“พบพระ08” อะโวคาโดพันธุ์ไทย ปลูกง่าย ผลผลิตสูง รสชาติดี ต้านทานโรค เป็นที่ต้องการของตลาด

คุณวรเชษฐ์ วังพลากร เจ้าของสวนวังพลากร อยู่ที่ตำบลรวมไทย อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องอะโวคาโดคนหนึ่งของเมืองไทย

คุณวรเชษฐ์ อธิบายถึงอะโวคาโดสายพันธุ์พบพระ08 ว่า เป็นพันธุ์พื้นเมือง ที่คัดแล้วว่า 1. ทนต่อโรค โดยเฉพาะโรคไฟทอปทอร่า หรือโรคใบไหม้ ซึ่งเป็นเชื้อราที่ทำลายตั้งแต่ยอดลงระบบราก แล้วทำให้รากเน่า โคนเน่า 2. ให้ผลผลิตสูง 3. เนื้อคุณภาพดี เนื้อเหนียวแห้งไม่ฉ่ำน้ำเหมือนพันธุ์พื้นเมืองทั่วๆ ไป มีกลิ่นหอมของอะโวคาโดชัดเจน ผลสุกดูง่าย จากผลสีเขียวจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงดำ 4. เป็นพันธุ์เบา มีระยะเวลาเลี้ยงลูกที่สั้นกว่า และเริ่มให้ผลผลิตได้เร็วกว่าพันธุ์หนัก พันธุ์เบาจึงมีเวลาฟื้นฟูสภาพต้นได้มากกว่า 5. ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI เรียบร้อยแล้ว ตอบโจทย์สำหรับการปลูกเพื่อสร้างรายได้

การปลูก สำหรับการปลูกและการดูแลอะโวคาโดพบพระ08 จะคล้ายกับสายพันธุ์ทั่วไป เหมาะกับการปลูกในพื้นที่ดินร่วน ทำให้เกิดโรคน้อย และใช้น้ำน้อยเมื่อเทียบกับผลไม้ตัวอื่นๆ มีความทนทานต่อสภาพอากาศ ต้านทานโรค ผลผลิตดก ต้นอายุ 5 ปีขึ้นไป ให้ผลผลิตถึง 300 กิโลกรัมต่อต้น

“ตอนนี้เกษตรกรในพื้นที่หลายสวนเริ่มตัดสายพันธุ์เดิมที่เคยปลูกแล้วหันมาปลูกพันธุ์พบพระ08 กันเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นสายพันธุ์ที่ทางสวนวังพลากร ตั้งใจพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์ให้เหมาะกับการปลูกในพื้นที่จังหวัดตาก และเกษตรกรได้เห็นกับตัวเองแล้วว่าผลผลิตออกมาได้คุณภาพจริง ต้านทานโรค ผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาด เนื่องจากรสชาติเทียบเท่ากับสายพันธุ์แฮสของเมืองนอกเลย”

ราคา เมื่อเทียบกับสายพันธุ์พื้นเมืองทั่วไปถือว่าพบพระ08 ทำราคาได้ดีมากๆ คือสามารถขายได้ถึงกิโลกรัมละ 130-150 บาท ซึ่งตอนนี้ที่สวนขายในราคาลูกละ 69-79 บาท กิโลกรัมละ 150 บาท

แนะนำสำหรับหากเกษตรกรสนใจปลูก

“ปกติทางสวนวังพลากรจะแจกยอดพันธุ์ให้เกษตรกรอยู่แล้ว ถือว่าเป็นพันธุ์ที่น่าสนใจมากๆ เลย เพราะว่าเกษตรกรไม่ต้องการที่จะลงทุนระยะยาว หมายความว่าในครอปหนึ่งสัก 4-5 เดือน ถือว่าเกษตรกรรับได้ในเรื่องค่าปุ๋ย ค่ายา ที่ต้องดูแล แต่ถ้าเป็นพันธุ์อื่นอย่างแฮสต้องใช้เวลา10-12 เดือน ทำให้ค่าใช้จ่ายสูง” คุณวรเชษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย

หากท่านใดต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่เพจ : สวนวังพลากร อะโวคาโดตาก