเกิดความรู้สึกว่านุ่มเหมือนข้าวขาว และได้สุขภาพไปพร้อมๆ กัน” 

การทำข้าวอินทรีย์ให้เกิดความยั่งยืน

 และช่วยธรรมชาติต้องเริ่มอย่างไร? 

สำหรับผู้ที่สนใจและต้องการทำนาแบบอินทรีย์ต้องเริ่มต้นอย่างไรนั้น คุณรมณ แนะนำว่า การที่จะรวมสร้างความยั่งยืนให้กับการผลิตข้าวนั้น หากต้องการเข้าร่วมกับศาลานาสามารถเริ่มต้นง่ายๆ ได้จากตัวของเราทุกคนได้ก่อนง่ายๆ เพราะทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่มไหนของห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ  

โดยเฉพาะบทบาทของผู้บริโภคการสนับสนุนข้าวอินทรีย์ ถึงแม้จะมีในเรื่องของราคาที่แพงกว่าข้าวทั่วไป ถ้าผู้บริโภคมีกำลังซื้อเพื่อทำให้สุขภาพเราดีขึ้นได้ก็สามารถเริ่มต้นจากตรงนี้ได้ก่อน เพราะไม่เพียงช่วยให้ผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่การสนับสนุนข้าวอินทรีย์ยังช่วยรักษาสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น เพราะได้มีส่วนช่วยสนับสนุนการปลูกข้าวที่ได้จากธรรมชาติด้วย 

“ท่านใดสนใจในเรื่องของการทำนาอินทรีย์ ก็สามารถเข้ามาขอองค์ความรู้ ในเรื่องของการทำนาอินทรีย์ได้ ซึ่งทางศาลานาเองก็มีแนวคิดในการฝึกอบรม และสร้างกลุ่มเป้าหมายให้กับคนรุ่นใหม่ที่สนใจ อยากปรับเปลี่ยนการทำเกษตรอินทรีย์มากขึ้น ก็สามารถเข้ามาสมัครเรียนรู้กับทางศาลานาได้ เราก็มีความพร้อมที่จะช่วยส่งเสริมช่วยสนับสนุนเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ให้เข้าสู่การทำเกษตรอินทรีย์มากขึ้น เพื่อให้สังคมและสิ่งแวดล้อมดีขึ้นอย่างยั่งยืน”