ชาวบ้านบางกล่ำ สงขลา ปลูกสมุนไพร-ผักพื้นบ้าน มีรายได้ไม่ธรรมดา

สถานการณ์ของการทำอาชีพเกษตรกรรมมักเกิดการเปลี่ยนแปลงตามเหตุปัจจัยได้ตลอดเวลา ฉะนั้น การเรียนรู้เพื่อความอยู่รอดของชาวบ้านด้วยการปรับอาชีพเกษตรกรรมให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความเป็นอยู่ในแต่ละท้องถิ่นมักต้องทำอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการทำเกษตรกรรมเดิมที่ทำอยู่

พื้นที่จำนวน 5 ไร่ ตั้งอยู่เลขที่ 27/1 หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านหาร อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ของ คุณยิ่งมณี โยะหมาน ได้จัดทำเป็นแปลงปลูกพืชสมุนไพรและผักพื้นบ้านแบบอินทรีย์ จำนวนกว่า 10 ชนิด เพื่อนำไปขายทุกวันที่ตลาดสดในอำเภอหาดใหญ่ ทำให้มีรายได้ทุกวันโดยไม่สนใจกับรายได้จากพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น

คุณยิ่งมณีกับพ่อวัยกว่า 80 ปี

คุณยิ่งมณี ปลูกพืชสมุนไพรและผักพื้นบ้านมา 2 ปีแล้ว โดยมองว่าพืชผักเหล่านี้มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น บางชนิดตัดยอดขายทำให้มีรายได้ทุกวันอย่างต่อเนื่อง เพียงอาศัยความใส่ใจและทุ่มเทอย่างเต็มที่เท่านั้น

พืชสมุนไพรและผักพื้นบ้านที่คุณยิ่งมณีปลูกไว้มีจำนวนหลายชนิด โดยจะปลูกสลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตามความเหมาะสม ซึ่งในแต่ละครั้งจะปลูกจำนวนกว่าพันต้น ลักษณะแปลงปลูกเป็นแถว/แนว วางผังการปลูกให้เหมาะสมอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ พืช/ผักชนิดหลักที่ปลูกตามความต้องการของตลาด ได้แก่ ตำลึง มันปู ชะอม ถั่วพู พริกไทย ผักหวาน ตะไคร้ มะม่วงหิมพานต์ หมาก มะละกอ และผักกูด

แปลงต้นชะอม
แปลงพริกไทยรุ่นต่อไป

คุณยิ่งมณี บอกว่า เมื่อคราวที่เริ่มต้นปลูกมีจำนวนไม่มากเพราะยังไม่แน่ใจว่าจะทำสำเร็จเพียงใด เนื่องจากยังด้อยประสบการณ์ แต่หลังจากที่พบว่าตลาดมีความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะนำผักไปขายเท่าไรก็ไม่เหลือ จึงตระเวนไปดูตัวอย่างจากศูนย์เรียนรู้หลายแห่งทั่วประเทศแล้วนำกลับมาปรับปรุงในแปลง จากนั้นจึงตัดสินใจทำอย่างจริงจังด้วยการเพิ่มชนิดพืชผัก พร้อมกับขยายพื้นที่เพิ่มอีก ขณะเดียวกัน ยังรับซื้อจากเพื่อนสมาชิกด้วย

อาชีพนี้เน้นพืชหรือผักที่ตัดใบหรือยอดขายเพื่อบริโภค ดังนั้น การดูแลบำรุงจะใช้แนวทางอินทรีย์ทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การใส่ปุ๋ยจากขี้วัวเป็นหลักถึง 90 เปอร์เซ็นต์ อาจใช้ปุ๋ยเคมีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ หรือนานๆ ครั้ง หมั่นสังเกตและกำจัดศัตรูพืช และดึงวัชพืชออกด้วยมือ เพราะไม่ได้ใช้สารเคมีเลย นอกจากนั้น ยังใช้น้ำหมักจากยาสูบเพื่อป้องกันแมลงศัตรู โดยน้ำหมักถือว่ามีประสิทธิภาพแล้วปลอดภัยต่อการบริโภค

ต้นมะม่วงหิมพานต์ปลูกไว้จำนวนมาก

คุณยิ่งมณี บอกว่า ชาวบ้านส่วนมากปลูกพืชผักเหล่านี้เป็นรายได้เสริม มีน้อยรายที่ปลูกแบบจริงจังเพราะต้องใช้พื้นที่จำนวนมาก ต้องวางแผนปลูก พร้อมกับต้องเอาใจใส่ดูแลอย่างดีด้วย

“การวางแผนปลูกจะต้องมีความเข้าใจก่อนว่าพืชแบบใดต้องการสิ่งแวดล้อมอย่างไร อย่างเช่น ความชื้น แสงแดดมาก-น้อย แล้วยังต้องหมั่นรดน้ำ พรวนดิน ตัดแต่งทรงต้นให้โปร่งเพื่อให้แสงแดดส่องผ่าน ใส่ปุ๋ยคอกปีละ 3 ครั้ง น้ำที่ใช้รดวางระบบสปริงเกลอร์ร่วมกับการฉีดพ่น โดยแหล่งน้ำมีทั้งแบบธรรมชาติและบ่อบาดาลจำนวน 2 บ่อ”

ยอดมะม่วงหิมพานขายมัดละ 5 บาท
ยอดมันปู นิยมทานคู่กับข้าวแกงหรือขนมจีน ขายมัดละ 5 บาท

เกษตรกรรายนี้เผยว่า อาชีพนี้ทำง่าย เพียงแต่อาศัยความขยัน เอาใจใส่เท่านั้น สำหรับการลงทุนในช่วงเริ่มต้นอาจใช้เงินบ้างในเรื่องปรับพื้นที่ จัดทำแปลงปลูก วางระบบน้ำ ส่วนปุ๋ยใช้จากมูลวัวที่เลี้ยงไว้ขาย หลังจากผ่านพ้นช่วงเริ่มต้นแล้วค่าใช้จ่ายแทบไม่มี ค่าจ้างแรงงานไม่มี เพราะทำเอง หากทำได้เช่นนี้ก็จะมีรายได้ทุกวันโดยแทบจะไม่ต้องง้อรายได้จากพืชหลักชนิดอื่นเลย จึงนับเป็นอาชีพอิสระที่มีรายได้ดีมาก ไม่ต้องรอผลผลิตตามฤดู ไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนแปลงราคา

เลี้ยงวัวแบบปล่อย

ความเป็นพืชที่ขายใบและยอดจึงเป็นข้อดีที่ทำให้คุณยิ่งมณีมีรายได้จากการเก็บผักแล้วนำไปขายเองที่ตลาดหาดใหญ่ ขายทุกวัน ผักที่เก็บขายในแต่ละวันมีทั้งเหมือนกันและต่างกัน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของการเก็บผลผลิต เธอบอกว่าขายหมดทุกวันเพราะลูกค้าชอบรับประทานมากขึ้น แล้วยังบอกว่านอกจากเก็บผักที่ปลูกเองไปขายแล้ว ยังรับซื้อผักของสมาชิกในกลุ่มนำไปขายพร้อมกันด้วย

แหล่งน้ำตามธรรมชาติที่ขุดเพื่อเลี้ยงปลากระชังแล้วปลูกผักบุ้ง

“จะตัดเก็บผักทุกวัน ชนิดใดพร้อมก็จะตัดไปขายก่อน วันต่อไปก็ตัดชนิดอื่นเป็นลักษณะสลับหมุนเวียนกัน ทั้งนี้ ในแต่วันจะมีพืชผักไปขายที่ตลาดจำนวนนับสิบชนิด แต่ละชนิดมีจำนวนหลายสิบกิโลกรัม ราคาขายกำละ 5-10 บาท แล้วแต่ชนิดและจำนวนของผัก โดยมีรายได้เฉพาะตัวเองไม่ต่ำกว่าวันละ 1,000 บาท แต่ถ้ารวมของสมาชิกด้วยมีรายได้ถึงวันละหลายพันบาท”

คุณยิ่งมณี ชี้ว่า ผักที่จำหน่ายในตลาดมักเป็นผักสดทั่วไป ส่วนผักพื้นบ้านมีน้อยแล้วยังขาดคุณภาพด้วย ดังนั้น เมื่อเธอนำพืชสมุนไพรและผักพื้นบ้านที่ปลูกไว้ไปขาย ทำให้ลูกค้าชื่นชอบเพราะต่างบอกว่าหารับประทานยาก แล้วพอรู้ว่าปลูกแบบอินทรีย์ยิ่งซื้อกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบรรดาร้านอาหาร อย่างร้านขนมจีน ร้านขายข้าวแกง ร้านก๋วยเตี๋ยว มักเป็นลูกค้าประจำทุกวัน ที่นอกจากลูกค้าทั่วไปแล้ว ทั้งนี้ จะขายทั้งแบบปลีกและส่ง สำหรับผักที่ลูกค้านิยมแล้วขายดีเป็นประจำทุกวัน ได้แก่ ชะอม ตำลึง ผักหวาน มันปู ถั่วพู และยอดมะม่วงหิมพานต์

ขอขอบคุณ : คุณสุริยัน จันทศรี รักษาการเกษตรอำเภอบางกล่ำ และ คุณนราทิพย์ ชูเกียรติ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร

บทความก่อนหน้านี้ทุเรียนชุมพร หอม หวานมันกลมกล่อม ผลิตเป็น ทุเรียนทอด…อร่อยเด็ด เคี้ยวเพลิน
บทความถัดไปบังคับ มะนาวแป้นดกพิเศษกำแพงเพชร ให้ออกลูกหน้าแล้ง สร้างรายได้หลายหมื่นต่อเดือน