กวก. เทิดพระเกียรติ 72 พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชูงานวิจัยพัฒนาด้านเกษตรขยายผล สืบสาน รักษา ต่อยอด

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมวิชาการเกษตร จัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษา 6 รอบ วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 55 พรรษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน

ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ น้อมนำแนวพระราชดำรัส สืบสาน รักษา ต่อยอด ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 มาเป็นแนวทางในการพัฒนางานวิจัยด้านการเกษตรเพื่อสนับสนุนการเติบโตของประเทศด้านเกษตรกรรมที่ทั่วโลกยอมรับว่าไทยเป็นครัวของโลกและเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัย โดยมีเกษตรกรเป็นแกนหลักสำคัญในการพัฒนาต่อยอด ขยายผลด้านการเกษตรนำมาสู่คุณภาพชีวิตที่ดีและความยั่งยืนของภาคเกษตรไทย โดยจะเห็นว่าผลงานวิจัยที่นำมาเสนอนั้นไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย สารชีวภัณฑ์ ปุ๋ยชีวภาพ และเทคโนโลยีทางการเกษตร ล้วนมุ่งขยายผล ต่อยอดพัฒนา สืบสานด้านการเกษตรสู่ความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตรได้พัฒนางานวิจัยให้ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่การผลิตทางการเกษตรตามแนวพระราชดำรัส ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ นำมาเป็นหนึ่งในแผนขับเคลื่อน IGNITE THAILAND เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อไร่ เพื่อสร้างรายได้กลับสู่มือเกษตรกรให้เพิ่มมากขึ้นตามนโยบายรัฐบาล อาทิ การผลิตเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆ ที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูง ทนโรค ทนแมลงศัตรูพืช ทนเค็ม ทนแล้ง เพื่อรับมือกับภาวะโลกร้อนและยกระดับสู่ความเป็นศูนย์กลางของเมล็ดพันธุ์พืชและพันธุ์พืชเขตร้อนของโลก การพัฒนาปุ๋ย เช่น สารชีวภัณฑ์ ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ PGPR ซึ่งเป็นปุ๋ยแบคทีเรียที่ส่งเสริมให้พืชแข็งแรง การวิจัยเพื่อการเกษตรแม่นยำทั้งการให้ปุ๋ยและน้ำผ่านระบบเทคโนโลยีต้นทุนต่ำ การทำเกษตรที่ลดภาวะโลกร้อน การผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังฟางข้าวเพื่อลดการเผาหลังการเก็บเกี่ยว โดยการย่ำตอซังให้ล้ม ปล่อยน้ำเข้านาใช้เชื้อ 1.5 กิโลกรัมต่อไร่ และยูเรีย 5 กิโลกรัมต่อไร่ ขังน้ำไว้ 5-7 วัน แล้วไถกลบเป็นปุ๋ยหมักสำหรับปลูกรอบใหม่ การส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจใหม่ การขายคาร์บอนเครดิตในไร่นาและแปลงเกษตร อีกทั้งวิจัยพัฒนาเครื่องจักรกลทางการเกษตรเพื่ออำนวยความสะดวกในการปลูกพืชรองรับปัญหาขาดแรงงานภาคเกษตร เช่น รถแทรกเตอร์ขนาดเล็กเตรียมดิน เป็นต้น

ขณะที่งานวิจัยชีวภัณฑ์เชื้อราไตรโคเดอร์มาและบาซิลลัส ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการงอกของเมล็ดพืช หรือต้นกล้าให้แข็งแรง โดยใช้แบคทีเรียบาซิลลัสคลุกเมล็ดข้าวใช้อัตราส่วนชนิดผง 50 กรัมต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม ก่อนที่จะหว่าน หรือแช่เมล็ดพันธุ์ หัวพันธุ์ ใช้ชนิดผง 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร 1 คืน ผึ่งให้แห้งก่อนปลูก สำหรับเชื้อราไตรโคเดอร์มาใช้รองก้นหลุม หว่านใต้ทรงพุ่มของพืช ทำให้พืชแข็งแรง ต้านทานต่อการทำลายของเชื้อโรคพืช และดูดซับสารอาหารพืชได้ดีขึ้น ซึ่งสารชีวภัณฑ์มีความปลอดภัยต่อคนและสิ่งแวดล้อม ขณะนี้พบว่าเกษตรกรตอบรับอย่างมาก ซึ่งกรมพร้อมให้การแนะนำและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อให้มีการใช้อย่างกว้างขวางเนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างแท้จริง